
The Intimate (2005) ลึกกว่ารัก หญิงสาวคนนึง ที่กำลังจะแต่งงาน อยู่ อีกไม่กี่ วันสองวันวันข้างหน้า งานแต่งเตรียมไว้เรียบร้อยหมดแล้ว แล้วจู่ ๆ ก็ไปปิ๊ง กับชายคนหนึ่งในลิฟท์ ทั้งที่เพิ่งเคยเจอกัน แล้วความสัมพันธ์ ก็ปรู๊ดปร๊าดไปถึงไหนต่อไหน ทั้งที่เพิ่งรู้จักกันยังไม่ถึงหนึ่งวัน…

ชายและหญิงที่เพิ่งพบกันวันนี้ เร่งรีบไปสู่ความใกล้ชิดในวันเดียว บางทีมันอาจเป็นแค่เรื่องบังเอิญที่ 'เธอ' ซึ่งกำลังจะแต่งงานในเดือนหน้า จะตอบรับคำชวนจากคนแปลกหน้าที่ชวนเธอออกไปด้วยกันแค่หนึ่งวัน
หญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังจะแต่งงานในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เตรียมงานแต่งไว้พร้อมทุกอย่างแล้ว จู่ๆ เธอก็ปิ๊งกับชายคนหนึ่งในลิฟต์ ทั้งที่เพิ่งเคยเจอกันครั้งแรก ความสัมพันธ์ก็พัฒนารวดเร็วไปถึงขั้นใกล้ชิด ทั้งที่ยังไม่รู้จักกันแม้จะไม่ถึงหนึ่งวัน...
หนังผู้ใหญ่เรื่องนี้เกี่ยวกับผู้หญิงที่กำลังจะแต่งงานและใช้เวลาหนึ่งวันกับคนแปลกหน้าแบบผิวเผิน ไม่มีเนื้อหาลึกซึ้ง พวกเขาพบกัน ทะเลาะกัน แล้วกลับมาคิดใหม่ แต่สุดท้ายก็ไม่เห็นจุดหมายชัดเจน ตัวละครไม่น่าสนใจ เสียดเวลา มีหนังเกาหลีเกี่ยวกับความสัมพันธ์ผู้ใหญ่ที่ดีกว่าเยอะ ไม่แนะนำให้ดู
ฉันดูหนังเรื่องนี้เพราะมันถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่ 'เมีย/แฟนนอกใจ' ตามบล็อกและเว็บรีวิวหนังใหญ่ๆ เนื้อเรื่องไม่ได้ซับซ้อนมาก เรียบง่ายและตรงไปตรงมา เกี่ยวกับผู้หญิงที่กำลังจะแต่งงาน แต่แล้วก็ไปเจอคนแปลกหน้าจนทุกอย่างเริ่มตื่นเต้นและมีความสุขกันสุดๆ จนสุดท้ายก็ต้องกลับสู่ความเป็นจริง นี่คือ 'ความรัก' หรือ 'แค่กิเลส'?... สำหรับฉันมันคือ 'กิเลส' ฉันดูเรื่องนี้ในปี 2021 แล้วนึกขึ้นได้ว่าเมื่อ 10 ปีก่อน ฉันก็เคยเจอประสบการณ์แบบเดียวกัน (เกือบจะเหมือนทุกอย่าง) มันมักจะเป็นช่วงเวลาสุขๆ และการมีเซ็กส์ เราอาจคิดว่ามีเคมีหรือความรักมากมาย แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่เลย มันเหมือนอยู่ในโลกแห่งจินตนาการ ที่มีแต่ช่วงเวลาสวยงามและความหลงใหล แต่พอเจอความจริงชีวิตก็จบลง... มันกลายเป็นแค่ 'ความทรงจำที่สวยงาม' หนังดีนะคะ
ถ้าต้องสรุปเรื่องนี้ในประโยคเดียวก็คงเป็นแบบนี้: โชคชะตาพาเจอแบบเซอร์ไพรส์พร้อมเซ็กส์จัดเต็ม หนังเล่าถึงสองคนแปลกหน้าที่บังเอิญพบกันในลิฟต์ จากนั้นพวกเขาก็ใช้เวลาร่วมกันทั้งวันทั้งคืน (ที่ดูเหมือนไม่มีวันจบ) เพื่อค้นหาซึ่งกันและกันและตัวเองไปพร้อมๆ กัน ไล่เรียงบรรยากาศคล้ายๆ Before Sunrise คู่รักไร้นามที่เรียกว่า 'บอย' (โจ ดง-ฮยอก) และ 'เกิร์ล' (ซง ฮยอน-อา) เล่นเกมจิตวิทยาการจีบกัน ทั้งแกล้งทำเขิน ตอบโต้แรงๆ ผลัดกันแซวจนสุดท้ายก็สวมกอดกัน ฟังดูเหมือนโรแมนติก典型ใช่มั้ย? บางช่วงก็มีมูฟเม้นต์คลาสสิกแบบหนังรัก เช่น ม้านั่งสาธารณะกับภาพวาดมือที่ดูโรแมนติก คำหวานซึ้งที่กระซิบเข้าหู แต่ก็มีคลิชเ่ช่นตัวละครหนึ่งต้องออกจากประเทศในวันถัดไป อีกคนหมั้นหมายกับคนอื่นแล้ว แล้วโชคชะตาก็ดันให้ทั้งคู่ได้เจอทางเลือกที่แตกต่างไปเสียหมด แต่หนังก็หยิบคำถามเก่าๆ เกี่ยวกับความสัมพันธ์มาถ่ายทอดได้น่าสนใจ คำถามพื้นฐานคือ 'ความรักคืออะไร' มันควรยืนยาวตลอดชีวิต? หรือเป็นแค่ความรู้สึกสุดเข้มข้นในช่วงเวลาสั้นๆ? และเมื่ออยู่กับใครมานาน มันคือการกลัวที่จะออกจากคอมฟอร์ตโซนหรือคือความซื่อสัตย์กันแน่? รวมถึงความกังวลว่ากำลังจะแต่งงานกับคนหนึ่งแต่ดันไปเจอเนื้อคู่จริงๆ แล้วคุณจะทำยังไง? โทษโชคชะตาที่ให้เขามาช้าไป? และมันจริงมั้ยที่ยิ่งรู้จักใครนานเท่าไหร่ยิ่งเห็นข้อเสีย แล้วคุณจะยอมรับมันได้หรือจะเลือกหลบหนีทุกครั้งที่เห็นสัญญาณแรก? ข้อดีคือทั้งคู่หน้าตาดี ช่วยให้ผู้ชมอินไปกับสถานการณ์ว่า ถ้าเป็นคุณ...ระหว่างสิ่งที่กำลังมี กับสิ่งที่อาจได้ใหม่ คุณจะเลือกอะไร? ข้อเสียอาจอยู่ที่ตัวละครคู่หมั้นที่ถูกทำให้ดูเป็นผู้ร้ายเกินไปเพื่อให้อีกฝ่ายดูน่าสนใจ หนังดำเนินเรื่องได้น่าติดตาม แถมช่วงเครดิตตอนจบที่แสดงเบื้องหลังการถ่ายทำยังทำให้เห็นแง่มุมการกำกับมากขึ้น แม้บางซีนที่ถูกตัดทิ้งอาจดูน่าสนใจ แต่ถ้าใส่เข้าไปอาจทำให้เรื่องยืดเยื้อแทนที่จะ紧凑ในเวลา 24 ชม. แบบนี้ ซึ่งอาจเปลี่ยนอารมณ์หนังไปเลย แต่คงไม่ดีกว่าที่เป็น
ธีมของหนังเรื่องนี้ถูกนำเสนอมาหลายครั้งแล้ว เมื่อสองคนพบกันและสร้างความสัมพันธ์ที่เข้มข้นจนชีวิตเปลี่ยนไปจากเดิม ส่วนตัวผมชอบหนังเรื่องนี้มาก แม้ผมจะอายุเกือบ 70 แล้วที่พยายามย้อนวัยเยาว์ หนึ่งสิ่งที่ไม่ต้องสงสัยคือ นักแสดงสาวเกาหลี ฮยอนอาเซอง เธอแสดงได้ยอดเยี่ยมมาก เธอคือหนึ่งในผู้หญิงที่สวยและเซ็กซี่ที่สุดทั้งบนจอและในชีวิตจริง แถมยังแสดงได้ดีอีกด้วย ผมถูกหลงใหลตั้งแต่ได้ยินเสียงเธอพูดภาษาเกาหลีคู่ซับไตเติ้ลอังกฤษ ท่าทางและสีหน้าที่เธอทำนั้น 'ตราตรึงใจ' มาก ผมต้องตามหาหนังทุกเรื่องของเธอมาเก็บให้ครบ ส่วนพระเอกก็ไม่น้อยหน้า ถ้าผู้หญิงคนไหนสนใจก็ห้ามพลาด!
Call Boy (2018) หนุ่มตามสายคลายเหงา
7.3

A Million Miles Away (2023) ฝันให้ไกล ไปถึงอวกาศ