
Pompo the Cinephile (2021) ปอมโปะ แก๊งป่วนก๊วนทำหนัง เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นจากคุณปอมโปะ โปรดิวเซอร์ผู้มากความสามารถในเมืองหลวงแห่งภาพยนตร์ “Nyallwood” แม้เธอจะมีความสามารถอันเต็มเปี่ยมไม่ว่าจะเป็นการค้นหานักแสดง หรือทีมงานที่มีความสามารถอย่าง “จีน ฟีนิ” ผู้หลงใหลในโลกแห่งภาพยนตร์ แต่เธอก็ยังทำเพียงแค่ภาพยนตร์เกรด B และ แนวอีโรติกเท่านั้น จนอยู่มาวันหนึ่งเธอได้ตัดสินใจทำภาพยนตร์เรื่องใหม่ และได้มอบหมายให้จีนเขียนบท โดยบทนี้เป็นการกลับมาของนักแสดงระดับตำนาน คุณปอมโปะ จีน นักแสดงและเหล่าทีมงานจะสร้างสรรค์ผลงานเรื่องนี้ออกมาสำเร็จหรือไม่ !!

พล็อตเรื่อง: โปรดิวเซอร์หนังชื่อดังให้โอกาสผู้ช่วยหนุ่มได้ลองกำกับการภาพยนตร์เรื่องแรกของตัวเอง
ปอมโป่ โปรดิวเซอร์ในเมืองหนังแห่ง 'นัลลีวูด' ที่สร้างหนังระดับบีเพื่อความบันเทิงง่ายๆ ไว้ดูเพลิน วันหนึ่ง ยีน ผู้ช่วยนักดูหนังตัวยงของปอมโป่ พบบทภาพยนตร์เรื่องใหม่ที่ปอมโป่เขียนไว้ และรู้สึกประทับใจกับเรื่องราวอันลึกซึ้ง เขาจึงพูดด้วยความมุ่งมั่นว่า 'ฉันอยากเห็นงานนี้ถูกสร้างเสร็จและเข้าฉายในโรงเร็วๆ นี้!' แต่ปอมโป่กลับบอกว่า 'ถ้างั้นคุณเป็นคนกำกับหนังเรื่องนี้ซะเลย' ยีนจึงต้องขึ้นแท่นผู้กำกับครั้งแรกในชีวิต ส่วนนาตาลี สาวสามัญที่เพิ่งเข้ามาในเมืองกับความฝันอยากเป็นนักแสดง ก็ถูกปอมโป่ค้นพบเข้าพอดี...
โอเค นี่คืออนิเมะที่ฉันชอบมากจริงๆ ดีใจที่ได้ดูในโรงเพราะมันคือภาพยนตร์สำหรับคนที่รักศิลปะการสร้างหนัง ปกติฉันไม่ค่อยเป็นแฟนตัวยงของอนิเมะ แต่เรื่องนี้เป็นหนึ่งในไม่กี่เรื่องที่ทำให้ฉันประหลาดใจ ฉันชอบการพัฒนาตัวละครมาก และการพากย์เสียงภาษาญี่ปุ่นก็ทำได้ดีมาก อนิเมะเรื่องล่าสุดที่ฉันดูในโรงคือ Belle ซึ่งฉันก็คิดว่ายอดเยี่ยมเหมือนกัน ฉันแนะนำเรื่องนี้อย่างมากสำหรับคนที่รักหนัง โดยเฉพาะแฟนอนิเมะ 4 กระบวนการตัดต่อจาก 5
“Pompo: The Cinéphile” เป็นภาพยนตร์แอนิเมชันที่เล่าเรื่องราวของ ‘ยีน’ ผู้ช่วยผู้กำกับผู้คลั่งไคล้ในหนังมากเป็นพิเศษ วันหนึ่ง โพมโป่ ผู้ผลิตภาพยนตร์ก็มอบโอกาสให้เขาได้กำกับหนังใหญ่ของตัวเอง โดยดัดแปลงจากบทที่โพมโป่เขียนไว้ ภาพยนตร์เรื่องนี้เรียกว่าสนุกและน่าสนใจมาก เพราะมันคือหนังเกี่ยวกับการทำหนัง! ความหลงใหลของยีนต่อวงการภาพยนตร์นั้นช่างติดต่อ เห็นเขาใส่ใจทุกฝีก้าวจนเราอยากเชียร์ให้เขาประสบความสำเร็จ หนังตัดต่อได้กระชับ ไม่มีส่วนไหนเสียเวลา ตัวละครทุกคนน่ารักเป็นเอกลักษณ์ และเห็นการเติบโตของพวกเขาไปตามเหตุการณ์ สำหรับคนตัดต่อและคนรักหนังอย่างผม หนังเรื่องนี้สะท้อนความรู้สึกได้ดีเหลือเกิน โดยเฉพาะตอนที่ยีนนอนดึกเพื่อตัดต่อหนังให้สมบูรณ์แบบ มันทำให้ผมนึกถึงตัวเองตอนทำงานแข่งเวลาในเทศกาลหนัง ซึ่งเป็นช่วงที่เครียดสุดๆ นอกจากนี้ยังมีมุกตลกเกี่ยวกับวงการหนังและอีสเตอร์เอ้กส์ที่แฟนหนังต้องชอบแน่นอน สิ่งที่ประทับใจอีกอย่างคือหนังไม่มีตัวร้ายชัดเจน แต่แสดงให้เห็นว่าทุกคนก็แค่คนธรรมดาที่มีเป้าหมายเดียวกัน ข้อเสียคือบทเรียนบางอย่างในเรื่องอาจไม่ตรงกับความเห็นของผม รวมถึงเนื้อหาที่ไม่ได้ลงลึกถึงการเปลี่ยนแปลงของตัวละครมากนัก แต่โดยรวมก็เป็นหนังที่สนุก ดูเพลิน ใช้เวลา 90 นาที กับเรื่องราวการตามล่าความฝันโดยไม่ยอมแพ้ต่อวิสัยทัศน์ทางศิลปะ
ว้าว! หนังเกี่ยวกับคนรักหนังนี่นา นึกถึง Cinema Paradiso เลย ต้องดูให้ได้สิ ในฐานะอนิเมะ การเคลื่อนไหวและอนิเมชั่นสวยงามตามคาด ท่าทางการเปลี่ยนฉานเนียนลื่นไหลมาก ส่วนที่จีนตัดต่อหนังนั่นสุดยอดมาก เป็นช่วงที่สนุกสุดในเรื่องเลย แต่ในแง่เนื้อเรื่อง ถึงจะเข้าใจความตั้งใจ แต่บางข้อความก็ไม่เห็นด้วย โดยเฉพาะบทสนทนาเรื่องความยาวหนังระหว่างจีนกับปอมโปที่ค้านเต็มๆ จุดนี้ส่งผลต่อเรื่องตอนหลัง และน่ารำคาญอยู่หน่อย ส่วนสารที่ได้ก็รู้สึกตื้นๆ ไม่ต่างจากหนังแนวยกย่องความหลงใหลเรื่องเดิมๆ ทำให้พลอตเดาง่ายมาก สรุปแล้วเป็นอนิเมะที่ดูง่ายๆ โอเคอยู่ ให้ 6/10
สรุปสั้นๆ: ปอมโป่คือโปรดิวเซอร์ผู้มากความสามารถและกล้าหาญใน "นัลลีวูด" เมืองหลวงแห่งการสร้างภาพยนตร์ของโลก แม้เธอจะโด่งดังจากหนังชั้นบี แต่ปอมโป่บอกกับยีน ผู้ช่วยนักหนังขี้กังวลของเธอว่าเขาต้องกำกับบทภาพยนตร์เรื่องต่อไปของเธอ ซึ่งเป็นหนังดราม่าแสนละเอียดอ่อนเกี่ยวกับอัจฉริยะด้านศิลปะผู้ทุกข์ทรมาน นำแสดงโดยนักแสดงตำนานอย่างมาร์ติน แบรดด็อก ผู้เปรียบเสมือนมาร์ลอน แบรนโด และนักแสดงสาวมือใหม่ที่กำลังหาประสบการณ์ แต่เมื่อการผลิตเริ่มวุ่นวาย ยีนจะก้าวขึ้นมาทำตามความท้าทายของปอมโป่และก้าวเป็นผู้กำกับมือใหม่ได้สำเร็จหรือไม่? เรื่องนี้ทั้งเสียดสีอุตสาหกรรมหนังฮอลลีวูด และเป็นเครื่องบรรณาการต่อเวทมนตร์ของภาพยนตร์ สำหรับคนที่หลงรักหนังเหมือนผม นี่คือเรื่องที่ต้องดู! หนังถูกเสนอชื่อเข้าชิง "Best Animated Feature" ในเทศกาล Fantasia และรางวัลแอนนี่ ส่วนผู้กำกับและเขียนบทคือ ทาคายูกิ ฮิราโอะ นี่คือผลงานแอนิเมชันเรื่องแรกของสตูดิโอ CLAP ที่ควรได้รับเสียงปรบมือ! ยินดีต้อนรับสู่โลกแห่งความฝันและความบ้าคลั่ง! (ปอมโป่) สิ่งที่ชอบ: ผมดูเวอร์ชั่นภาษาญี่ปุ่น แม้จะมีเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษด้วย ผมรักมันมากๆ และมันทำให้ผมจำได้ว่าทำไมถึงหลงรักหนังขนาดนี้! - การเปลี่ยนฉากที่เฉียบคมมาก ชอบที่ใช้ฟิล์มจริงมาวาดเป็นกรอบและภาพในเฟรมต่างๆ - น่าสนใจเมื่อปอมโป่สอนยีนทำตัวอย่างหนัง เธอบอกว่าให้ใส่ภาพที่หลอกลวงเพื่อสร้างความสนใจ คุณคิดว่าคำแนะนำนี้ดีหรือคิดว่าผู้ชมจะโกรธเมื่อตัวอย่างหนังไม่ตรงกับเนื้อหาจริง? คอมเมนต์มาบอกกัน! - แอนิเมชันสร้างสรรค์และสนุกตา - ตื่นเต้นที่ได้เห็นขั้นตอนการสร้างหนังต่อหน้าต่อตา - แง่คิดเกี่ยวกับการทำหนังและชีวิตทั้งให้แรงบันดาลใจและความบันเทิง - หากไม่เคยดูอนิเมะญี่ปุ่นมาก่อน คุณจะได้พบกับความน่ารักแบบญี่ปุ่นผ่านตัวละครที่ดูเหมือนชาวตะวันตก เกร็ดน่ารัก: ฮอลลีวูดถูกเรียกว่า "นัลลีวูด" ในหนัง ส่วน "นิวา" คือเสียงแมวในภาษาญี่ปุ่น คุณจึงเห็นสัญลักษณ์แมวเต็มเมือง รวมถึงรูปปั้นรางวัล "ออสการ์" ที่เป็นรูปแมว! - ชอบฉากยีนพิมพ์งานดุเด็ดเหมือนนักเปียโนเล่นเพลง aria - ดูเครดิตจบให้หมด มีภาพต่อและ "outtakes" แทรกมา! - คะแนนผู้ชมใน Rotten Tomatoes สูงถึง 100%! สิ่งที่ไม่ชอบ: ชื่อปอมโป่อยู่ในชื่อเรื่อง แต่เนื้อเรื่องเน้นยีน ผู้ช่วยของเธอ - บางคนอาจไม่เข้าใจมุกเสียดสีทั้งหมด คำแนะนำผู้ปกครอง: มีตัวละครนักแสดงสาวที่ใส่บิกินี่และชุดเปิดเผยร่างกาย รวมถึงคำหยาบ (คำว่า D-word) ธีมหลัก: การสร้างภาพยนตร์ ตามหาความฝัน การทำงานเป็นทีม สร้างความมั่นใจ กระบวนการสร้างสรรค์ การมีเมนเทอร์ วิสัยทัศน์ ความไว้วางใจ อำนาจของความทรงจำ โอกาสพิสูจน์ตัวเอง
หนังคืออะไรสำหรับคุณ? คุณต้องการอะไรขณะดูหนัง? ทำไมหนังถึงสำคัญ? ทำไมการสร้างหนังถึงสำคัญ? ทำไมคนถึงรักการสร้างหนัง? หนังคือสิ่งที่ทรงคุณค่าอย่างมากสำหรับผม หนังดีๆ มีพลังที่จะทำให้คุณมีความสุข ทำให้คุณร้องไห้ ชวนให้คุณคิดถึงชีวิตตัวเองหรือชีวิตคนอื่น หนังที่ทำออกมาดีสามารถให้มุมมองใหม่ๆ ตัวละครที่สร้างแรงบันดาลใจ หรือแม้แต่เปลี่ยนชีวิตคุณได้ แค่เห็นคำว่า 'หนัง' ก็ก่อให้เกิดอารมณ์มากมายในใจแล้ว หนังสามารถสร้างความฝัน อารมณ์ความรู้สึกที่คุณอาจต้องการในเวลานั้น นั่นคือสิ่งที่หนังทำได้ แค่การที่ใครสักคนแต่งเรื่องและตัวละครขึ้นมาแล้วทำให้เราซาบซึ้งไปกับมัน ก็ทำให้ผมทึ่งแล้ววันนี้ผมดู 'Pompo: The Cinéphile (2021)' และรู้สึกเชื่อมโยงกับหนังเรื่องนี้มากจนบรรยายไม่ถูก นี่คือภาพยนตร์สำหรับคนรักหนังโดยแท้ เรื่องราวของตัวละครธรรมดาๆ ที่ชอบดูหนังและจดบันทึกเกี่ยวกับหนัง แล้วได้มาเป็นผู้กำกับ เขาและทีมงานพยายามสร้างหนังที่ซาบซึ้งและสร้างความประทับใจให้ผู้ชมได้ หนังเรื่องนี้เข้าใจหนังอย่างแท้จริง นั่นคือเหตุผลที่ผมหลงรักมัน มีบทพูดหลายตอนที่ตรงใจผมมาก มันเข้าใจความสำคัญของความยาวของหนังที่สั้นลง มุมมองของผู้ชม ฉากที่กำหนดความเป็นหนังทั้งเรื่อง ไอเดียที่สร้างบทหนัง การคัดเลือกนักแสดงที่เหมาะสม ทำอย่างไรให้ผู้ชมเชื่อมโยงกับเรื่องได้มากขึ้น เรื่องนี้สร้างมาเพื่อใคร? คุณเห็นตัวเองในหนังไหม? ฉากไหนสำคัญ ฉากไหนไม่จำเป็น? การตัดฉากบางฉากจะเปลี่ยนมุมมองผู้ชมได้อย่างไร? ในฐานะคนรักหนัง หนังเรื่องนี้สุดยอดมาก และเป็นเรื่องแรกที่ผมให้คะแนนเต็มมาเป็นเวลานาน
เป็นข้อพิสูจน์อันน่าอัศจรรย์ของแรงผลักดัน ทักษะ และการเสียสละที่จำเป็นต่อการสร้างสรรค์งานศิลปะที่มีความหมาย เรียบเรียงอย่างชัดเจน เจาะจง และเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก ในขณะเดียวกันก็กระชับและไม่เสแสร้ง นักแสดง ผู้กำะ ตัดต่อ ผู้ผลิต แม้แต่นักลงทุน ต่างถูกนำเสนอว่าเป็นบทบาทที่มีศักยภาพในการทุ่มเทด้วยความหลงใหลในแบบของตัวเอง ซึ่งส่งผลต่อผลงานอย่างลึกซึ้ง (จริงๆ นะ มีภาพยนตร์ไหนบ้างที่ให้เครดิตนักลงทุนผู้กล้าเสี่ยงจนงานเกิดขึ้นได้?) ความบังเอิญและความฉับพลันถูกแสดงว่าเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสร้างสรรค์ที่แยกไม่ออก การใคร่ครวญภายในและมุมมองส่วนตัวคือหัวใจของศิลปะที่ตราตรึง ข้อสังเกตเฉียบคมเกี่ยวกับการทำหนังเหล่านี้สอดคล้องกับสิ่งที่ศิลปินในดวงใจฉันมักพูดไว้ และการได้เห็นมันในอนิเมะเรื่องนี้ก็ทำให้ฉันทึ่งสุดๆ ไม่ต้องพูดถึงส่วนการตัดต่อที่ทรงพลังอย่างเหลือเชื่อ ซึ่งมีรายละเอียดที่ฉันรู้สึกขอบคุณมากๆแม้จะมีความลึกและความเฉียบคมในเนื้อหา แต่สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ดูมีชีวิตชีวาและสร้างแรงบันดาลใจคือ 'พลังงาน' และความปรารถนาดีของงาน มันพิสูจน์ว่าการทิ้งอีโก้แล้วทุ่มเทให้ศิลปะอย่างเต็มที่ได้ผลลัพธ์เจ๋งแค่ไหน (ยิ่งน่าทึ่งเมื่อนี่มาจากอุตสาหกรรมเดียวกันกับ Belle!) แม้คนดูอนิเมะทั่วไปอาจไม่ซึมซับทั้งหมด แต่นี่คืองานที่พร้อมจะจุดประกายคนที่ 'เข้าใจ' ในอนาคต
คุณจะได้เห็นภาพถ่ายและไทม์แลปส์ที่สวยงามตระการจากสตูดิโอของชินไค ได้เข้าใจตัวละครที่เรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง และได้สัมผัสประสบการณ์ในอุตสาหกรรมสร้างหนังที่คิดไม่ถึงว่าจะเห็นในอนิเมะ แม้รู้ว่าพวกเขาต้องสำเร็จ แต่ก็ยังมีช่วงดราม่าที่ร้อนแรงและเหตุการณ์ที่ตื่นเต้นเร้าใจจนเลือด沸腾 หนังเรื่องนี้พาเราไปรู้จักคนเก่งที่ทำในสิ่งที่รัก ควบคู่กับคนมีไฟที่ไม่เคยลอง ต้องท้าทายตัวเองเพื่อให้ได้มาซึ่งความฝัน ผลงานอนิเมชันสวยงามนี้ยังมีเพลงประกอบสุดเจ๋งและสนุกสนาน ช่วยเล่าเรื่องราวการตามล่าความฝันที่บางครั้ง...คุณก็ต้องทำทุกทาง!
ฉันไม่ชอบให้คะแนน 10/10 ง่ายๆ นะ และในอนาคตฉันอาจเปลี่ยนความคิดก็ได้ แต่ตอนนี้ฉันรักหนังเรื่องนี้มาก! ไม่รู้สิ ฉันพยายามดูแบบไม่ลำเอียด และรู้ข้อมูลน้อยมากๆ แค่รู้พล็อตเรื่องคร่าวๆ แต่แล้วฉันก็รู้สึกแบบเดียวกับหนังบางเรื่องที่เคยดู เช่น 'Tick Tick Boom' หรือ 'The Road To El Dorado' ที่รู้เลยว่าต้องชอบแน่ๆ และก็เป็นแบบนั้นจริงๆ! ไม่รู้ต้องอธิบายยังไง แต่มันโดนมาก ต้องบอกเลยว่าถ้าแม้แต่พล็อตเรื่องจะแย่ ฉันก็ยังแนะนำให้ดูเพราะภาพอย่างเดียวก็คุ้ม! ภาพยนตร์เรื่องนี้สวยจนตื่นตา แอนิเมชั่นลื่นไหล สีสันและตัวละครงดงามมาก ไม่รู้ว่าทำยังไง แต่ดีไซน์ตัวละครละเอียดยิบ เช่น ดวงตาที่เป็นประกายของบางตัวละคร หรือบางตัวที่เพิ่งมาเป็นประกายทีหลัง อธิบายไม่ถูกไม่ให้สปอยล์ แต่สุดยอดมาก! นอกจากนี้ หนังยังเล่นเรื่อง 'เมตา' เพราะเป็นหนังเกี่ยวกับการทำหนังอีกที มันเลยเมตาตั้งแต่ต้นจนจบ แถมหนังจบพอดี 90 นาทีเป๊ะ! ต้องดูถึงจะเข้าใจว่าทำไมมันเจ๋งมาก แม้เวลาสั้นแต่ส่งข้อความได้ตรงเป๊ะ ไม่รู้สิ มันแสดงให้เห็นว่าการทำหนังไม่ใช่เรื่อง hypocritical ต้องดูเองถึงจะรู้สึกเลยว่าสุดยอด! ส่วนตัวฉันรู้สึกเชื่อมโยงกับตัวละคร 'ยีน' ในฐานะศิลปินและคนที่อยากสร้างสรรค์งาน หนังสื่อสารอะไรบางอย่างที่อธิบายเป็นคำพูดยากมากๆ แต่มันงดงามจริงๆ ดังนั้นถ้าคุณเป็นผู้สร้างสรรค์ในด้านไหนก็ตาม ดูเรื่องนี้เลย! แม้ไม่ใช่คนสร้างสรรค์ หนังก็ดูง่าย สวยงาม เหมาะกับทุกคนที่แค่ชอบดูหนังธรรมดาๆ ก็สนุกได้!
6

#NOFILTER (2023) #ไม่มีฟิลเตอร์
6.6

A Muse (2012) อึนกโย เสน่ห์หาในวังวน
5.4

Death Is All Around (2023) อยากตาย อย่าตาย มรณาคาเฟ่
6.5

The Imperfects (2022) ดิ อิมเพอร์เฟคส์
7.2

Notting Hill (1999) รักบานฉ่ำที่น็อตติ้งฮิลล์
6.2

Countdown (2012) เคาท์ดาวน์
5.1

Christmas Bloody Christmas (2022)
6

The French Mans Season 1 (2022)
6.5

The First Responders (2022)
8.1

The Walking Dead Season 11 (2021) ล่าสยอง ทัพผีดิบ 11
7.6

Postman (2023) ไปรษณีย์ 4 โลก
6.6

I (2021)