
เรื่องย่อ McEnroe (2022)“McEnroe” เป็นภาพบุคคลที่ใกล้ชิดของหนึ่งในไอคอนกีฬาที่น่าสนใจและน่าประทับใจที่สุดตลอดกาล การต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่ของ John กับ Bjorn Borg อันดับหนึ่งของโลกสี่ปีติดต่อกันช่วยกำหนดยุคทองของเทนนิส แต่การโต้เถียงครั้งใหญ่ทั้งในและนอกคอร์ทกลับทรยศต่อความขัดแย้งภายใน จอห์นเดินทางในคืนหนึ่งของนิวยอร์กในความทรงจำเพื่อสำรวจว่าเหตุใดความต้องการการเชื่อมต่อจึงผลักดันเขาและเกือบทำให้เขาแตกหัก “McEnroe” นำเสนอไฟล์เก็บถาวรที่ไม่มีใครเห็นจากแมตช์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เทนนิส รวมถึง US Open และ Wimbledon ตลอดจนฟุตเทจโฮมวิดีโอจากตัว John เอง การมีส่วนร่วมจากลูกๆ ของจอห์นและแพตตี สมิธภรรยาของเขาทำให้ระดับความสนิทสนมที่พาภาพยนตร์เรื่องนี้ไปไกลกว่าภาพยนตร์ชีวประวัติกีฬาและเข้าสู่อาณาจักรของบางสิ่งที่ต้องสารภาพอย่างลึกซึ้ง ผู้มีความเห็นอกเห็นใจและจริงใจ โดยมีไอคอนเช่น Billie Jean King, Bjorn Borg และ Keith Richards “McEnroe” เป็นภาพบุคคลที่สมบูรณ์แบบของพลังแห่งธรรมชาติที่ขับเคลื่อนโดยหัวใจที่เต้นของนิวยอร์ก

ภาพยนตร์ติดตามชีวิตจอห์น แมคเอนโร ที่ในที่สุดเขาได้บอกเล่ามุมมองของตัวเองเกี่ยวกับอาชีพการเล่นเทนนิสที่เต็มไปด้วยเกียรติประวัติและการแสดงบนสนามแข่ง
จอห์น แมคเอนโร 'เด็กเกเรแห่งวงการเทนนิส' เปิดเผยมุมมองของเขาเกี่ยวกับอาชีพที่เต็มไปด้วยเรื่องราวและการแสดงบนสนามแข่งที่ร้อนระอุผ่านสารคดีสุดเข้มข้นที่ย้อนรอยเส้นทางนักเทนนิสตำนานกับสถิติระดับประวัติศาสตร์
ภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้พยายามจับใจความสำคัญของจอห์น แมคเคนโร่ นักเทนนิสซูเปอร์สตาร์ได้อย่างหลากหลายมุม จนเราติดใจแทบทุกช่วงของเรื่อง เขาเปิดใจตรงไปตรงมาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงจากเด็กเกเรในวัยที่ลงแข่ง เทนนิส สู่คนที่成熟แล้วในวันนี้ ตั้งแต่พฤติกรรมเอาแต่ใจจนถึงช่วงเวลาอ่อนโยนกับครอบครัวที่เขามีในปัจจุบัน ความจริงใจของเขาน่าชื่นชมมาก ส่วนเสริมที่ทำให้หนังดีขึ้นไปอีกคือคุณภาพการถ่ายทำที่ยอดเยี่ยมของทีมงาน หนังให้มุมมองลึกซึ้งกับหนึ่งในนักเทนนิสที่เก่งที่สุดของอเมริกา และยังแสดงให้เห็นว่าเขากลายเป็นผู้บรรยายกีฬาที่มีเสน่ห์ไม่แพ้กัน มุมมองและคำคมของเขาทำให้การถ่ายทอดเทนนิสมหกรรมน่าตื่นเต้นขึ้นหลายเท่า มีเขาคอยให้ความเห็นแบบนี้แล้ว กีฬาอย่างพิคเกิลบอลจะมาสู้ได้ยังไง!
เมื่อเปิดตัวเรื่อง 'McEnroe' (2022; 104 นาที) เราจะได้พบกับจอห์น แมคเอนโร่ในปัจจุบันที่พูดถึงการต่อสู้บนสนามเทนนิสและในชีวิต ส่วนภรรยาของเขากว่า 25 ปีกล่าวว่า 'ผู้คนไม่รู้จักจอห์นตัวจริง' เรื่องราวย้อนกลับไปสู่การเติบโตของจอห์น และสิ่งที่ทำให้เขาอยากเป็นนักเทนนิสระดับโลกภายในเวลาไม่ถึง 10 นาทีแรกของหนัง ความน่าสนใจ: นี่คือสารคดีล่าสุดจาก Barney Douglass (ผู้กำกับ 'Warriors') ที่นำเสนอมุมมองใหม่เกี่ยวกับอาชีพและมรดกของจอห์น แมคเอนโร่ โดยได้รับความร่วมมือจากตัวเขาเอง ครอบครัว (รวมถึงภรรยาและลูกๆ) รวมถึงการเจาะลึกปัญหาทางอารมณ์ที่รุนแรงของเขาและความสัมพันธ์ซับซ้อนกับพ่อ (ผู้จัดการในยุคแรก) สิ่งที่ประหลาดใจที่สุดคือบทสัมภาษณ์ของ บียอร์น บอร์ก ไอดอลและคู่แข่งตัวฉกาจในช่วงต้นทศวรรษ 80 ที่เผยว่าทั้งคู่มีจุดร่วมมากกว่าที่คิด สรุป: สารคดีนี้ให้มุมมองที่ลึกซึ้งและสดใหม่ต่อตำนานเทนนิสอย่างแมคเอนโร่ ทั้งข้อดีและข้อเสีย แสดงให้เห็นว่าเขาเป็นมนุษย์ที่มีทั้งข้อดีและข้อบกพร่องเหมือนคนทั่วไป ที่บังเอิญเป็นนักเทนนิสระดับเทพ 'McEnroe' ฉายทาง Showtime เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หากคุณชอบเทนนิสหรือสนใจชีวิตของจอห์น แมคเอนโร่ ขอแนะนำให้ลองหาชมและตัดสินกันเอง!
ใครที่สนใจเรียนรู้เกี่ยวกับผลเสียของการทำทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบ ต้องไม่พลาดสารคดีเจาะลึกชีวิตตำนานนักเทนนิสจอห์น แมคเอนโร ผู้คว้าแชมป์มากที่สุดทั้งเดี่ยวและคู่ในประวัติศาสตร์ชาย หนังสารคดีจาก Showtime โดยผู้กำกับบาร์นีย์ ดักลาส เผยให้เห็นว่าแม้แมคเอนโรจะประสบความสำเร็จสุดๆ แต่เขากลับไม่เคยพอใจกับสิ่งที่ทำได้ เพราะถูกหล่อหลอมจากการเลี้ยงดูที่เขาถูกผลักดันให้เป็นที่สุดเสมอ จนมองตัวเองเป็นคนล้มเหลวถ้าไม่ได้ความสมบูรณ์แบบ ความกดดันนี้ทำให้เขากลายเป็นนักเทนนิสขี้โมโหและชอบโต้แย้ง ทั้งในสนามและเวลาสัมภาษณ์ จนได้ฉายา 'เด็กแสบแห่งวงการเทนนิส' ซึ่งส่งผลถึงชีวิตนอกสวน court ทั้งพฤติกรรมเที่ยวหนัก ปัญหาครอบครัว และความสัมพันธ์รักที่สั่นคลอน จนกระทบการเล่นในที่สุด แต่ปัญหาทั้งหมดกลับกลายเป็นจุดเปลี่ยนให้เขาต้องทบทวนตัวเองอย่างจริงจัง ทั้งเรื่องที่ยึดติดและสิ่งที่ละเลยในชีวิต ต้องยอมรับว่าบางช่วงการเล่าเรื่องดูตีความเกินจริงไปหน่อย แต่โชคดีที่ไม่รบกวนเนื้อหาหลัก แถมยังชดเชยด้วยคลิป архив คมชัดและการสัมภาษณ์เจาะใจจากนักเทนนิสระดับตำนานอย่าง บิลลี จีน คิง และ บยอร์น บอร์ก รวมถึงคนในครอบครัว เพื่อนสนิทอย่างร็อกสตาร์ คีธ ริชาร์ด, คริสซี ไฮนด์ และแพตตี สมิท ภรรยาคนปัจจุบัน จนได้ผลลัพธ์เป็นสารคดีที่เจาะลึกชีวิตนักกีฬาได้ล้ำกว่าหนังกีฬาทั่วไปทั้งเนื้อหาและความพยายาม รับรองว่า...ผู้ชมได้เปรียบ!
แม้สารคดีเรื่องนี้จะมีความน่าสนใจอยู่บ้าง แต่ก็ดูเหมือนการย้อนรำลึกถึงตนเองของจอห์น แมคเอนโรที่ขาดมุมมองจากผู้คนที่ต้องเผชิญกับความหงุดหงิดและความไม่เป็นผู้ใหญ่ของเขา ทั้งบนสนามเทนนิสและนอกสนาม เรื่องราวถูกเล่าผ่านการเดินท่องเมืองนิวยอร์ก พาเราย้อนดูชีวิตการทำงานตามลำดับเวลาตั้งแต่การก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดในวงการเทนนิส พฤติกรรม 'เด็กเกเร' ของเขา และความสัมพันธ์ที่ย่ำแย่กับทั้งเพื่อนและครอบครัว แต่ทุกอย่างถูกนำเสนอผ่านมุมมองของเขาเองเท่านั้น ช่วงเวลาที่เขา 'เปิดเผยตัวตน' ซึ่งคนที่ตามดูเขามาตั้งแต่เด็ก (รวมถึงผู้เขียน) คุ้นเคยดีอยู่แล้ว กลับถูกเล่าในแบบที่ดูเหมือนการฉลองความสำเร็จ สิ่งที่เขาทำได้ในวงการเทนนิส—ซึ่งแม้ในยุคสมัยนั้นก็ไม่ได้แปลกใหม่มาก—เกิดจากความพยายามเรียกร้องความสนใจจริงหรือ? แน่นอนว่ากีฬาย่อมมีการเล่นกลยุทธ์ แต่เขาดื่มด่ำกับภาพลักษณ์ผู้ 'ปฏิวัติวงการเทนนิส' อย่างเกินจริง หนังของบาร์นีย์ ดักลาส เรื่องนี้ขาดความ objektivity ปล่อยให้ชายผู้มีความสามารถแต่เจ้าอารมณ์มาเล่าเรื่องแบบข้างเดียว และแม้จะมีนัยยะการรับผิดชอบเล็กน้อยตอนจบ แต่ทั้งหมดก็คือ 'วิธีที่จอห์น แมคเอนโรอยากให้ประวัติศาสตร์จดจำเขา' ดูได้ แต่ไม่ค่อยได้มากกว่าที่คาดหวัง
เรื่องราวของความรักที่มีต่อชีวิต ครอบครัว โชคชะตาและโชคลาภ ความรักในการออกกำลังกาย บทเพลงแห่งความซับซ้อนของมนุษย์ และที่ลืมไม่ได้คือความรักในกีฬาเทนนิส ฉันยังจำวันเก่าๆ ได้เมื่อบอร์กและแมคเอนโรประลองฝีมือบนสนามวิมเบิลดัน ความดุดันของจอห์นและความเยือกเย็นของบียอร์น บอร์ก ที่ดึงดูดแม้แต่ฉันให้ออกไปตีเทนนิสบนสนามแอสฟัลต์เปล่าๆ ด้วยไม้เทนนิสและเส้นสมมติ ใช่เลย...นั่นคือยุคทองของความทรงจำ การผลิตที่ยอดเยี่ยม มุมมองใหม่ของการเดินท่องนิวยอร์กในยามค่ำคืนไปกับจอห์น เอ็ม. แมคเอนโรที่ดูเป็นมนุษย์มากขึ้น ทำให้โลกดูน่าประทับใจ ถ้าคุณรักเทนนิส ต้องดูสารคดีเรื่องนี้เลย ทำออกมาได้ดีมาก และขอบคุณจอห์นสำหรับทุกสิ่งที่คุณมอบให้เราในสมัยนั้น
ตอนเด็กๆ ฉันคิดว่าเขาเป็นเด็กเกเรแบบที่สื่อพูดถึงจริงๆ – และเขาเป็นแบบนั้นจริงๆ! สารคดีเรื่องนี้ถูกเล่าโดยจอห์นที่โตแล้วและสามารถมองย้อนกลับไปเห็นตัวเองในมุมที่คนอื่นมอง เขาเป็นนักเทนนิสที่เก่งมากแต่ก็เป็นเด็กเกเรสุดๆ ตอนนี้เวลาฉันดูเทนนิส ฉันมักหวังว่าเขาจะมาเป็นผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็น เพราะเขาไม่ใช่เด็กเกเรที่ไม่เรียนรู้การเป็นผู้ใหญ่อีกแล้ว ตอนนี้เขาตลกและชอบล้อเลียนตัวเองเพราะไม่ต้องพิสูจน์ตัวเองอีกแล้ว ตอนเด็กๆ ฉันอยากให้เขาแพ้ แต่ตอนนี้ฉันดีใจที่เขาเป็นแชมป์ที่ยอดเยี่ยม – คิดว่าทั้งเราและเขาต่างเติบโตและมองชีวิตในภาพที่ใหญ่ขึ้น!
จะรักหรือเกลียดเขา แต่ถ้าคุณเป็นแฟนเทนนิสเมื่อ 40 ปีก่อน คุณคงรู้สึกเหมือนผมว่าตัวเองได้รับเกียรติที่ได้ชมชายผู้มากความสามารถที่สุดบนคอร์ตเทนนิส ภาพยนตร์เล่าเรื่องราวของจอห์น แมคอินโรที่พบกับชัยชนะและหายนะ เหตุใดเขาถึงมักปะทุและสูญเสียการควบคุมบนคอร์ตเทนนิสแบบทำลายตัวเองยังเป็นปริศนาที่ไม่มีคำตอบชัดเจน แต่เรื่องการครองตำแหน่งผู้ไร้เทียมทานโดยเฉพาะในแกรนด์สแลมที่จบลงก่อนวัยอันควรนั้นเล่าแบบไม่อ้อมค้อม มีการสัมภาษณ์แบบเปิดใจกับภรรยาและลูกบางคนที่ช่วยเปิดเผยหลายแง่มุมเกี่ยวกับตัวพวกเขาเองและพ่อ นี่คือเรื่องที่คนรักกีฬาต้องห้ามพลาด!
สารคดีเรื่องนี้เหมือนเป็นข้ออ้างสำหรับความขาดหายของความเป็นมนุษย์ในตัวจอห์น แมคเอ็นโร มันพยายามให้คุณเข้าใจว่าเขาเป็นคนทุกข์ทรมานแค่ไหน เพื่อให้ประวัติศาสตร์จดจำเขาในฐานะคนไม่ดีน้อยลง... ในฐานะคนที่โตมากลางยุคที่เขาประพฤติตัวหยาบคายและเหยียดหยามทุกคนที่คิดว่าต่ำกว่า ฉันบอกได้เลยว่าเขาเป็นคนน่าดูหมิ่น แมคเอ็นโรย่ำยีคนเล็กคนน้อยเพื่อไต่เต้าสู่จุดสูงสุด แล้วยังไม่หยุดอยู่แค่นั้น เขาคือมนุษย์ที่ชั่วร้าย ทั้งในอดีตและปัจจุบัน และใช้ชีวิตหลังเกษียณเพื่อพยายามลบภาพลักษณ์เดิมๆ ของตัวเอง แมคเอ็นโรไม่มีเมตตา ความเห็นใจ หรือความเคารพต่อใครทั้งนั้น สารคดีน่าจะให้เสียงกับคนนับร้อยที่เขาลงรอยและทำร้ายระหว่างแข่งเทนนิสและหลังเกษียณ แล้วมุมมองของพวกเขาต่อ 'มนุษย์ที่ไม่สมควรได้รับการยอมรับ' อย่างจอห์น แมคเอ็นโร ไปอยู่ไหน??
เมื่อวานฉันดูสารคดี McEnroe ผ่าน Sky Q และรู้ว่าสารคดีนี้สนุกมาก! ได้เห็นชีวิตวัยเด็กของ John McEnroe จนกระทั่งเขาก้าวขึ้นมาเป็นนักเทนนิสชายอันดับต้นๆ ของโลกในยุค 1980 ส่วนที่ชอบสุดคือการสัมภาษณ์ Björn Borg ที่เล่าถึงการแข่งรอบชิงวิมเบิลดันปี 1981 ที่แม็คเอาชนะบอร์กแบบสุดมัน รวมถึงช่วงสัมภาษณ์ลูกๆ ของแม็คที่พูดถึงปัญหาครอบครัวครั้งเก่า ก็น่าสนใจและสะเทือนใจเหมือนกัน แถมยังได้เห็น Patty Smith ภรรยาคนที่สองที่ช่วยให้เขาเลิกติดยาและเปลี่ยนชีวิตใหม่ ก็ทำให้เห็นอีกมุมของตำนานเทนนิสคนนี้ชัดเจนขึ้นเยอะ!
4.6

Mayumi (2025)
7

Paper Bride (2023) เจ้าสาวกระดาษ
6.3

Confession (2023) ฆาตกรรมคำลวง
5.4

All Eyes (2022)
6.8

Le pupille (2022)
6.2

The Shepherd (2023)
6.1

In My Heart (2018)
6

The Lorenskog Disappearance (2021) 31 ตุลาคม 2018 วันที่สาบสูญ
5

Sosyal Climbers (2025) ตกกระไดพลอยรวย
6.2

The Hatchet Wielding Hitchhiker (2022) คนถือขวานโบกรถ
6.5

The Cliche (2024) คุณชายน์
6.7

Copying Beethoven (2006) ฝากใจไว้กับบีโธเฟ่น