
Sniper The Last Stand (2025) มือปืนผู้เชี่ยวชาญนำทีมปฏิบัติการพิเศษในคอสตา เบร์เด เพื่อป้องกันไม่ให้พ่อค้าอาวุธอันตรายติดตั้งอาวุธร้ายแรง ขณะให้คำปรึกษานักกีฬามือใหม่ เขาต้องดิ้นรนกับบทบาทผู้นำคนใหม่ในขณะที่ภารกิจยิ่งอันตรายมากขึ้น

มือปืนซุ่มยิงผู้เชี่ยวชาญต้องนำทีมหน่วยปฏิบัติการพิเศษในคอสตาเวร์เดเพื่อสกัดกั้นพ่อค้าอาวุธอันตรายไม่ให้ปล่อยอาวุธร้ายแรงสู่โลก ระหว่างฝึกสอนมือปืนหน้าใหม่ เขาต้องเผชิญความท้าทายในบทบาทผู้นำขณะปฏิบัติการยิ่งเสี่ยงตายมากขึ้นทุกขณะ
แบรนดอน เบคเก็ตต์ร่วมมือกับกลุ่มทหารระดับมือพระกาฬในคอสตาเวร์เดเพื่อหยุดยั้งอาวุธทำลายล้างสูง
นี่คือภาคล่าสุดของแฟรนไชส์ Sniper มี shootout และระเบิดเหมือนเดิม เนื้อเรื่องซ้ำๆ น่าเบื่อจนเผลอหลับไป ตื่นมาอีกทีก็ยังเห็นฉายยิงกันไม่เลิก แม้ชื่อหนังจะเกี่ยวกับสไนเปอร์ แต่กลับมีแอคชั่นสไนเปอร์น้อยมาก ช่วงเปิดเรื่องมีวายร้ายสไตล์ James Bond แต่ถูกฆ่าเร็วมาก ทั้งเรื่องคือทีม主角ต้องสู้กับทหารไม่ปรากฏชื่อที่บุกมาไม่หยุด ฉายต่อสู้มือเปล่าดูตลกๆ การเคลื่อนไหวเชื่องช้าเพราะนักแสดงฝึกมาไม่ดี เหมือนดูลุงแก่ๆ เต้นในงานแต่ง ตะกุกตะกัก step 1 step 2 เรียกว่าจินตนาการตามง่ายมาก
หนังเริ่มต้นได้ดีด้วยตัวร้ายที่แสดงได้เยี่ยม แต่เสียดายที่ฆ่าเขาไปตั้งแต่ต้นเรื่อง แบ็กสตอรี่ของตัวละครส่วนใหญ่มีเยอะ แต่ของตัวร้ายหลักกลับแทบไม่มี ฉากอาวุธดูไม่สมจริงและสั้นเกินไป รู้สึกว่าเนื้อเรื่องหมดมุขไปแล้วตั้งแต่ช่วง 1 ใน 3 ของเรื่อง ช่วงแรกยังสนุก แต่หลังจากนั้นคือการยัดฉากต่อสู้ไม่สม現實อีกเกือบชั่วโมง ฉากต่อสู้กับผู้หญิงแย่ที่สุด - ใช้สโลว์โมโชว์ว่าเธอเจ๋งแค่ไหน ทั้งที่หน่วยทหารติดอาวุธครบมือ 5 คนกลับเลือกใช้มีด/ดาบสู้กับผู้หญิงคนหนึ่งแทนที่จะยิงซะแบบในโลกความจริง ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ร้ายที่ปกครองประเทศก็ไม่พอ มานูเอล โรดริเกซ-ซาเอนซ์ และ อาร์โนลด์ วอสลู แสดงได้ดี แต่ตัวละครอื่นๆ บทน้อยเกินไป ดูเหมือนจะพึ่งความนิยมจากภาคก่อนๆ ของ Snietor มากกว่า
กลุ่มคนหลายเชื้อชาติที่ดูสุ่มๆ มารวมตัวกัน แสดงได้แย่สุดๆ มีมุกคอมเมดี้ที่น่าอึดอัดจนหัวเราะไม่ติด ปัญหาทุกอย่างมีครบ: บทแย่ เรื่องราวกระจัดกระจาย การแสดงไม่เข้าถึง และนโยบาย DEI ที่ทำให้แย่ลงไปอีก แย่จนให้ 0 เต็ม 10 ก็ยังได้ แต่ให้ 1 คะแนนกับเอฟเฟกต์พิเศษธรรมดาๆ อย่าให้ใครต้องมานั่งทนดูหนังแบบนี้เลย ถ้าต้องดูอีกครั้งนี่ถือว่าเป็นการทรมานพอตัว รับชมเสี่ยงต่อความพัง มีพัฒนาตัวละครเป็นศูนย์ แค่โยนคนหลายเชื้อชาติเข้ามาแบบมั่วๆ ฮอลลีวูดยุคนี้แย่จริงๆ บางทีลองดูหนังใหม่ก็เสียดายเวลา ปี 2025 นี่ต้องเป็นปีแห่งหนังแย่ๆ แน่นอน DEI ทำให้ทุกอย่างแย่ลงไปอีก!
เป็นหนังที่สนุกและดูเพลิน มีฉากแอ็กชันแน่นๆ นักแสดงนำ Chad Michael Collins ที่รับบท Brandon Beckett ทำออกมาได้สมบทบาทสุดๆ ดูเหมือนเขาจะฝึกใช้ไรเฟิลสไนเปอร์มาจริงๆ! ส่วนอีกจุดที่ทำให้คนดูอย่างฉันรู้สึกภูมิใจที่เกิดในแอฟริกาใต้คือการที่ Arnold Vosloo มารับบท Mauser Maxim (ขอแก้ไขตรงที่เคยเขียนว่า Rob van Vuuren แสดงบทนี้ซึ่งเป็นข้อมูลที่ผิด) เพราะ Arnold นี่แหละที่เป็นเหตุผลให้ฉันดูหนังเรื่องนี้ โครงเรื่องโดยรวมต้องบอกว่าเริ่มต้นช้ากว่าที่คาดไว้เล็กน้อย แต่เมื่อเรื่องเริ่มเดินหน้าไปเรื่อยๆ ก็เร้าใจขึ้นเรื่อยๆ จบแบบดราม่าตื่นเต้นสุดๆ ถึงจะไม่ใช่ระดับคว้าออสการ์ แต่ก็เป็นหนังแอ็กชันที่ดูแล้วสนุกไม่เบื่อ!
หลังจากความล้มเหลวของภาค 'Rogue Mission' ซีรีส์ 'Sniper' กลับมาฟื้นตัวด้วยภาค 'Sniper: GRIT' (2023) และมาถึงจุดยืนเดิมอย่างเต็มตัวกับ 'Sniper: The Last Stand' ภาคที่ 11 ของซีรีส์หนัง B-Grade แนวแอคชั่นสูตรเดิมแต่ยังคงความสนุกไว้ได้แบบเน้นๆต้องขอบคุณที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ตัดความพยายามใส่คอมเมดี้ที่ดู awkward จาก 2 ภาคก่อนทิ้ง แล้วหันกลับมาเน้นความจริงจังแบบดั้งเดิมของแฟรนไชส์แทนต้องบอกเลยว่าฉากสไนเปอร์อาจไม่ได้เยอะอย่างที่ชื่อเรื่องตั้งไว้ แต่นี่คือหนังแอคชั่นเลือดสาดความตายที่หนักหน่วง บางฉากยังใช้สโลว์โมชั่นสไตล์จอห์น วู จนแทบจมเรือได้... อาจจะสองลำ!แชด ไมเคิล คอลลินส์ กลับมารับบท 'แบรนดอน เบคเคตต์' เป็นครั้งที่ 8 ตลอด 2 ภาคที่ผ่านมาเขาแทบเป็นตัวประกอบ แต่คราวนี้กลับมาเป็นพระเอกเต็มตัว ลงมือกระทำการอย่างหนัก เรียกว่าเป็น 'อาวุธสังหาร' ที่แท้จริงส่วน 'ไรอัน ร็อบบินส์' ในบท 'ซีค โรเซนเบิร์ก' ก็กลับมาอีกครั้ง (นับเป็นครั้งที่ 4) โดยเคมีระหว่างคู่หูคู่นี้ลงตัวมาก ตัวละครนี้พัฒนาขึ้นมากตั้งแต่ภาค 'Sniper: Assassin's End'ชื่อเรื่องทำให้น่าสงสัยว่าจะมีภาค 12 อีกไหม? หวังว่าเรายังจะได้เห็นเบคเคตต์และโรเซนเบิร์กลงสนามอีกในอนาคต!
ผมเป็นแฟนตัวยงของซีรีส์นี้อยู่แล้ว เลยตื่นเต้นมากที่ได้ชมล่วงหน้าของภาค 11 ซึ่งเป็นภาคที่ 8 ที่มี Chad Michael Collins กลับมาแสดงบท Brandon Beckett อีกครั้ง แถมยังดีใจที่ได้เห็นผู้กำกับหญิงคนแรกของซีรีส์นี้ด้วย ไม่รู้ว่าเธอจะเติมอะไรใหม่ๆ มาให้หรือเปล่า... แต่ไม่ว่าจะเป็นเธอหรือทีมงานและนักแสดงคนอื่นๆ ก็ทำออกมาได้ตรงสไตล์ที่ผมชอบ! หนังชุดนี้ไม่ได้ตั้งเป้าเป็นหนังสงครามระดับหนักๆ แบบ Zero Dark Thirty หรือ Black Hawk Down อยู่แล้ว ส่วนงบหรือเวลาถ่ายทำอาจไม่มาก แต่ทุกภาคก็ทำออกมาได้สมจริงเสมอ แถมตัวละครก็ดูน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะนักแสดงหญิงในเรื่องนี้ที่ทั้งเก่ง ฟิต แอนด์เฟิร์ม สมเป็นทหารสุดแกร่ง ไม่เหมือนบางเรื่องที่เลือกนักแสดงหญิง只是为了เติมเกณฑ์ แต่ดูไม่สมจริงเพราะรูปลักษณ์ไม่เหมาะกับการถืออาวุธหนักๆ ส่วนเรื่องอาวุธนั้น Chad บอกว่าใช้สไนเปอร์ไรเฟิลรุ่นใหม่ในภาคนี้ แม้ผมจะรู้จักปืนใหญ่ส่วนนึงจากเกม Fortnite แต่นักแสดงถืออาวุธได้สมจริงมาก เพราะมีอดีทหารและผู้เชี่ยวชาญคอยฝึกให้จนคล่องแคล่ว หนัง Sniper ยังคงครบสูตรทั้งแอ็คชั่นระเบิดเถิดเทิง ยิงปะทะต่อสู้ตัวต่อตัว แถมมีเส้นเรื่องพัฒนาตัวละคร Brandon ที่สอนน้องใหม่หัดยกมือปืนด้วย ซีรีส์นี้อาจไม่ได้ทำรายได้ระดับบ็อกซ์ออฟฟิศ แต่ตอบโจทย์ความบันเทิงครบทุกด้าน ทั้งแอ็คชั่นคุณภาพดี ตัวละครน่าชื่นใจ และความสนุกที่คอหนังทหารต้องถูกใจ ผมเองก็ขอเชียร์ให้มี Brandon Beckett มาให้เราสนุกกันไปอีกนานๆ!
5.6

Sniper Ultimate Kill (2017) สไนเปอร์ มือปืน โลก พระกาฬ
6.2

Forever (2023)