
Head Shot (2011) ฝนตกขึ้นฟ้า ตุล (นพชัย ชัยนาม) เป็นอดีตนายตำรวจหนุ่มมือสะอาด อนาคตไกล แต่วันหนึ่งเขาถูกบังคับให้ทิ้งคดียาเสพติด คดีใหญ่ที่สุดคดีหนึ่ง เพราะจำเลยในคดีนั้น คือผู้มีอิทธิพลเหนือกฏหมาย สิ่งหนึ่งที่ประชาชนธรรมดาไม่รู้คือ ประเทศเรามีองค์ลับ ถูกตั้งขึ้นมาเมื่อราว ๆ 30 ปี มาแล้ว จุดประสงค์เพื่อเก็บมารสังคมที่กฏหมายทำอะไรไม่ได้ เช่น พวกนักการเมืองคอรัปชั่น พ่อค้ายาเสพติดในรูปแบบของนักธุรกิจ หรือพวกร่ำรวยจากการค้าประเวณี และผู้มีอิทธิพลเหนือกฏหมายทังหลาย องค์กรนี้เชื่อว่า ในเมื่อความชอบธรรมไม่มีอยุ่ในสังคม เราก็ต้องสร้างความชอบธรรมขึ้นมาเอง เมื่อฟื้นขึ้นมา ตุล เห็นภาพทุกอย่างกลับหัว และถึงแม้ว่าเขาจะพักฟื้น จนร่างกายสมบูรณ์แล้ว สายตาของเขาก็ยังเห็นภาพกลับหัวอยู่เช่นเดิม มือสังหารไม่น่าจะเป็นอาชีพที่ดีนัก สำหรับคนที่เห็นทุกอย่างกลับหัว ตุลจึงลาออกจากองค์ลับนั้น เขาคิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะวางปืน และกลับไปใช้ชีวิตที่บ้านเกิดอันสงบสุข ภาพยนตร์สร้างจากหนังสือ “ฝนตกขึ้นฟ้า” ของนักเขียนซีไรต์ “วินทร์ เลียววาริณ”

ตำรวจหนุ่มที่กลายเป็นมือสังหารให้กลุ่มลับเพื่อกำจัดคนที่อยู่เหนือกฏหมาย ต้องพบกับชีวิตที่พังทลายจากเหตุการณ์รุนแรงเพียงครั้งเดียว
ตุล (นพชัย ชัยนาม) เป็นอดีตนายตำรวจหนุ่มมือสะอาด อนาคตไกล แต่วันหนึ่งเขาถูกบังคับให้ทิ้งคดียาเสพติด คดีใหญ่ที่สุดคดีหนึ่ง เพราะจำเลยในคดีนั้น คือผู้มีอิทธิพลเหนือกฏหมาย สิ่งหนึ่งที่ประชาชนธรรมดาไม่รู้คือ ประเทศเรามีองค์กรลับ ถูกตั้งขึ้นมาเมื่อราว ๆ 30 ปีก่อน จุดประสงค์เพื่อจัดการมารร้ายสังคมที่กฏหมายทำอะไรไม่ได้ เช่น พวกนักการเมืองคอร์รัปชัน พ่อค้ายาเสพติดในรูปแบบนักธุรกิจ หรือพวกร่ำรวยจากการค้าประเวณี องค์กรนี้เชื่อว่า เมื่อความยุติธรรมไม่มีในสังคม เราต้องสร้างมันขึ้นเอง หลังฟื้นคืนชีวิต ตุลเห็นภาพทุกอย่างกลับหัว แม้ร่างกายจะหายดี สายตาของเขายังเห็นภาพกลับหัวเช่นเดิม การเป็นมือสังหารไม่เหมาะกับคนที่มองโลกกลับด้าน เขาจึงลาออกและคิดถึงเวลาวางปืน กลับไปใช้ชีวิตสงบที่บ้านเกิด ภาพยนตร์ดัดแปลงจากหนังสือ 'ฝนตกขึ้นฟ้า' โดยวินทร์ เลียววาริณ นักเขียนรางวัลซีไรต์
ภาพยนตร์เรื่อง Headshot โดย เพ็ญเอ็ก รัตตานรวงศ์ อาจเป็นตัวเลือกที่น่าประหลาดใจสำหรับเทศกาลภาพยนตร์พุทธในปีนี้ เพราะเป็นหนังอาชญากรรมที่เต็มไปด้วยการฆาตกรรมและเลือด โดยเล่าชีวิตตำรวจที่กลายเป็นมือปรับรับจ้าง แต่หากมองลึกถึงแก่นเรื่องแล้ว หนังพูดถึง 'กฎแห่งกรรม' อย่างชัดเจน สิ่งที่ทำย่อมกลับมาหาตัว และคนที่ใช้ความรุนแรงย่อมรู้ดีว่าชะตาชีวิตจะจบอย่างไรในโลกแห่งการแก้แค้น ไม่ง่ายนักที่ Headshot จะคว้ารางวัลใหญ่ในไทย และอาจเป็นหนังที่เข้าถึงคนดูได้มากที่สุดของเพ็ญเอ็กในรอบหลายปี ดัดแปลงจากนวนิยายของ วิน ลโยวาริน หนังเสนอประเด็นการทุจริตในสังคมที่ไม่ได้เกิดแค่ในไทย แต่สะท้อนปัญหาเดียวกันทั่วโลก ที่คนรวยมีอำนาจมักหาช่องทางเลี่ยงกฎหมายและศีลธรรม นักธุรกิจและนักการเมืองใช้เงินซื้อความซื่อสัตย์ หรือไม่ก็ทำลายชีวิตผู้ต่อต้าน ชีวิตของ 'ทูล' (นพพร ชัยยานนท์) ตำรวจซื่อสัตย์ที่ถูกใส่ร้ายจนต้องกลายเป็นมือปืนรับจ้างขององค์กรลับ เพื่อล้างแค้นและรักษาความยุติธรรมแบบนอกระบบ ก็เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของเรื่องนี้ แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปเมื่อทูลถูกยิงเข้าหัวจนโคม่า ตื่นมาพร้อมกับการมองโลกแบบกลับหัว ทั้งสัญลักษณ์ของชีวิตที่พลิกผัน เขาตกอยู่ในวังวนการเปลี่ยนแปลงที่แก้ไขไม่ได้ ต้องตามหาความจริงว่าชีวิตเขาถูกควบคุมโดยใครบ้าง ทำให้เราค่อยๆ เห็นความน่าสมเพชของตัวละครที่เลือกทางผิด แต่ไม่สามารถหลีกหนีกรรมได้ ชีวิตของทูลยังเชื่อมโยงกับผู้หญิงสองคน คือ 'จอย' (ชานิกพร เสียงงkul) โสเภณีที่เข้ามาในชีวิตชั่วคราว และ 'ริน' (คริส หอวัง) คนขับรถที่ซ่อนความลับมากมาย เพ็ญเอ็ก เล่าเรื่องแบบสลับเวลาเพื่อสะท้อนความสับสนของทูล ที่กลายจากนักล่าเป็นเหยื่อ ถูกตามล่าโดยคนที่เขาเคยทำร้าย หนังแบ่งช่วงชีวิตของทูลเป็นสามส่วน คือยุคเป็นตำรวจ ยุคมือปืน และยุคปัจจุบันที่พยายามบวชเป็นพระแต่ถูกอดีตตามหลอกหลอน การเล่าเรื่องไม่เรียงลำดับเวลาทำให้ผู้ดูต้องปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงของทูล ก่อนจะปิดฉากด้วยการยิงกันสนุกสนาน ต้องชมการถ่ายภาพโดย แจ๊ส ชำนาญกิจ ที่สร้างบรรยากาศมืดหม่น ฉากฝนตกสาดสอดคล้องกับบทพูดที่เจาะลึกจิตใจตัวละคร ทุกคนต่างติดอยู่ในโลกอันโหดร้ายจากทางเลือกของตัวเอง ไม่ว่าดีหรือชั่ว
พอรู้จักหนังเรื่องนี้ ฉันก็นึกถึง 'Memento' (2000) ทันที หนังที่ฉันตัดสินใจไม่ได้เลยว่าชอบหรือไม่ชอบ สำหรับ 'Headshot' ครั้งนี้ เรื่องราวของตำรวจผู้กลายเป็นมือปืน ฉันกลับได้ความรู้สึกเดิมๆ เวลาดูหนังอาชญากรรมที่ไม่ต้องเร่งสปีดหรือมีดราม่าเหงาๆ แต่ให้ความสำคัญกับการเข้าใจตัวละครอย่างลึกซึ้ง ซึ่งหนังเรื่องนี้ทำได้ดี มันค่อยๆ สร้างตัวละครจนฉันรู้สึกเหมือนรู้จัก 'ตุลล์' ในชีวิตจริงเลย แต่เสียดายที่ฉันเดาตัวหน่วงใหญ่ของเรื่องได้สองจุด! ฉันอาจจะติติงตอนจบได้ แต่ไม่ทำแล้ว เพราะไม่สำคัญว่าใครเป็นคนลงมือสุดท้าย หนังสอนเราว่า 'เมื่อคุณเป็นคนดีแต่เล่นเกมกับคนเลว ก็ไม่มีทางไถ่บาป... มีได้แค่ที่ซ่อน' รีวิวนี้ไม่มีสปอยล์ ต้องดูเองแล้วตัดสิน ฉันให้หกเต็มสิบ เพราะตอนจบเติมเต็มข้อบกพร่องของหนังไม่ค่อยอยู่ ยังไงก็ตาม นี่เป็นหนังสำหรับคนรักหนังตัวจริงเท่านั้น
นี่คือสิ่งที่คุณตามหาอยู่รึเปล่า? ถ้าใช่ก็ไม่ต้องมองหาที่ไหนอีกแล้ว เว้นแต่ว่าคุณต้องการเห็นดาราหน้าคุ้น (เช่น นักแสดงอเมริกัน) ในหนังของคุณ - ไม่ได้ตัดสินนะ แค่บอกสิ่งที่คุณจะได้เจอ แต่ถ้ามาเพื่อดูหนังล่ะก็ คุณจะได้สนุกไปกับมันแน่นอน ทุกองค์ประกอบตั้งแต่การถ่ายทำ เนื้อเรื่อง ไปจนถึงการเล่าเรื่อง ล้วนเต็มไปด้วยสไตล์เฉพาะตัว และโชคดีที่สไตล์ไม่ได้กลบเนื้อหาหลัก แม้เนื้อเรื่องจะไม่ใหญ่โต แต่ก็มากพอที่จะขับเคลื่อนเรื่องราวและทำให้คุณคาดเดาต่อไม่ถูก มีการแสดงความรุนแรงและฉากเปลือยบ้าง ต้องบอกไว้ล่วงหน้า แต่ไม่ใช่แบบ 'ไม่มีหัว' (ขอเล่นคำนิดหน่อย) จริงๆ แล้วหนังเรื่องนี้ทำสิ่งที่กลับหัวกลับหางได้อย่างแนบเนียน... เป็นจุดเด่นที่ทำออกมาได้ดีสมชื่อ!
ผมมักพบว่าการดูหนังต่างประเทศบางครั้งก็เข้าถึงยาก เพราะปัญหาด้านภาษาและงบประมาณการผลิตที่มักต่ำ แต่ ‘Headshot’ หนังระทึกขวัญของเพ็ญเอก รัตนเรือง เป็นข้อยกเว้นที่หายาก แม้บางครั้งภาพจะมืดเกินไปจนมองไม่เห็นว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น แต่โดยรวมแล้วหนังเรื่องนี้ติดตามง่ายและดึงดูดให้ผมติดหน้าจอได้ตลอดเรื่อง ตูล (นพชัย ชัยนาม) คือตำรวจซื่อสัตย์คนสุดท้ายที่ต่อสู้กับสงครามปราบยาเสพติดที่ดูไร้ทางชนะ หลังปราบเครือข่ายยาเสพติดของน้องชายนักการเมืองระดับสูง เขาถูกเสนอสินบนให้ยกเลิกคดี แต่เมื่อปฏิเสธ เขากลับถูกตั้งกล่องจนเจอจอย (ชโนภร สายyoungกุล) ในลานจอดรถและเริ่มมีความสัมพันธ์ ต้องยอมรับว่าแรกๆ ผมรู้สึกสงสัยเล็กๆ เพราะจอยสวยร้อนแรง ส่วนตูล...ไม่หล่อเลย แต่ใครจะรู้ บางทีผู้หญิงไทยอาจชอบแบบนั้นก็ได้ หลังถูกตั้งกล่อง ตูลโกรธจัดและถูกส่งเข้าคุก ที่นั่นเขาเจอ ‘คุณเดม่อน’ ผู้เสนอทางออกให้พ้นโทษโดยเปลี่ยนเขาเป็น ‘มือสังหารพิเศษ’ ไม่รู้ว่าหนังเรื่องนี้ใช้งบเท่าไร แต่ต้องบอกว่าทุกอย่างลงตัวมาก นักแสดงนำอย่างชโนภรและสิริน หอวัง ไม่เพียงสวยสุดๆ แต่ยังแสดงได้น่าเชื่อถือทุกฉาก ว่ากันตรงๆ นักแสดงสาวอเมริกันสักกี่คนที่ทำได้แบบนี้ ทุกคนในเรื่องแสดงได้ดีหมด บทภาพยนตร์แน่นกระชับและเฉียบคม มีแอคชั่นพอให้เรื่องเดินหน้าไม่น่าเบื่อ แม้ในฉากแอคชั่นก็ไม่ใช้ภาพสั่นแบบหนังอเมริกันที่เห็นจนชิน โดยรวมแล้วเป็นภาพยนตร์ที่ยอดเยี่ยมมาก
นี่เป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่ฉันดูในปี 2011 ช่วงนี้ประเทศไทยไม่ทำให้ฉันผิดหวังเลย มีคอนเซปต์ดี ภาพถ่ายเยี่ยม ฉากต่อสู้สุดอลังการ หนังตื่นเต้นและน่าสนใจมาก ตามที่รีวิวอื่นๆ บอกไว้ว่า ถ้าคุณไปดูหนังเพื่อหาดาราชื่อดัง อย่าไปดูเรื่องนี้ แต่ถ้าคุณไปโรงหนังด้วยใจเปิดและมองหาภาพยนตร์ดีๆ เรื่องนี้เหมาะกับคุณมาก ฉันรู้ว่าตอนไปดูหนัง ฉันมักจะมีความคิดทั่วไปว่าเรื่องเกี่ยวกับอะไร จากที่อ่านมาฉันจึงตัดสินใจไปดูหรือไม่ดู หนังเรื่องนี้ดึงดูดความสนใจฉันด้วยหลายปัจจัย และนั่นคือเหตุผลที่ฉันตัดสินใจไปดู ฉันรับรองได้ว่ามันตื่นเต้นและฉันสนุกทุกวินาที อย่างที่คิดว่าคุณจะสนุกเช่นกันถ้าคุณเห็นด้วยกับแนวทางในการดูหนังของฉัน

The Sorcery Master (2023) จอมเวทย์เหนือเมฆ
5.1

Mirage Queen Prefers Circus (2022)
6.1

Lisa Frankenstein (2024) ลิซ่า แฟรงเกนสไตน์
7

Suspect (2023) ฆ่าสมการลวง
5.9

Fist of Fury Soul (2021) ไอ้หนุ่มซินตึ๊งล้างแค้น จิตวิญญาณดวงใหม่
5.3

Zero To Hero (2024) ซีโร่ ทู ฮีโร่
7.2

Good Luck to You Leo Grande (2022)
7.5

Violet Evergarden Eternity and the Auto Memory Doll (2019) ไวโอเล็ต เอเวอร์การ์เดน
6.1

Dead Silence (2023) คืนมรณะไร้เสียง
6.6

A Tree of Life The Pittsburgh Synagogue Shooting (2022)
4.2

Superfast! (2015) ฟาสต์เจ็บ เร็ว…แรงทะลุฮา
6.9

Supernova (2020) กอดให้รักไม่เลือน