
Stephen Curry Underrated (2023) เรื่องราวของสตีเฟน เคอร์รี่ จากนักบาสเก็ตบอลตัวเล็กๆ ในวิทยาลัยเล็กๆ สู่การเป็นซูเปอร์สตาร์ NBA

เรื่องราวการเติบโตของสตีเฟน เคอร์รี จากนักบาสเกตบอลตัวเล็กในมหาวิทยาลัยเล็กๆ สู่การเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับตำนานใน NBA
เรื่องราวการเติบโตอันน่าทึ่งของสตีเฟน เคอร์รี — หนึ่งในผู้เล่นที่มีอิทธิพล มีพลัง และไม่คาดคิดที่สุดในประวัติศาสตร์บาสเกตบอล — และการก้าวขึ้นจากนักบาสเกตบอลตัวเล็กในมหาวิทยาลัยสู่การเป็นแชมป์ NBA สี่สมัย
สารคดีนำเสนอได้ดีช่วงปีแรก ๆ ของ Steph Curry และช่วงที่ Davidson College ลงแข่ง NCAA โดยปีสองเขาพาทีมสร้างเซอร์ไพรส์ ชนะ 3 แมตช์ติดจนเข้ารอบ Elite Eight ก่อนแพ้ Kansas ทีมอันดับ 1 แค่ 2 คะแนน ชอบส่วนที่เห็นคลิปเก่าเขาในวัยเด็กและความคิดเห็นจากตัวเขาเองกับคนรอบตัวช่วงนั้น แต่เสียดายที่สารคดีเล่าต่อจากนั้นแบบรวบรัดเกินไป ข้ามปีสามที่ Davidson ทั้งหมด และย่นย่อช่วงเป็นนักบาสลีกอาชีพแค่ไม่กี่นาที แม้แต่คลิปโฆษณา Subway หรือตอนเขานั่งทำวิทยานิพนธ์เพื่อจบปริญญากลับมาดูยาวกว่า! จบแบบกระทันหันและพลาดประเด็นสำคัญของ Curry ที่แม้ใน NBA เขาก็ยังถูกประเมินต่ำเสมอ แม้จะประสบความสำเร็จแล้วก็ตาม มีหลายอย่างถูกลืม เช่น Reggie Miller ที่ปรากฏตัวต้นเรื่องเพื่ออ่านรายงานสเกาต์ของ Curry แล้วหายไป ไม่มีการสัมภาษณ์เพื่อนทีม Warriors หรือโค้ช Steve Kerr ไม่มีการพูดถึงการยิงสามคะแนนที่เปลี่ยน NBA การเคลื่อนที่แบบไม่มีลูกที่ยอดเยี่ยม การดึงดูดความสนใจบนคอร์ท ความเสียสละที่ช่วยให้เพื่อนร่วมทีมดีขึ้น หรือการเปรียบเทียบกับซูเปอร์สตาร์คนอื่น นอกจากไฮไลต์เร่งรีบจากแชมป์สมัยที่ 4 ก็แทบไม่เห็นช่วงสำคัญใน playoff หรือผลงานอื่น ๆ ของเขา (ยิง 3 ค�ะแนน 402 ลูกในฤดูกาล, MVP โดยความเห็นร่วมกัน ฯลฯ) น่าผิดหวังมาก หวังว่าสักวันจะมีสารคดีที่ครอบคลุมชีวิตการเล่นของ Curry และยุคทอง Warriors จริง ๆ สักที
สตีเฟน คูรี่ นักกีฬาระดับตำนานผู้ประสบความสำเร็จและน่าตื่นเต้นที่สุดในยุคของเรา ควรได้รับสิ่งที่ดีกว่าสารคดีที่ขาดความคิดสร้างสรรค์แบบนี้ ซึ่งเพียงแต่เล่าเหตุการณ์สำคัญในชีวิตเขาซ้ำๆ คุณจะไม่พบในหนังเรื่องนี้ว่าเขาคือนักกีฬาผู้มีความคิดลึกซึ้ง เป็นผู้มีปัญญา ผู้ใจกว้างและอุทิศตนเพื่อการกุศล รวมถึงเป็นกำลังหลักในหลายโครงการสังคม หรือแม้แต่การเป็นผู้ส่งเสริมคุณค่าครอบครัวและชุมชนอย่างแท้จริง แม้สารคดีจะนำเสนอได้สวยงามและมีคลิปวิดีโอหายากจากช่วงชีวิตเริ่มต้นของคูรี่ที่ดูน่าสนใจ แต่เมื่อเทียบกับตัวจริงของสตีเฟน คูรี่แล้ว หนังเรื่องนี้ยังขาดความลึกและพลังอย่างน่าเสียดาย
ในฐานะคนที่ไม่ได้ติดตาม NBA เป็นประจำ นี่คือการแนะนำที่ยอดเยี่ยมให้รู้จักหนึ่งในตำนานของยุคสมัย ชอบมากที่ได้เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเส้นทางชีวิตของสตีเฟน เคอร์รี่ ทำออกมาได้ดีมาก! แม้พวกเขาน่าจะทำเป็นซีซันก็ได้ แต่ความสั้นกระชับและเจาะจงก็มีเสน่ห์ในแบบของมัน ช่างเป็นตำนานทั้งผู้เล่นและโค้ช! คนหนึ่งมองเห็นศักยภาพ อีกคนทุ่มเทพยายามจนถึงจุดนั้น ปรบมือให้ทั้งคู่! สารคดีกีฬาที่ทำออกมาได้ดีแบบนี้ดูแล้วสนุกทุกครั้ง เส้นทางของฮีโร่และอุปสรรคที่ก้าวข้ามอาจไม่ใหม่ แต่ยังสวยงามและน่าประทับใจในวิถีของนักกีฬาทุกคน!
มุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับสเตฟ คูรี่ และเป็นเรื่องราวดีๆ ที่เหมาะสำหรับแบ่งปันให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ สเตฟและทีมงานทำได้ดีมากๆ ในการสรุปทุกสิ่งที่เขาทำมาเป็นเรื่องราวกระชับ ฉันมองว่ามันคล้ายหนังสือสำหรับเด็กที่เน้นคติสอนใจ มากกว่าจะเป็นนวนิยายเล่าประวัติแบบละเอียด มันแสดงให้เห็นสเตฟในฐานะบุคคลที่เล่นบาสเกตบอล แทนที่จะเป็นแค่ผู้มีความสามารถระดับตำนาน และเน้นย้ำค่านิยมหลักที่เขาสนใจ พร้อมเผยให้เห็นกระบวนการและผู้คนที่ทำให้อาชีพของเขาประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ มีการตัดต่อที่น่าสนใจ มุมกล้องใหม่ๆ จากเกมเดวิดสันช่วงทัวร์นาเมนต์ และมีวิสัยทัศน์ชัดเจนว่าต้องการนำเสนออะไร สำหรับแฟนบาสเกตบอล อาจไม่ได้เห็นเวอร์ชัน Survive & Advance ของทัวร์นาเมนต์หรือ The Last Dance ที่แสดงด้านแข่งขันของสเตฟแบบเข้มข้น แต่คุณจะได้เห็นแง่มุมอื่นๆ ทั้งสเตฟในวัยเด็ก ลูกชาย นักเรียน สามี พ่อ และเพื่อนร่วมทีม น่าสนใจเพราะเหมือนสารคดียุคใหม่ที่ย้อนอดีตแบบ Come Fly With Me แต่โฟกัสที่การแสดงความเป็นมนุษย์ของซูเปอร์สตาร์ NBA มากกว่าจะเน้นด้านกีฬาอย่างเดียว
สารคดีเรื่องนี้พาไปสัมผัสเส้นทางอันน่าทึ่งของสตีเฟน เคอร์รี่ ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นจนกลายเป็นนักบาสผู้ยิงสามแต้มยอดเยี่ยมตลอดกาล! ตั้งแต่ยุคมหาวิทยาลัยที่เขาต้องฝ่าฟันในเกมส์ March Madness (ช่วงแข่งขันบาสระดับมหาลัยของอเมริกา) ซึ่งสร้างความตื่นเต้นจนขนลุก ไปจนถึงบททดสอบใน NBA - ทุกช่วงเวลาน่าติดตามสุดๆ! ส่วนที่โดดเด่นคือความมุ่งมั่นพิสูจน์ตัวเอง แม้ถูกมองว่า 'ไม่เก่งพอ' และการฝ่าฟันอุปสรรค แถมยังมีช่วงที่เคอร์รี่กลับไปเรียนจบปริญญาตรีก็สร้างแรงบันดาลใจดีมาก เรียกความ nostalgic ให้อยากดูบาสมหาลัยอีก! ข้อเสียหน่อยๆคือรู้สึกว่าเนื้อหาขาดอะไรบางอย่าง ตอนจบรู้สึกเร่งรีบไปนิด และอาจไม่ได้เจาะลึกชีวิตส่วนตัวหรือครอบครัวของเขาเท่าที่ควร แต่โดยรวมก็ยังเป็นสารคดีที่น่าดู ให้ 3.5/5 ดาว!
Stephen Curry: Underrated ภาพยนตร์ที่เล่าเรื่องการเติบโตของสตีเฟน เคอร์รี จากนักบาสเกตบอลร่างเล็กในมหาวิทยาลัยเล็กๆ สู่การเป็นซูเปอร์สตาร์ดับเบิลยูเอ็นดับเบิลยูเอที่ยิ่งใหญ่ ต้องบอกเลยว่าผมไม่ค่อยติดตาม NBA เท่าไหร่ แต่ใครจะไม่รู้จักเขาล่ะ? เคอร์รีคือผู้เล่นที่ดูสนุกที่สุดในสนาม ด้วยความแม่นยำระดับเทพที่มือของเขาทำให้ผู้ชมทึ่งไม่หาย ผู้ชายร่างบางผู้นี้คือราชาโทรีตัวแม่แห่งวงการบาส เรื่องราวของเขาช่างสร้างแรงบันดาลใจ ชี้ให้เห็นว่ามาตรฐานของคนอื่นไม่ใช่คำตอบสุดท้าย และคุณจะทำลายกฎเกณฑ์ต่างๆ ได้หากมีความกล้าพอ! การได้เห็นทั้งชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัวของเคอร์รีในมุมใหม่ทำให้ผมรู้จักเขามากขึ้น ช่างเป็นทั้งนักกีฬาและมนุษย์คนหนึ่งที่ยอดเยี่ยมจริงๆ ส่วนเทคนิคการเล่าเรื่องที่สลับระหว่างอดีตกับปี 2022 นั้นฉลาดมากๆ แถมตีมวลได้เจ็บจี๊ด!
หนังสารคดีเกี่ยวกับสเตฟ เคอร์รี อาจจะยาวถึง 3 ชั่วโมงได้ง่ายๆ แต่ฉันชอบวิธีที่พวกเขาสานเรื่องปีแรกๆ ของเขาและความยิ่งใหญ่ที่เขามีในเอ็นบีเอได้อย่างยอดเยี่ยม แม้เขาจะถูกดูถูกและไม่ได้รับความเคารพจากแฟนๆ ทีมที่เขาชนะมาอย่างต่อเนื่อง แต่หนังก็ให้มุมมองที่สวยงามว่าเด็กตัวเล็กคนนี้กลายเป็นหนึ่งในนักบาสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดได้อย่างไร เป็นเรื่องราวแห่งชัยชนะของความอดทน ความสุขจากชัยชนะ และความเจ็บปวดจากความพ่ายแพ้ แม้คุณไม่ใช่แฟนบาสเกตบอล ก็จะออกมาพร้อมกับแรงบันดาลใจ สเตฟคือหนึ่งเดียว ผลกระทบของเขาที่มีต่อเกมนี้จะยังคงอยู่ไปอีกหลายชั่วอายุคน เป็นสิ่งที่พิเศษสุดๆ
สารคดีสรุปชีวิตการทำงานของสตีเฟน เคอร์รีได้ดี แต่เนื้อหายังเป็นแบบผิวเผิน เน้นย้ำช่วงเวลาที่เขาลงแข่งในระดับมหาวิทยาลัย โดยไม่ได้เพิ่มข้อมูลมากไปกว่าการดูไฮไลท์ในยูทูบ สารคดีน่าจะน่าสนใจขึ้นหากโฟกัสแค่ช่วงที่วอร์ริเออร์สคว้าแชมป์ล่าสุด และติดตามชีวิตเขาตลอดปีนั้น ซึ่งเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงของทีมที่เคยพลาดเพลย์ออฟ และนักเตะตำนานที่ผู้คนเริ่มตั้งคำถามกับความเก่งกาจของเขา แต่น่าเสียดายที่ผู้สร้างเลือกสรุปอาชีพของนักกีฬาที่ยังไม่แขวนสตั๊ด ทำให้ขาดความสมบูรณ์แบบเหมือนใน The Last Dance เพราะเรื่องราวของเคอร์รียังไม่จบสิ้น
ฉันก็รักสตีเฟ่น เคอร์รี ไม่ต่างแฟนบอลคนอื่นๆ และเรื่องราวชีวิตเขาก็น่าทึ่งจริงๆ แต่สารคดีเรื่องนี้รู้สึกว่ายังขาดอะไรหลายอย่าง ฉันอธิบายไม่ถูกเหมือนกันว่าตรงไหน แต่รู้สึกว่าไม่โดดเท่างานแนวสารคดีกีฬาเรื่องอื่นๆ บางทีอาจต้องทำเป็นซีรีส์ 3 ตอน ให้ครอบคลุมมากขึ้น แบบสไตล์ 30 for 30 (ตัวอย่างเช่นสารคดีเด็ดๆ อย่างของ บิล วอลตัน) ส่วนสไตล์การนำเสนอก็รู้สึกแปลกๆ เช่น มีภาพการถ่ายทำกิจวัตรประจำวันแบบสุ่มๆ ที่ดูน่าเบื่อ และพอเชิญ Reggie Miller มาเปิดเรื่องแบบเด่นมาก แต่ดันไม่เห็นเขาแสดงบทบาทต่อเลย ทั้งยังเน้นสัมภาษณ์คนจากสมัยเดวิดสันมากเกินไป ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้ก็ควรทำให้เป็นสารคดีแค่ช่วงเวลาที่เดวิดสันเลย ไม่ต้องดึงเรื่องการไล่ล่าแชมป์สมัยที่สี่มาผสม ซึ่งเป็นอีกเรื่องที่น่าสนใจและสมควรแยกตอนต่างหากไปเลย! จริงๆ น่าจะแบ่งเป็น 3 ตอน ตอนแรกว่าด้วยอดีต การเติบโต สัมภาษณ์ครอบครัว โค้ชสมัยมัธยม ตอนสองเป็นช่วงเดวิดสันพร้อมดราม่า แล้วค่อยมาตอนสามเรื่องเส้นทางในลีกอาชีพ แบบนี้จะได้รักษาแนวคิด 'underrated' ได้ตลอดทั้งเรื่อง และทำให้เนื้อหาครบถ้วนสมบูรณ์แบบขึ้นเยอะ!
ไม่ว่าคุณจะเคยดูบาสเกตบอลหรือไม่ หรือไม่สนใจกีฬาชนิดนี้เลย ผมก็อยากแนะนำสารคดีเรื่องนี้ให้คุณได้ชม ตั้งแต่กำเนิดขึ้นมา บาสเกตบอลเป็นกีฬาที่ให้ความสำคัญกับความสูงและรูปร่างทางกายภาพเป็นอย่างมาก ตลอดหลายปีที่ผ่านมา นักบาสเกตบอลอัจฉริยะและตำนานล้วนมีส่วนสูง 190 ซม. ขึ้นไป และมักตรงกับภาพลักษณ์ชายหนุ่มกล้ามโตสมบูรณ์แบบ สิ่งที่ทำให้สตีเฟน เคอร์รี่ แตกต่างคือเขาไม่มีลุคดุดันเต็มไปด้วยรอยสักแบบอัลเลน ไอเวอร์สัน ตลอดหลายปี มีวิดีโอและสารคดีมากมายที่เน้นถึงความทุ่มเทและความแข็งแกร่งอันน่าทึ่งของเคอร์รี่ ในฐานะแฟนตัวยงของเคอร์รี่ ผมเองก็เคยดูมาบ้างเหมือนกัน แต่สารคดีเรื่องนี้ทำให้ผมเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่าแม้โอกาสจะช่วยให้คุณใช้ความสามารถได้เต็มที่ แต่การมีทีมร่วมงานต่างหากที่มอบพลังวิเศษให้คุณ
ในวงการบาสเกตบอลอาชีพที่ความสูงคืออาวุธสำคัญ สตีเฟน เคอร์รี กลับถูกมองข้ามเพราะรูปร่างเล็กกว่าใครๆ แต่เขาก็พิสูจน์ให้โลกตะลึงด้วยการทลายทุกขีดจำกัด! สารคดีสุดประทับใจเรื่องนี้คือตำนาน 'เดวิด vs โกไลแอธ' สมัยใหม่ สำหรับทุกคนที่เคยถูกตัดสินว่า 'ไม่เหมาะ' เพียงเพราะหน้าตาและรูปร่าง ภาพยนตร์พาเราติดตามเส้นทางของเด็กหนุ่มที่ถูกตราหน้าว่า 'ไม่มีวันสำเร็จ' แต่กลับปฏิวัติสถิติเอ็นบีเอและเขียนนิยามใหม่แห่งความสำเร็จด้วยความเชื่ออันแรงกล้า ความพากเพียร และหยาดเหงื่อ แม้แต่แฟนตัวยงก็ยังต้องอิ่มเอมกับโมเมนต์ซึ้งๆ ที่ย้ำว่าเส้นทางของเขา 'พิเศษ' เกินคำบรรยาย (คำนี้เขาเองก็ชอบใช้เลยนะ!)
'Stephen Curry: Underrated' (2023) เป็นหนังที่ก็ใช้ได้ เป็นสารคดีกีฬาที่ดีกว่าค่าเฉลี่ยเล็กน้อย แต่มันก็อาจจะถูกมองข้ามเหมือนที่สเตฟ เคอร์รี่ เคยถูกมาตลอดอาชีพของเขา สเตฟ เคอร์รี่ เป็นหนึ่งในนักกีฬาที่ฉันชอบที่สุดในตอนนี้ แต่ถึงสารคดีเรื่องนี้จะดูน่ารักและจริงใจ ฉันก็ไม่คิดว่ามันจะเทียบเท่ามรดกอันยิ่งใหญ่ที่สเตฟยังคงสร้างอยู่ หนังเน้นไปที่การที่หลายคนมองเขาต่ำ และการที่เขาพิสูจน์ตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เกมบาสเกตบอล แต่ยังเล่าถึงช่วงที่สเตฟเรียนจบจากเดวิดสัน และแสดงให้เห็นว่าครอบครัว (ทั้งสายเลือดและวงการบาส) มีบทบาทสำคัญกับตัวเขาอย่างไร อาจจะดูยังเร็วไปหน่อย เพราะอิทธิพลของสเตฟในวงการบาสเกตบอลยังคงเปลี่ยนวิธีการเล่นเกมนี้อยู่ แต่หนังก็ยังดี น่าดู และอาจทำให้คุณซาบซึ้งกับแรงบันดาลใจที่ลุกขึ้นยิงประตู แม้รู้สึกเหมือนไม่มีใครเชื่อในตัวคุณ!
ภาพยนตร์เรื่องนี้อาจไม่ตอบโจทย์แฟนตัวยงของนักกีฬาคนนี้ เพราะส่วนใหญ่เป็นเนื้อหาที่แฟนๆ รู้กันอยู่แล้ว มีเพียงกระบวนการคิดเบื้องหลังที่เพิ่มเข้ามา เหมาะกับคนที่อยากรู้จักเขามากขึ้นหรือนักกีฬาที่ต้องการนำความรู้ไปปรับใช้ในการฝึกและอาชีพ บางส่วนน่าสนใจและสนุก บางส่วนก็รู้สึกว่าไม่จำเป็นสำหรับหนังที่ควรแสดงให้เห็นว่าเขาถูกประเมินต่ำไป แม้บางช่วงทำได้ดีแต่ก็ยังเพิ่มอะไรได้อีก หากคุณเป็นแฟนอยู่แล้วก็จะสนุกกับการรวบรวมผลงานของเขา แต่ถ้าเป็นมือใหม่ก็จะได้เรียนรู้มากมาย ทำได้ดีในด้านดนตรีและคุณภาพ รวมถึงการเรียบเรียงเรื่องราวอย่างยอดเยี่ยม 8/10
The Snow Sister เดอะ สโนว์ ซิสเตอร์ (2024)