
Red Life (2023) เรดไลฟ์ เรื่องราวของสองหนุ่มสาวที่โลกลืม “ส้ม” (ซิดนีย์ สุพิชชา) ลูกในโอวาทของ ‘อ้อย’ (ปู กรองทอง) โสเภณีข้างถนนที่ชีวิตต้องเปลี่ยนไปหลังตกหลุมรัก ‘พีช’ (ฝ้าย สุมิตตา) รุ่นพี่ไอดอลสาวผู้ทิ้งเรื่องราวปริศนาไว้ และทำให้ส้มได้รู้จักกับความรัก ความผิดหวังและการสูญเสีย ขณะที่ “เต๋อ” (แบงค์ ธิติ) โจรกระจอกที่เฝ้าปล้นหาเงินเพื่อสร้างชีวิตใหม่กับ “มายด์” (จ๋อมแจ๋ม กานต์พิชชา) ผู้หญิงที่เขาทุ่มความรักให้ แต่สุดท้ายเงินกลับช่วยอะไรเขาไม่ได้ และยิ่งทั้งสองพยายามมากเท่าไรก็ยิ่งพบว่าตัวเองกำลังเดินทางเข้าสู่หนทางทึ่คาดเดาไม่ได้มากขึ้นเท่านั้น

เรื่องราวของกลุ่มวัยรุ่นที่ใช้ชีวิตบนเส้นบางๆ ของโลกใต้ดินในกรุงเทพฯ ความดิ้นรนและความหวังของพวกเขา การแสวงหาความรักที่บริสุทธิ์ท่ามกลางสภาพแวดล้อมโหดร้าย ถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างสมจริงผ่านผลงานเดบิวต์อันน่าประทับใจของ เอกลักษณ์ กลั่นสุนทร
เรื่องราวของสองหนุ่มสาวที่โลกลืม “ส้ม” (ซิดนีย์ สุพิชชา) ลูกในโอวาทของ 'อ้อย' (ปู กรองทอง) โสเภณีข้างถนนที่ชีวิตต้องเปลี่ยนไปหลังตกหลุมรัก ‘พีช’ (ฝ้าย สุมิตตา) รุ่นพี่ไอดอลสาวผู้ทิ้งเรื่องราวปริศนาไว้ และทำให้ส้มได้รู้จักกับความรัก ความผิดหวังและการสูญเสีย ขณะที่ “เต๋อ” (แบงค์ ธิติ) โจรกระจอกที่เฝ้าปล้นหาเงินเพื่อสร้างชีวิตใหม่กับ “มายด์” (จ๋อมแจ๋ม กานต์พิชชา) ผู้หญิงที่เขาทุ่มความรักให้ แต่สุดท้ายเงินกลับช่วยอะไรเขาไม่ได้ และยิ่งทั้งสองพยายามมากเท่าไรก็ยิ่งพบว่าตัวเองกำลังเดินทางเข้าสู่หนทางที่คาดเดาไม่ได้มากขึ้นเท่านั้น
แปลกใจที่ละครอินดี้สไตล์นี้ได้ฉายในโรงภาพยนตร์ไทย— Bravo— มีธีมเกี่ยวกับเซ็กส์แบบอ่อน ฉากยาเสพติด นักเรียนหญิงที่สื่อถึงเลสเบี้ยน และการพาดพิงถึงการค้าประเวณี การแสดงที่ยอดเยี่ยมและพัฒนาตัวละครที่ดีช่วยประคองโครงเรื่องหลักที่ค่อนข้างอ่อนและละครน้ำเน่า— ไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับเงินค่าเทอม— เส้นเรื่องนั้นสับสน น่าจะดีขึ้นหากกล้าเจาะลึกธีมมืดมากขึ้น— ดูเหมือนถูกจำกัดเมื่อเทียบกับภาพยนตร์เวียดนามสุดเจ๋งอย่าง 'ไซโคล' ที่ถูกแบนมาหลายปี เบาเมื่อเทียบมาตรฐานละครอินดี้ตะวันตก แต่ก็เป็นผลงานไทยที่น่ายินดี ฉันสงสัยว่าสิ่งนี้จะเปิดทางให้วงการภาพยนตร์ไทยกล้าแสดงความเป็นจริงทางสังคมที่ดิบเดือดมากขึ้นไหม?
หนังเรื่องนี้ใช้เวลาในการพัฒนาค่อยเป็นค่อยไป แต่ดึงดูดให้คุณติดตามอย่างต่อเนื่อง เพราะอยากรู้ว่าตัวละครหลักสองคนจะเกี่ยวข้องกันอย่างไร เส้นทางชีวิตของทั้งคู่ดำเนินแบบคู่ขนานและแทบไม่ตัดกัน (ไม่สปอยล์เพิ่มนะคะ) ประเด็นสำคัญที่ได้คือการตัดสินใจผิดพลาดของวัยเยาว์ที่คล้ายกับภาพยนตร์ฟิลิปปินส์เรื่อง 'Ordinary People' แต่ยังมีแก่นเรื่องแยบยลเกี่ยวกับการทิ้งกันหรือจากคนที่รัก ตลอดทั้งเรื่องมีการจากลาไม่หยุดทั้งจากการเสียชีวิตหรือการแยกทางแบบขมขื่น รวมถึงตัวละครสมทบที่มักพูดถึงความไม่ต้องการให้ตัวละครหลักหรือคนใกล้ชิดจากพวกเขาไป
4 Kings (2021) อาชีวะ ยุค 90
5.4

Non Negotiable (2024) เจรจาท้ารัก