
No Hard Feelings (2023) สาวแซ่บ…แอ๊บมาอ่อย เป็นเรื่องราวของ แมดดี้ สาวฟรีแลนซ์ที่ไม่ได้มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง เธอมีรถและขับอูเบอร์รับจ้างไปวัน ๆ แต่กำลังเผชิญหน้ากับปัญหาทางการเงินอย่างยิ่งยวด ซ้ำร้ายรถที่เป็นเครื่องมือทำมาหากินของเธอกำลังจะถูกยึดไป แต่แล้วเธอก็ได้พบกับโพสต์แปลก ๆ ในชุมชนออนไลน์ที่ต้องการคนช่วยเหลือคนที่กำลังมีปัญหาเข้ากับสังคม โดยพ่อแม่ครอบครัวหนึ่งที่เป็นกังวลว่าลูกชายของพวกเขาจะไม่รู้จักการเข้าสังคม เพอร์ซี่ เป็นเด็กหนุ่มที่กำลังจะมีอายุย่างเข้าสู่ชีวิตเรียนมหาวิทยาลัย เขาคือเด็กเนิร์ดที่หมกหมุ่นอยู่แต่กับงานวิชาการ ไม่สนใจที่จะมีปฏิสัมพันธ์ใด ๆ กับคนอื่น รวมทั้งไม่มีแนวคิดที่จะจีบสาวและปลดล็อกความซิงของตัวเองเลย ดังนั้น..เพื่อต้องแรกกับรถที่เธอต้องใช้ทำกิน แมดดี้ จึงตัดสินใจก้าวขาย่างก้าวมารับงานนี้ เพื่อจะทำทีเป็นคนรักของเพอร์ซี่ เพื่อปลูกฝังอารมณ์ร้อนเร่าและความพลุกพล่านทางฮอร์โมน ให้สอดคล้องช่วงวัยของเด็กหนุ่มที่กำลังจะเติบโตไปสู่โลกกว้างในฐานะการเป็นผู้ใหญ่

แมดดี้หญิงสาวที่กำลังจะเสียบ้าน พบประกาศรับงานแปลกจากพ่อแม่ที่อยากให้คนมาช่วยลูกชายวัย 19 ปีที่เก็บตัวให้กล้าแสดงออกก่อนเข้าเรียนมหาวิทยาลัย เธอมีเวลาหนึ่งฤดูร้อนเพื่อเปลี่ยนเขาให้เป็นผู้ชายเต็มตัว แม้ต้องฝ่าฟันอะไรก็ตาม
แมดดี้ สาวฟรีแลนซ์ที่ไม่ได้มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง เธอมีรถและขับอูเบอร์รับจ้างไปวัน ๆ แต่กำลังเผชิญหน้ากับปัญหาทางการเงินอย่างยิ่งยวด ซ้ำร้ายรถที่เป็นเครื่องมือทำมาหากินของเธอกำลังจะถูกยึดไป แต่แล้วเธอก็ได้พบกับโพสต์แปลก ๆ ในชุมชนออนไลน์ที่ต้องการคนช่วยเหลือคนที่กำลังมีปัญหาเข้ากับสังคม โดยพ่อแม่ครอบครัวหนึ่งที่เป็นกังวลว่าลูกชายของพวกเขาจะไม่รู้จักการเข้าสังคม เพอร์ซี่ เป็นเด็กหนุ่มที่กำลังจะมีอายุย่างเข้าสู่ชีวิตเรียนมหาวิทยาลัย เขาคือเด็กเนิร์ดที่หมกหมุ่นอยู่แต่กับงานวิชาการ ไม่สนใจที่จะมีปฏิสัมพันธ์ใด ๆ กับคนอื่น รวมทั้งไม่มีแนวคิดที่จะจีบสาวและปลดล็อกความซิงของตัวเองเลย ดังนั้น..เพื่อต้องแรกกับรถที่เธอต้องใช้ทำกิน แมดดี้ จึงตัดสินใจก้าวขาย่างก้าวมารับงานนี้ เพื่อจะทำทีเป็นคนรักของเพอร์ซี่ เพื่อปลูกฝังอารมณ์ร้อนเร่าและความพลุกพล่านทางฮอร์โมน ให้สอดคล้องช่วงวัยของเด็กหนุ่มที่กำลังจะเติบโตไปสู่โลกกว้างในฐานะการเป็นผู้ใหญ่
ไม่ใช่คอมเมดี้สุดจัดจ้านแบบที่ตัวอย่างหรือเรื่องย่อแรกๆ ทำให้เข้าใจ แม้จะมีช่วงแบบนั้นอยู่บ้าง แต่ ‘No Hard Feelings’ คือหนังคอมเมดี้ที่หวานละมุนจนน่าแปลกใจ มีตลกที่เพียงพอและเส้นเรื่องที่ลงตัวตามคาด ทำให้สนุกตลอดทั้งเรื่อง เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ เธอทำได้ดีมาก สามารถแสดงได้ครบทุกอารมณ์ที่บทต้องการ แถมยังทำให้ช่วงเวลาที่อ่อนไหวไม่รู้สึกแปลกแยก ส่วนแอนดรูว์ บาร์ธ เฟลด์แมน ก็ทำได้ดีเช่นกัน ความเขินอายของเขาไม่เคยน่ารำคาญ กลับทำให้รู้สึกประทับใจและตลกเสมอ การกำกับของจีน สตัปนิทสกี้ ก็ดีมาก เขาจัดการกับเนื้อเรื่องหลักได้ดีไม่ให้รู้สึกอึดอัดในทางที่ไม่ต้องการ เพิ่มมุมมองที่ฉลาดลงไปในมุกตลกบางส่วน และทำให้หนังรู้สึกเบาสมองด้วยมอนเทจสองสามช่วง
หนังเรื่องนี้แปลกมากจนไม่รู้จะคิดยังไงดี เริ่มจากคอมเมดี้เซ็กซ์สุด absurd กลายเป็นโรแมนติกคอมเมดี้ แล้วจบแบบหนัง Hallmark เกี่ยวกับมิตรภาพ ดูแล้วอึดอัดมากแต่ก็สนุกในสไตล์หนังตลกเกรดบีสไตล์ยุค 80 คุณคงจำยุคที่การที่คนอายุ 32 ปีประพฤติตัวไม่เหมาะสมกับนักเรียนมัธยมใส ๆ ยังถูกมองว่าตลกได้ แบบในหนังอย่าง Porky's หรือ Fast Times at Ridgemont High ไม่รู้ว่า Jennifer Lawrence ที่ทั้งเก่งและโด่งดังขนาดนี้ ทำไมถึงอยากมาแสดงหนังแบบนี้ แถมยังแสดงเต็มตัวเปล่าเป็นเวลานานหลายนาที แต่เธอก็ทำได้ดีและดูสนุกกับบทบาทนี้ ยกนิ้วให้เลยมั้ง!
No Hard Feelings เป็นหนังคอมเมดี้ที่สนุกแต่อยู่ในระดับธรรมดา หนังเรื่องนี้ทำให้คุณหัวเราะได้แน่นอน แต่พล็อตเรื่องบางเกินไปและตัวละครที่ตื้นเขินเกินไปจนไม่น่าประทับใจ เนื้อเรื่องติดตาม Jennifer Lawrence ในบท Maddie อายุ 32 ปี ที่ต้องไป ‘เดท’ กับเด็กหนุ่มอายุ 19 ปีตามคำขอของพ่อแม่เขาเพื่อแลกกับบ้าน ไม่ใช่เค้าโครงเรื่องที่แย่ที่สุดแต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก อย่างไรก็ตาม มันสร้างสถานการณ์ตลกๆได้เยอะและมีช่วงฮาตลอดหนัง นอกจากความตลกแล้ว ยังมีการแสดงชั้นยอดจากนักแสดงนำทั้งสอง Jennifer Lawrence โดดเด่นเหมือนเคย ส่วน Andrew Barth Feldman ที่ไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนก็แสดงได้ดีไม่แพ้กัน ปัญหาหลักคือพล็อตเรื่องที่ emotional ไม่เข้าถึงเพราะตัวละครพัฒนาน้อย เวลาเจอฉากซีเรียสเรื่องก็ดรอป节奏เกินไป รวมถึงตัวละครและ結局ที่คาดเดาได้ง่ายจนไม่รู้สึกอิน แต่ถ้าคุณอยากดูหนังตลกยามดึกที่ฟีลกู๊ดๆ No Hard Feelings ก็ตอบโจทย์ แม้ไม่ใช่คลาสสิกแต่นี่ก็เป็นหนังที่ทำหน้าที่ได้ดี
Gene Stupnitsky ยังคงสานต่อแนวทางของเขาที่มอบภาพยนตร์ตลก เซ็กซี่ และบางครั้งก็สะเทือนอารมณ์ให้เรา แต่ No Hard Feelings ดูจะเข้าข่าย Dramedy (ตลกดราม่า) มากกว่าคอมเมดี้เต็มตัว ไม่ได้หมายความว่ามันไม่สนุก เพราะยังมีช่วงที่คนในโรงหนังหัวเราะระเบิดเสียงแน่นอน แต่ก็มีหลายครั้งที่เรื่องปรับโทนเป็นจริงจัง ช่วงแบบนั้นแหละที่การแสดงของเจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ เปล่งประกายจริงๆ บรรยากาศซีเรียสมีมากกว่าที่คิดไว้ ตอนแรกนึกว่าจะได้ดูอะไรแบบระดับ Good Boys แต่กลับได้ดราม่าแทรกความบันเทิงแทน ซึ่งก็ไม่เลว บางฉากอาจเวอร์ไปหน่อย แต่ก็เป็นสไตล์หนังแนวนี้อยู่แล้ว ตัวอย่างเช่น ฉากบนชายหาดที่พาเรื่องไปอีกระดับ ในทีเซอร์อาจเห็นแค่เสี้ยวเดียว แต่พอดูเต็มๆ ฉากนี้แล้วตกใจเลย เพราะไม่อยากเชื่อว่านี่คือนักแสดงหญิงเจ้าของรางวัลออสการ์ที่มาแสดงแบบจัดเต็ม เรียกว่าเป็นหนังดูเพลินๆ ได้ครับ
โน ฮาร์ด ฟีลลิงส์ (2023) เป็นคอมเมดี้แนวทะลึ่งที่เริ่มต้นเหมือนจะเดินเรื่องแบบสุดโต่ง แต่กลับเลือกเส้นทางที่ปลอดภัยกว่า หนังเรื่องนี้ชวนคุณมาด้วยมุขฮาสุดไม่เกรงใจ ก่อนจะตบท้ายด้วยช่วงเวลาซึ้งใจไม่คาดคิด เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ โดดเด่นในบทบาทคอมเมดี้ที่มักถูกผู้ชายครองเมือง เธอส่งมุขฮาระเบิดเฮไม่หยุด โดยเฉพาะฉวนอาหารค่ำหายนะที่ทุกอย่างพังไม่เหลือชิ้นดี - แค่รีแอคชั่นของเธอคนเดียวก็คุ้มค่าตั๋วหนังแล้ว แต่ไม่ใช่แค่เรื่องตลก เพราะเธอยังแสดงด้านดราม่าได้ดีมาก ฉากสะเทือนใจเมื่อตัวละครเผชิญอดีตของตัวเองคือการพิสูจน์ว่าเธอเปลี่ยนโหมดจากฮาเป็นซึ้งได้แนบเนียน ช่วยตอกย้ำว่าเธอคือนักแสดงอันดับท็อปของฮอลลีวูด หนังเรื่องนี้ให้ทั้งเสียงหัวเราะและความอบอุ่นใจ เหมาะกับคนชอบคอมเมดี้เรทแรงแต่ยังมีเนื้อใน ท่ามกลางยุคที่หนังมักยัดเยียด特效หรือพล็อตเยิ่นเย้อ โน ฮาร์ด ฟีลลิงส์ กลับเป็นลมเย็นที่เรียบง่ายและจบใน 90 นาทีโดยไม่ยืด ข้อเสียคือบางตอนคาดเดาทางเรื่องได้ง่าย ส่วนตอนจบที่อารมณ์สะอื้นก็รู้สึกไม่ค่อยเข้ากับบรรยากาศตลกโปกฮาเท่าไร ถึงอย่างนั้นหนังก็ยังน่าดู แค่การได้เห็นเจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ โชว์สกิลก็คุ้มแล้ว ขอให้พร้อมหัวเราะและอย่าคาดหวังอะไรมากเกิน!
ตั้งแต่ดูตัวอย่างมาก็ตั้งความหวังไว้สูง พอได้ดูจริงไม่ผิดหวัง! เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ แสดงโคตรฮาสุดๆ ดูออกว่าเธอแสดงได้เต็มที่จริงๆ ทุกฉากที่เธออยู่คือโดดเด่น บางบทพูดก็สุดปัง มีมุกตลกทั้งแบบเฮี้ยนๆ และอึดอัดแต่ยังฮาได้อยู่ ส่วนที่เซอร์ไพรส์คือมีบางช่วงที่ซึ้งจนเหมือนดูดราม่า แม้ไม่บ่อยแต่พอเจอเรื่องราวเข้มข้นก็รู้สึกเรื่องดำเนินช้าลงหน่อย ถามว่าฮาเท่าซุปเปอร์แบดหรือ40ยังซิงมั้ย? อาจไม่ถึง แต่ก็ใกล้เคียง แนะนำให้ดู!
พ่อแม่ผู้ร่ำรวยจ้างผู้หญิงวัย 32 ปีให้ออกเดทกับลูกชายวัย 19 ปี หนังเรื่อง No Hard Feelings เป็นเรื่องเบาสมองและให้ความอบอุ่นใจแบบไม่ต้องคิดมาก ถ้าคุณหวังจะดูหนังตลกแบบหัวเราะระเบิดท้อง นี่ไม่ใช่เรื่องนั้น แต่รับรองว่าเป็นหนังดีที่ดูเพลินๆ ไม่เสียเวลาแน่นอน ได้ยินมาว่าหนังเรื่องนี้เคยเป็นที่ถกเถียงเพราะความต่างอายุของตัวละคร แต่ทำไมต้องจริงจังขนาดนั้นล่ะ? ถ้าคุณเป็นคนที่มองไม่เห็นด้วยกับการที่ผู้หญิงอายุมากกว่าเดทกับชายหนุ่มวัยรุ่น ก็แนะนำว่าไม่ต้องดูเลยดีกว่า ไม่งั้นอาจรู้สึกไม่ชอบเอาได้ ส่วนตัวแล้วผมชอบนะ ถึงจะเดาทางเรื่องได้บ้างแต่ก็สนุกอยู่ดี เป็นหนังที่เหมาะจะดูในวันหยุดสบายๆ กับกลุ่มเพื่อนฆ่าเวลา Vetrrich Chelvan 011223 NETFLIX
เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ คือนักแสดงคนโปรดของฉันเลยนะ แต่หนังเรื่องนี้ทำให้ผิดหวังมาก ฉันกับลูกสาวไปดูเรื่องนี้ด้วยกัน เธอเพิ่งจบมัธยมปลายเมื่อเดือนที่แล้ว ตอนหนึ่งลูกมองมาถามฉันว่า 'แม่คะ ถ้าหนูเป็นคนขี้อายจริงๆ แม่จะจ้างผู้ชายอายุ 32 ปีมาให้มีเซ็กซ์กับหนูเพื่อเตรียมตัวเข้ามหาลัยมั้ย????' ฉันมองหน้าลูกเหมือนเธอบ้าไปแล้ว แล้วบอกว่ามันน่าขยะแขยงมาก เธอเองก็เห็นด้วย และจุดที่เธอต้องการสื่อก็ชัดเจน ตั้งแต่ตอนนั้น ฉันคิดไม่ได้เลยว่าข้อความของหนังเรื่องนี้น่าขนลุกและน่ารังเกียจแค่ไหน มันเป็นพิษภัยและพยายามอย่างหนักที่จะทำให้สถานการณ์ที่ไม่ปกติกลายเป็นเรื่องปกติ
หนังเรื่องนี้ทำให้ฉันนึกถึงยุค 2000s แนวหนังแบบนี้แทบไม่เห็นเข้าฉายในโรงแล้วล่ะ ได้ความว่ามันดัดแปลงจากโพสต์ในเว็บประกาศ ซึ่งแปลว่าเรื่องราวไม่ได้เกินจริง เพราะโพสต์นี้เกิดขึ้นจริงในชีวิตจริง! อย่างไรก็ตาม ฉันชอบหนังเรื่องนี้มาก ตลกดี และมันก็ดีที่ได้เห็น Jennifer Lawrence แสดงความสามารถด้านคอมเมดี้ของเธอ ส่วนเรื่องอายุที่ห่างกัน ฉันว่าไม่ใช่ปัญหาอะไรเลย ฮอลลีวูดก็ทำหนังที่มีผู้ชายอายุมากกว่าผู้หญิงตั้งเยอะมาตั้งแต่ไหนแต่ไร แล้วทำไมผู้หญิงอายุมากกว่าจะเป็นปัญหาเล่า? ทั้งคู่มีเคมีกันดีมาก! แนะนำให้ดูเลยถ้าอยากหัวเราะพร้อมเรื่องราวซึ้งๆ
เมื่อดูตัวอย่างหนังตลกปี 2023 เรื่องนี้ตอนต้นปี ฉันเคยคิดว่าเจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์น่าผิดหวังแค่ไหน ที่จากบทเจ็บปวดละเอียดอ่อนใน 'Causeway' กลับมาลงตัวตลกเฮี้ยนแบบสุดโต่ง แต่พอได้ดูจริงๆ กลับติดใจกับความฮาแบบไม่เกรงใจใคร เพราะเกร็ก สตัปนิตสกี้ ผู้กำกับและผู้เขียนบท คุมจุดแข็งด้านคอมเมดี้ของลอว์เรนซ์ได้อย่างแม่นยำ เธอรับบท 'แมดดี้' สาวยัยกะล่อนผู้สิ้นไร้ทางกิน ที่ตอบโฆษณาใน Craigslist เพื่อช่วยเพิ่มความมั่นใจทางเพศให้ 'เพอร์ซี่' หนุ่มขี้อายวัย 19 ลูกพ่อแม่รวยเลี้ยงไข่ในหิน ลอว์เรนซ์ทุ่มแทบถวายชีวิตกับบทนี้ พร้อมสไตล์การแสดงเปรี้ยวจัดแบบไม่กั๊ก เช่น ฉากวิ่งไล่เก็บเสื้อผ้าบนชายหาดที่ฮาจัด จุดอ่อนอยู่ที่ช่วงคลายปมสุดท้ายที่เรื่องเริ่มนิ่มลงและเสียความดุเด็ดไปบ้าง ส่วนแอนดรูว์ บาร์ธ เฟลด์แมน ก็รับบทเพอร์ซี่ได้น่าสมเพชเวอร์ เรียกว่าดีกว่าที่คิดไว้เยอะ!
ฉันไม่คิดเลยว่าจะชอบเรื่องนี้! คิดว่ามันคงเป็นหนังแนวนี้ที่ดูเชยและน่าอึดอัดเหมือนที่เคยดูมาหลายเรื่อง ฉันไม่ได้เจอหนังดีๆ มานานมากแล้ว แต่เรื่องนี้สุดยอดมาก! เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ ดูสวยสง่ามากและก็ฮามาก ส่วนนักแสดงคนอื่นก็ทำได้ดีเช่นกัน นี่คือเซอร์ไพรส์ที่ยอดเยี่ยมจริงๆ เหมาะมากสำหรับการดูเพลินๆ ตอนบ่ายในวันที่ขี้เกียจ พร้อมกับเก็บกระเป๋าเพื่อไปเจอสามีกับลูกสาวที่บ้านพักฤดูร้อนพรุ่งนี้ (แม่คนนี้ต้องการเวลาส่วนตัว 10 วันแบบมีความสุขสุดๆ) ยกนิ้วให้เลย โอเค ต้องเขียนเพิ่มให้ครบคำแล้วอะ มันดูตลกมาก ฉันไม่รู้จะอธิบายอะไรเพิ่มแล้ว โอเค ใกล้ครบแล้วๆ จบละ
เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ ทำให้บทภาพยนตร์ธรรมดาๆ กลับมีชีวิตชีวาบนจอใหญ่ แม้เป็นหนังที่ดูสนุกแต่ก็สามารถทำได้มากกว่าที่เป็นอยู่ สำหรับฉันแล้ว นี่คือภาพยนตร์ที่ ‘เสียโอกาสอย่างใหญ่หลวง’ มุมมองทางจิตวิทยาของคนเก็บตัวที่น่าจะเป็นประเด็นเฉพาะตัวกลับกลายเป็นคลีชیهอลลีวูดและเรื่องราวที่คาดเดาได้ตั้งแต่ต้น ถึงอย่างนั้นก็ยังเป็นหนังดีที่แฟนๆ เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ และคนที่มองหาดราม่าคอมเมดี้เบาสมองควรดู น่าเสียดายที่ฉันคิดว่าหนังเรื่องนี้จะกลายเป็นผลงานที่ถูกลืมในอีกไม่กี่ปีเพราะไม่โดดเด่นทั้งในฐานะภาพยนตร์ตลกหรือดราม่า
ตอนแรกที่ดูก็รู้สึกสงสัยอยู่บ้าง แต่หนังเรื่องนี้ก็ทำให้เราประหลาดใจไม่น้อย เริ่มๆ ก็กลัวว่าเรื่องจะกลายเป็นหนังล้อเลียนเด็กเนิร์ดวัยรุ่นไปเสียหมด ซึ่งตอนต้นเรื่องก็เป็นแบบนั้นจริงๆ แต่พอหลังๆ เนื้อเรื่องก็พลิกดีขึ้น แนวคิดของเรื่องก็ชัดเจน เหมาะกับเทรนด์ในฮอลลีวูดช่วงหลังที่มักวาดภาพตัวละครผู้หญิงให้แข็งแกร่งที่สุด ในขณะที่ตัวละครผู้ชายกลับดูอ่อนแอ เรื่องนี้ก็เข้ากับเทรนด์นั้นได้ดี และมุกส่วนใหญ่ก็วนอยู่รอบๆ แนวทางนี้ แต่โชคดีที่หนังไม่กลายเป็นเรื่องราวด้านเดียวที่ดูเหมือนจะเอาแต่ลดคุณค่าตัวละครผู้ชาย แต่ยังมีข้อความเชิงบวกที่แม้จะดูเรียบง่ายแต่ก็ยังมีความรู้สึกลึกซึ้งอยู่บ้าง เคมีระหว่างคู่พระเอก-นางเอกก็ดี ถ้าไม่นับบางฉากที่ดูแปลกๆ แล้ว หนังเรื่องนี้ก็ถือว่าดูน่าชม
6.7

The Girl Next Door (2004) สาวข้างบ้านสะกิดหัวใจหวิว
6.1

Anyone But You (2023) เกลียดนัก รักซะเลย
6.5

Friends With Benefits (2011) เพื่อนกัน มันส์กระจาย
6.6

Causeway (2022)
6.6

Red Sparrow (2018) เรด สแปร์โรว์ หญิงร้อนพิฆาต
6.7

Love & Other Drugs (2010) ยาวิเศษที่ไม่อาจรักษารัก
7

Passengers (2016) คู่โดยสารพันล้านไมล์
7.2

The Hunger Games (2012) เกมล่าเกม
7.2

Caramelo (2025) คาราเมโล
3.7

The Commitment (2004) อาถรรพ์แก้บนผี
5.8

Trick or Treat Scooby-Doo! (2022)
6.1

The Wrath of Becky (2023)
6.8

Mon Laferte (2024) ฉันรักเธอ
8.3

We Best Love (2021)
6.4

Ferrari (2023) เฟอร์รารี่
6.4

The Vault (2021) หยุดโลกปล้น
5.5

Sympathy for the Devil (2023)
4.7

Uglies อั๊กลี่ (2024)
6.3

In Love All Over Again (2023) ตกหลุมรักเธออีกครั้ง
4.7

Chief of Station (2024)