
Finding Nemo (2003) นีโม…ปลาเล็ก หัวใจโต๊…โต การใช้ชีวิตอยู่ในแนวโขดหินประการังใต้ทะเลลึกนั้น ช่างเป็นสิ่งที่เต็มไปด้วยอันตรายสำหรับเหล่าปลาการ์ตูนตัวน้อยๆ จึงไม่แปลกที่ มาร์ลิน ปลาการ์ตูนพ่อม่าย จะต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจเต็มที่ในการปกป้อง นีโม ลูกชายตัวเดียวของเขาให้ได้ แม้ใจเขาจะมีทั้งความกลัวและความกังวลประดังถาโถมเข้ามา และแล้ว เวลาที่นีโมจะต้องออกจากบ้านอันแสนปลอดภัยของเขาก็มาถึง

หลังจากลูกชายของเขาถูกจับที่เกรตแบร์ริเออร์รีฟและถูกพาตัวไปที่ซิดนีย์ ปลาการ์ตูนขี้อายตัวหนึ่งจึงออกเดินทางเพื่อตามหาลูกชายและพาเขากลับบ้าน
การใช้ชีวิตอยู่ในแนวโขดหินปะการังใต้ทะเลลึกนั้น ช่างเป็นสิ่งที่เต็มไปด้วยอันตรายสำหรับเหล่าปลาการ์ตูนตัวน้อยๆ จึงไม่แปลกที่ มาร์ลิน ปลาการ์ตูนพ่อม่าย จะต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจเต็มที่ในการปกป้อง นีโม ลูกชายตัวเดียวของเขาให้ได้ แม้ใจเขาจะมีทั้งความกลัวและความกังวลประดังถาโถมเข้ามา และแล้ว เวลาที่นีโมจะต้องออกจากบ้านอันแสนปลอดภัยของเขาก็มาถึง ในวันแรกของการไปโรงเรียน มาร์ลินเป็นห่วงมากจึงไปส่งลูกชายเอง ด้วยนิสัยที่วิตกกังวลเกินเหตุไปกับทุกการเคลื่อนไหวของลูก จนนีโมรู้สึกว่าพ่อเริ่มเว่อร์ไปหน่อย เจ้าหนูจึงท้าทายพ่อด้วยการทำซนว่ายผ่านแนวหินเพื่อเข้าไปสำรวจเรือลำหนึ่ง แต่แล้วเรื่องคาดไม่ถึงก็เกิดขึ้น เมื่อนักดำน้ำโผล่เข้ามารวบร่างของนีโมหายไปต่อหน้าต่อตามาร์ลิน ซึ่งไม่อาจช่วยอะไรได้ทัน! หัวใจที่หล่นวูบทำให้มาร์ลินว่ายพรวดออกตามหาลูกชายอย่างบ้าคลั่ง และเมื่อผ่านไปถึงหน้าโรงเรียนปลา เขาก็กระโจนเข้าขอความช่วยเหลือจาก โดรี่ ปลาขี้ตังเบ็ดฟ้า ซึ่งยินดีให้ความช่วยเหลือเต็มที่
ผมชื่นชอบภาพยนตร์แอนิเมชันคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่ที่สร้างมา ไม่ว่าจะเป็นผลงานจากพิกซาร์อย่าง 'Toy Story' และ 'The Incredibles' หรือจากดรีมเวิร์กส์อย่าง 'Shrek' แต่ 'Finding Nemo' ยังคงเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมไม่มีใครเทียบได้ ไม่ใช่เพราะความตลกหรือความคิดสร้างสรรค์ (ซึ่งมีเทียบเท่าใน 'Toy Story' และ 'Monsters Inc.') แต่เพราะมัน reinvent ประเภทภาพยนตร์แอนิเมชันสำหรับเด็กได้จริงๆ ในแอนิเมชันแบบดั้งเดิม มักใช้การ์ตูนตลกแบบเกินจริงและ slapstick แต่ว่า 'Finding Nemo' มีเพียงบางช่วงที่ใช้รูปแบบนี้ เช่น ฉากนกนางนวลบินชนเรือจนจะงอยปากโผล่ผ่านใบเรือ แต่ฉากเหล่านั้นกลับช่วยเน้นให้เห็นว่าภาพยนตร์ส่วนใหญ่วิวัฒนาการไปจากรูปแบบเดิมแค่ไหน แทนที่จะยึดติดกับรูปแบบเก่า หนังกลับสร้างโลกของสัตว์ที่มีสติปัญญาพร้อมรายละเอียดทางวิทยาศาสตร์น่าทึ่ง สัตว์ทุกตัวมีพื้นฐานจากสายพันธุ์จริง ตู้ปลาถูกออกแบบจากอุปกรณ์จริง มีการเน้นสถานที่ชัดเจนเมื่อมาร์ลิน (Albert Brooks) เดินทางข้ามแปซิฟิกไปออสเตรเลีย ที่แม้แต่สัตว์ก็มีสำเนียงออสซี่! ในฉากที่ Gary Larson (ผู้สร้างการ์ตูน 'Far Side') คงชอบ นกกระทุงคุยกับฝูงปลาเกี่ยวกับรายละเอียดของการทำทันตกรรม โดยการที่สัตว์พูดและเข้าใจเหตุการณ์ถูกทำให้เป็นเรื่องธรรมชาติของโลกนี้ จนหนังจบลงคุณอาจเกือบเชื่อว่าปลาวางแผนหนีตู้ปลาได้จริง ความสมจริงนี้ไม่ได้ทำให้หนังน่าเบื่อ แต่กลับสร้างสรรค์ภาพยนตร์ที่ทั้งฉลาดและบันเทิง ส่วนใหญ่ตลกมาจากการล้อเลียนพฤติกรรมมนุษย์: ฉลามที่ตั้งชมรมคล้ายผู้ติดสุรา ฝูงปลาที่ทำตัวเหมือนดีเจน่ารำคาญขณะเคลื่อนเป็นรูปแบบสวยงาม หรือเด็กหญิง 4 ขวบที่ทำลายข้าวของแบบเด็กทั่วไป แม้เส้นทางตามหาลูกของมาร์ลินจะอาศัยความบังเอิญหลายครั้ง แต่ความสร้างสรรค์ทำให้เราให้อภัยได้ เรื่องนี้ใช้สูตรคล้าย 'Toy Story' ที่ตัวละครสองแบบ (ขี้กังวล vs. สะเปะสะปะ) เดินทางผ่านโลกที่สิ่งมีชีวิตรอบตัวฉลาดกว่าที่มนุษย์คิด แต่นำเสนอผ่านโดรี (Ellen DeGeneres) ปลาที่ความจำสั้น การให้ข้อจำกัดแบบมนุษย์กับตัวการ์ตูนถือเป็นความเสี่ยง แต่ผลลัพธ์คือทั้งตลกและเสริมพัฒนาความสัมพันธ์ของตัวละคร นี่คือภาพยนตร์พิกซาร์เรื่องแรกที่พัฒนาตัวละครจริงๆ มาร์ลินเรียนรู้การผจญภัยจากเต่าสายลุย (พากย์โดยผู้กำกับ Andrew Stanton) ส่วนนีโมลูกชายเรียนรู้การช่วยเหลือตัวเอง ทั้งฉลาม แมงกะพรุน วาฬ นก ฯลฯ ที่มาร์ลินเจอไม่ได้คิดร้าย แค่ทำตามสัญชาตญาณ เหมือนที่ Nigel นกกระทุงบอกว่า 'ปลาต้องว่ายน้ำ นกต้องกินอาหาร' นี่คือมุมมองที่น่าสนใจ: ไม่มีตัวร้ายจริงๆ มีแต่สิ่งมีชีวิตที่ทำตามธรรมชาติ และบางตัวที่ก้าวข้ามมัน
ผมจะบอกตามตรงเลยว่า ทุกอย่างที่คนพูดถึงหนังเรื่องนี้คือความจริง! นี่คือผลงานแอนิเมชันระดับมาสเตอร์พีซที่ทั้งสนุก ตลกเด็ดๆ และมีพล็อตเรื่องที่ทำให้คุณซาบซึ้งจนน้ำตาซึมได้เป็นระยะ ศิลปินยุคใหม่ของพิกซาร์ไม่เคยหยุดสร้างความประทับใจให้ผู้ชมด้วยแนวคิดที่ขยายขอบเขตจินตนาการเสมอ 'Finding Nemo' สวยงามตระการตาและทำให้คุณต้องยกย่องคนที่สร้างมันขึ้นมา ผมเคยลังเลที่จะดูเพราะมันถูกโปรโมตเกินเหตุ! สองวันก่อนเข้าฉายในประเทศ ทีวีและสื่อต่างโหมกระพือว่าดีวีดีทำลายสถิติยอดขายในอเมริกาตอนวางแผงวันแรก ซึ่งปกตินี่คือสัญญาณของสิ่งที่ตีเนียนๆ และเสแสร้ง...แต่ 'Finding Nemo' ไม่ใช่แบบนั้น ผมเป็นคนไม่ค่อยชอบหนังที่ยัดเยียดความปิ๊งหรือความรู้สึกปลอมๆ แต่นี่กลับทำให้ผมซึ้งจริงๆ บทเรียนชีวิตและคติสอนใจมีอยู่เต็มเปี่ยม แต่ไม่ถูกยัดเยียดหรือตีหน้าซื่อแบบเกินจริง หนังเรื่องนี้รู้จักบาลานซ์ตัวเองได้ดี ซึ่งสำคัญมากสำหรับคอมเมดีที่ดี...และมันก็ฮาจริงๆ!!! ทุกตัวละครสมทบใน 'Finding Nemo' (ที่มีเยอะมาก) ล้วนน่าจดจำและมีเอกลักษณ์ ส่วนการพากย์เสียงก็เหมาะเจาะสุดๆ เช่นเสียงของ วิลเลม เดโฟ ที่พากย์เป็น 'กิลล์'...เลือกได้เหมาะมาก ส่วน 'โดรี' (พากย์โดย เอลเลน เดอเจเนเรส) คือตัวละครที่เด่นสุดในเรื่อง เธอคือปลาสีฟ้าน่าฮักที่ความจำสั้น ลืมทุกอย่างทุก 5 นาที ซึ่งนำไปสู่เหตุการณ์ฮาๆ มากมาย หนังแบบนี้ไม่ได้ทำเพื่อเด็กเท่านั้น...แต่มันเหมาะกับทุกคนให้ได้ตระหนักว่าเราต้องหาความสุขให้ตัวเองบ้างและชื่นใจกับสิ่งเล็กๆ ในชีวิต ผมแนะนำเรื่องนี้กับทุกคนบนโลก ไม่ว่าคุณจะอายุ 9 ขวบหรือ 99 ปี 'Finding Nemo' จะทำให้คุณยิ้มได้และทิ้งความอบอุ่นไว้ในใจอย่างแน่นอน
จำกันได้ไหมตอนที่คุณยังเด็ก? ยุคที่สิ่งสูงๆ สำหรับคุณคือตู้ไปรษณีย์! ในตอนนั้น ภาพยนตร์แอนิเมชันจากดิสนีย์ (เช่น 'เดอะ ไลอ้อน คิง' และ 'โฉมงามกับเจ้าชายอสูร') คือสุดยอดความบันเทิงและเป็นหนังที่ดูได้เรื่อยๆ (จนพ่อแม่ปวดหัว) แต่ยุคนี้หนังแอนิเมชันอาจไม่ใช่สิ่งที่ 'คูล' ที่สุดแล้ว...ยกเว้นผลงานจากพิกซาร์ที่ฮิตสุดขั้ว อย่าง 'ตามหานีโม' หนังล่าสุดของสตูดิโอนี้!มาร์ลิน (อัลเบิร์ต บรู๊คส์) ปลาการ์ตูนขี้กังวลที่ขาดเซนส์อารมณ์ขัน ต้องสูญเสียลูกทั้งหมดจนเหลือเพียงนีโม (อเล็กซานเดอร์ โกลด์) ลูกชายที่พิการเล็กน้อย แต่แล้วเคราะห์ก็ซ้ำกรรมซัดเมื่อนีโมถูกทันตแพทย์จากซิดนีย์จับไปใส่ตู้ปลา ที่นั่นเขาได้พบกับเพื่อนๆ ปลาติดตู้มากมาย (ให้เสียงโดย วิลเลียม เดโฟ, วิคกี้ ลูอิส, อลิสัน แจนนีย์ และอื่นๆ) ส่วนมาร์ลินผู้พ่อก็ออกตามหาลูกสุดที่รักทันที!ระหว่างทาง มาร์ลินได้เจอกับโดรี (เอลเลน เดเจนเนอร์เรส) ปลาสีน้ำเงินความจำสั้นที่คอยตามเขาติดๆ พวกเขาต้องฝ่าอุปสรรคมากมาย ทั้งกลุ่มฉลาม (เอริค บานา, แบร์รี ฮัมฟรีส์ และ บรูซ สเปนซ์) ที่พยายามเลิกกินเนื้อปลา ฝูงแมงกะพรุนพิษ นกนางนวลจอมวุ่น และอีกสารพัดปัญหา!นี่คือสะพานเชื่อม! ในแบบของมัน... สมัยเด็ก หนังโปรดของฉันคือ 'The Incredible Mr. Limpet' ที่ผสมผสานไลฟ์แอคชันกับแอนิเมชันใต้ทะเล สิ่งที่พิกซาร์ทำที่นี่ทำให้ฉันนึกถึงหนังเรื่องนั้น เพราะพวกเขาสร้างโลกใต้ทะเลอันน่าพิศวงด้วยปลา ' realistic' แทนการ์ตูนสไตล์ยุค 60ของโปรดในหนังที่เต็มไปด้วยมุกเด็ดต้องยกให้ 'ฉลาม' แก๊ง! ฉันชอบฉลามอยู่แล้ว แต่การสร้างฉลาม 3 ตัวที่ฮาแตก (เป็นคอนเซปต์ที่เจ๋งมาก!) ทำให้ฉันหัวเราะแทบขาดใจ อีกจุดเด่นคือตัวละครโดรีของเอลเลน ที่สร้างเสียงหัวเราะได้ต่อเนื่อง (แม้บางมุกจะยืดเกินไปหน่อย) โดยรวมแล้วทั้งการพากย์และแอนิเมชันสมบูรณ์แบบไม่มีที่ติ!เทียบกับ 'มอนสเตอร์ อิงค์' แล้ว 'ตามหานีโม' คือการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของพิกซาร์ ชอบที่พวกเขาตั้งใจสร้างหนังที่สนุกครบรสไร้จุดบกพร่องใหญ่ สิ่งที่ฉันไม่ชอบใน 'มอนสเตอร์' คือตัวละครหลักบางตัวที่น่ารำคาญ แต่ผู้กำกับแอนดรูว์ สแตนตัน ทำได้ดีมากที่ทำให้หนังเรื่องนี้ดูสนุกและไม่น่าเบื่อสำหรับคนทั่วไป (รวมถึงนักวิจารณ์อย่างฉันด้วย!)ชีวิตมันวนมาเต็มวง... ตอนนี้ฉันโตเป็นบัณฑิตมัธยมแล้ว แอนิเมชันก็กลับมาคูลอีกครั้งด้วยพลังของคอมพิวเตอร์! 'ตามหานีโม' คือหนังสุดเจ๋งที่ควรพาทุกคนไปดู รับประกันว่า 9 ใน 10 คนต้องชอบ!
มาร์ลิน ปลาการ์ตูนขี้กังวลผู้เป็นพ่อที่ปกป้องลูกชายอย่างเหนียวแน่น กลับต้องเผชิญความท้าทายเมื่อนีโมลูกชายถูกมนุษย์จับไป! การเดินทางตามหานีโมทำให้เขาต้องก้าวข้ามความกลัว พร้อมพบเพื่อนสัตว์ทะเลสารพัดชนิด ทั้งกลุ่มฉลามมังสวิรัติ 3 ตัว ปลาขี้ลืม และเต่าทรัยอายุยืน ที่ช่วยให้เขาตระหนักว่าการเก็บตัวอยู่แต่ในบ้านคือความผิดพลาด Finding Nemo คือเรื่องราวน่ารักซึ้งที่ทั้งสวยงามและให้แง่คิด ตัวละครทุกตัวชวนหลงรัก โดยเฉพาะนีโมกับโดรีที่อยากให้กอดเลยทีเดียว! หนังไม่เพียงสนุกแต่ยังสอนใจทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ผ่านมุมมองการตามหาครอบครัวที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงและการเติบโตทางใจ ภาพใต้ท้องทะเลถูกนำเสนออย่างอัศจรรย์ ทุกเฟรมเต็มไปด้วยชีวิตชีวาและสีสัน แอนิเมชันถือเป็นระดับสูงสุดของ Pixar ประกอบกับเสียงและดนตรีโดย Thomas Newman ที่ถ่ายทอดอารมณ์ได้สมจริง ทั้งสนุกเฮฮาและเข้มข้นในฉากตื่นเต้น เสียงพากย์ก็เด่นไม่แพ้กัน โดยเฉพาะ เอลเลน ดีเจเนอรัส โดรีปลาขี้ลืมที่ทั้งฮาและน่ารัก เป็นตัวชูโรงของความตลกจากบทที่เฉียบคม ไม่ยอมจมดิ่งกับความ sentimental แบบ Disney แบบเดิมๆ สรุปแล้ว Finding Nemo คือมาตรฐานใหม่ของหนังแอนิเมชันที่สมบูรณ์แบบทั้งความบันเทิงและเนื้อหา ส่งท้ายด้วยข้อคิดสะกิดใจ: การปกป้องมากเกินไปอาจทำให้ลูกห่างเหิน แต่ไม่ว่าเด็ก (หรือปลา) จะคิดว่าตัวเองเป็นอิสระแค่ไหน พวกเขายังต้องการพ่อแม่เสมอ
ใช่แล้วที่คุณอ่านไม่ผิด! Finding Nemo มีฉากใต้น้ำที่สวยงามสุดยอดและตื่นตาตื่นใจจนแทบลืมหายใจ!! ตัวละครที่คุณจะรู้สึกผูกพัน พร้อมด้วยอารมณ์ความรู้สึกลักษณะเฉพาะและความฮาที่สมบูรณ์แบบ! และยังมีเสียงเพลงประกอบที่สมบูรณ์แบบ! จริงๆ แล้วคุณจะต้องการอะไรเพิ่มเติมอีกเล่า? กับความคมชัดระดับ 4K HDR และเสียง Dolby Atmos ที่สดใส ทำให้ภาพยนตร์คลาสสิกระดับตำนานเรื่องนี้มีชีวิตชีวาใหม่ทั้งหมด!!
พิกซาร์สตูดิโอทำได้อีกแล้ว ต้องยอมรับว่าทีมงานที่นี่เก่งจริงทั้งด้านอนิเมชันคอมพิวเตอร์และการเล่าเรื่อง ซึ่งหาได้ยากที่ทั้งสองสิ่งจะมาคู่กันแบบสมบูรณ์แบบ แต่ที่นี่พวกเขาทำได้อีกครั้ง พาให้ผู้ชมจมดิ่งไปกับความอัศจรรย์จนแทบลืมไม่ลง นี่คือความมหัศจรรย์ของ 'Finding Nemo' หนังเล่าเรื่องของนีโม (ให้เสียงโดย Alexander Gould) ปลาการ์ตูนน้อยที่เบื่อกับการถูกพ่อของมันเอง มาร์ลิน (Albert Brooks) คอยปกป้องเกินเหตุ จนวันหนึ่งมันแอบว่ายไปยังจุดที่ถูกห้ามไว้และถูกจับโดยนักดำน้ำ ก่อนจะถูกนำไปไว้ในตู้ปลาที่คลินิกทันตกรรมแถวท่าเรือซิดนีย์ มาร์ลินจึงต้องออกตามหาลูกชายร่วมกับโดรี (ปลาทางัลยุกสีน้ำเงินขี้ลืมสุดฮา ให้เสียงโดย Ellen DeGeneres) ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป โครงเรื่องอาจดูเรียบง่าย แต่สิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้โดดเด่นคือรายละเอียดที่สมบูรณ์แบบ สีสันและพื้นผิวที่อลังการราวกับว่าเรากำลังดูกำลังดูกองถ่ายใต้ท้องทะเลจริงๆ ฉากอย่างการที่มาร์ลินพานีโมไปโรงเรียนท่ามกลางปะการังสีสันสดใส หรือตู้ปลาที่นีโมถูกขังไว้ ล้วนตระการตาเกินบรรยาย และนับเป็นการ์ตูนแอนิเมชันที่ยอดเยี่ยมที่สุดเรื่องหนึ่งเท่าที่เคยมีมา โลกแห่ง 'Finding Nemo' เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตน่ารักที่ว่ายวนอยู่ใต้ท้องทะเล กระโดดโลดเล่นไปมาบนจอภาพราวกับมีชีวิต ผู้ชมจะได้ดื่มด่ำกับโลกอีกใบไปเกือบ 2 ชั่วโมงแบบไม่รู้ตัว เพลงและบทภาพยนตร์ก็ผสมผสานกับภาพอันตระการตา สร้างเป็นหนังคุณภาพสูงที่ทั้งสนุก ซึ้ง และสวยงาม ทั้งเรื่องราวความสัมพันธ์พ่อลูก โลกใต้ทะเลที่เหมือนจริง และการผจญภัยสุดตื่นเต้น นี่คือมหากาพย์ใต้ท้องทะเลที่ทั้งตื่นตาตื่นใจและตรึงใจทุกนาที คะแนน: A
ทีมงานฝีมือดีจาก Disney/Pixar ทำได้อีกแล้ว! พวกเขาสร้างโลกใต้ทะเลสุดอลังการที่เต็มไปด้วยตัวละครน่าประทับใจแบบ Disney เรื่องราวชวนหลงใหลของพ่อปลา (มาร์ลิน) ที่ต้องตามหาลูกชาย (นีโม) โดยมีเพื่อนใหม่สุดเพี้ยน (โดรี) คอยช่วยผจญภัยข้ามมหาสมุทร ทั้งเผชิญหน้ากับฉลาม เล่นเซิร์ฟกับเหล่าเต๋าเต่า ฝ่าฝูงแมงกะพรุน และรอดจากท้องวาฬมาได้! ทุกตัวละครสว่างไสวด้วยเสน่ห์ Disney แต่ตัวโปรดของเราคือ 'โดรี' ตัวละครฮาอันดับหนึ่ง ที่ Ellen DeGeneres พากย์เสียงได้อย่างยอดเยี่ยมจนเรียกได้ว่าเจ๋งสุดๆ ทั้งเรื่องคือความสำเร็จอีกครั้งของ Disney และ Pixar ที่ทำให้เราทุกคนรู้สึกเหมือนเด็กอีกครั้ง สนุกได้ทั้งครอบครัวให้ 8/10!
พิกซาร์แอนิเมชันสตูดิโอมีทักษะพิเศษในการสร้างภาพยนตร์ครอบครัวที่ลึกซึ้ง ฉลาด และเต็มไปด้วยอารมณ์ขัน (สังเกตว่าฉันไม่ใช้คำว่าภาพยนตร์เด็ก) "Toy Story" ภาค 1 และ 2 รวมถึง "Monsters, Inc." คือภาพยนตร์ครอบครัวโปรดของฉัน ส่วน "Finding Nemo" อาจไม่ใช่เรื่องโปรด แต่ก็ไม่น่าผิดหวังแบบ "A Bug's Life" เพราะยังคงความครบรสทั้งความสนุก ความคิดสร้างสรรค์ และดูเพลินเหมือนผลงานอื่นๆของพิกซาร์เหมือนเดิม พิกซาร์มักสร้างโลกใหม่จากสิ่งใกล้ตัวเสมอ ใน "Toy Story" พวกเขาให้ชีวิตของเล่นและสร้างโลกผ่านมุมมองของของเล่น ใน "Monsters, Inc." ก็พาเราเข้าสู่โลกปีศาจ ก่อนหน้านี้ฉันเคยวิจารณ์ว่า "A Bug's Life" ทำได้ไม่ดีเพราะเป็นเรื่องของแมลงที่ขาดความวิเศษแบบของเล่นหรือปีศาจที่กระตุ้นความทรงจำวัยเด็ก แต่ดูเหมือนฉันจะคิดผิด เพราะ "Finding Nemo" ที่มีฉากหลังเป็นปลาธรรมดาๆก็ยังทำให้ฉันหลงรักได้ เรื่องราวเริ่มต้นใต้ท้องทะเลกับปลาการ์ตูนชื่อมาร์ลิน (พากย์เสียงโดย Albert Brooks) ที่สูญเสียภรรยาและไข่ปลาทั้งหมดจากเหตุถูกล่าของฉลามร้าย เหลือเพียงไข่ฟองสุดท้ายที่เขาให้ชื่อว่านีโม หลายปีผ่านไป นีโม (พากย์เสียงโดย Alexander Gould ลูกชายของ Elliot?) เติบโตและต้องไปโรงเรียนปลาครั้งแรก แต่ด้วย trauma จากอดีต มาร์ลินปกป้องลูกสุดที่รักเกินเหตุ นีโมที่เบื่อถูก扱เหมือนเด็กเล็กจึงพิสูจน์ความกล้าโดยว่ายไปใกล้เรือประมง...แล้วก็ถูกจับโดยหมอฟันนักดำน้ำ! มาร์ลินจึงออกตามหาลูกด้วยความช่วยเหลือจากโดรี (พากย์เสียง Ellen DeGeneres) เพื่อนใหม่ความจำสั้นที่ลืมเรื่องราวได้ก่อนจะทำอะไรเสร็จซักที (เช่นตอนพามาร์ลินหาเรือประมงแล้วดันลืมซะเฉยๆว่าทำไมเขาตามมา) พิกซาร์ไม่ทำให้ผู้ชมผิดหวังกับเรื่องนี้ มีสามสิ่งที่คาดหวังได้เสมอจากผลงานพวกเขา: 1. การสร้างโลกใหม่จากสิ่งใกล้ตัว 2. โลกนั้นถูกออกแบบรายละเอียดอย่างพิถีพิถัน 3. อารมณ์ขันที่แทรกอยู่ทุกที่ "Finding Nemo" สร้างโลกใต้ทะเลของปลาอย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งรายละเอียดสภาพแวดล้อมและพฤติกรรมปลาที่ถูกถ่ายทอดผ่าน CGI อย่างน่าทึ่ง ส่วนความฮานั้นอยู่เต็มเรื่อง ทุกตัวละครมีมุกเด็ด ฉันชอบฉากในตู้ปลาของคลินิกหมอฟันเป็นพิเศษ โดยเฉพาะกิลล์ (พากย์เสียง Willem Dafoe) ปลาหน้าโหดที่พยายามแหกตู้จนร่างกายเต็มไปด้วยรอยแผลจากการกระโดดทับเครื่องมือทันตกรรม - เป็นการล้อภาพยนตร์สงครามเชลยศึกนั่นเอง การที่ Willem Dafoe เคยแสดงใน "Platoon" หนังสงครามระดับตำนานก็น่าจะมีส่วนให้มุกนี้ฮาขึ้น (ข้อความต่อไปนี้ดัดแปลงจากรีวิว "Monsters, Inc." ของฉัน) "พิกซาร์ไม่เพียงขยายจินตนาการ แต่ขยายโลกทัศน์ของเราไปพร้อมกัน ฉันชื่นชมค่านิยมและความทุ่มเทของสตูดิโอแห่งนี้ ดังที่เคยเขียนในรีวิว "Toy Story" พวกเขายึดหลักการเดียวกับ Disney ในยุค 50-60 ที่เคารพผู้ชม เคารพคุณภาพงาน และที่สำคัญ - เคารพใน 'สติปัญญา' ของผู้ชม สิ่งที่ Disney ในยุคหลังที่ผลิตแต่ภาคต่อเฟ้อไร้สาระได้ลืมไปแล้ว แม้ในทางกฎหมาย Disney จะเป็นผู้ร่วมสร้าง "Toy Story" และ "Monsters, Inc." แต่จริงๆแล้วพวกเขาแค่ให้เงินและเอาชื่อไปติด opening credit เท่านั้น แถมยังมีข่าวลือถึงความขัดแย้งระหว่างสองค่าย เช่น ปัญหาการทำ "Toy Story 3" กับ "Finding Nemo" ฉันยังคงความเห็นเดิม พิกซาร์คือสตูดิโอภาพยนตร์ครอบครัวที่ดีที่สุดในตอนนี้ หวังว่าสักวันพวกเขาจะแยกตัวจาก Disney และสร้างสังกัดเป็นของตัวเอง เจ้าตัวรู้ดีว่าอะไรที่ทั้งเด็กและผู้ใหญ่สนใจร่วมกัน และน่าทึ่งที่พวกเขาสร้างหนังที่ดูสนุกได้ทุกวัย เรื่องนี้เหมาะจะพาเด็กๆไปดู แล้วคุณอาจแอบกลับไปดูซ้ำโดยไม่มีพวกเขาก็ได้"
มาร์ลินสูญเสียนีโมลูกชายผู้หัวดื้อของเขาไป และเมื่อรู้ว่า 71% ของโลกคือน้ำ นั่นหมายถึงปริมาณน้ำมหาศาลที่ต้องตามหาปลาเพียงหนึ่งตัว! ย้อนกลับไปช่วงที่ดิสนีย์ พิกซาร์มอบภาพยนตร์ที่น่าจดจำ ทรงคุณค่า และยอดเยี่ยมให้เรา ‘ตามหานีโม’ คือหนึ่งในแอนิเมชันระดับตำนานที่ทั้งสนุกและซาบซึ้ง ครอบครัวดูได้ทุกคน เชื่อเลยว่าพอถึงช่วงคริสต์มาส หนังเรื่องนี้จะถูกเปิดอีกเหมือนทุกปี เพราะมันทำให้เราหัวเราะได้เสมอ โดยเฉพาะ ‘โดรี’ เพื่อนซี้หลงๆ ของมาร์ลินที่เอลเลน เดเจเนอเรส ให้เสียงได้ฮาอย่างเจ๋งสุด ทำเอาสงสัยว่าทำไมถึงใช้เวลานานกว่าจะมีภาคต่อ? แม้ ‘ตามหาโดรี’ จะสู้ภาคแรกไม่ได้ แต่ก็ยังน่าดู ส่วนตัวชอบ ‘บรูซ’ ฉลามผู้หลงใหลในวิถีสันติ อนิเมชันและบทของเขาสมบูรณ์แบบที่สุด เรื่องนี้มีทั้งความตื่นเต้น อารมณ์ขัน และแก่นสาระ แอนิเมชันยังคงสดใส น่าประทับใจ 9/10
Finding Nemo เป็นภาพยนตร์การผจญภัยแอนิเมชันที่ยอดเยี่ยมและน่าหลงใหลสำหรับทั้งเด็กและผู้ใหญ่ สิ่งที่น่าประทับใจที่สุดคือจังหวะเวลาแห่งความตลกที่วางตัวได้เหมาะเจาะเหมือนใน Monsters, Inc. โดยมีการ์ตูนหลุดแบบเร็วๆ ที่ทำให้ขำได้มากกว่าแค่สองสามครั้ง ตัวละครสนุกๆ ในเรื่องมีมากมาย แต่ก็เป็นจุดอ่อนเล็กน้อยเพราะมีตัวประกอบมากเกินไป ผมอยากให้บางตัวละครได้บทบาทสำคัญมากขึ้นแทนที่จะปรากฏตัวแค่ไม่กี่นาที (เช่น ฉลาม) แม้จะช่วยเพิ่มอรรถรสการผจญภัย แต่ก็ทำให้เสียโอกาสพัฒนาตัวละครบางตัว เรื่องราวนี้ดูได้แรงบันดาลใจจาก The Lord of the Rings จากการใช้องค์ประกอบคล้ายกันและความรู้สึกตื่นเต้นแบบเดียวกัน ถึงพล็อตจะไม่ใหม่แต่การเล่าเรื่องที่สดใสและตลกก็ชดเชยได้ดี ทีมพากย์เสียงทำได้ดี โดยเฉพาะ Ellen DeGeneres ในบท Dory ที่ทั้งน่ารักและน่ารำคาญได้อย่างลงตัว เป็นภาพยนตร์ครอบครัวที่ดูแล้วสนุก มีบทพูดติดปาก และฉากประทับใจอย่าง Mine, mine, mine! ให้คะแนน 9/10 http://bobafett1138.blogspot.com/
นี่คือหนังที่ดีแต่ถูกยกย่องเกินจริง ฉันพูดออกมาแล้ว! หนังเรื่องนี้ทำให้นึกถึงตอนที่ 'เชร็ก' ปรากฏตัวครั้งแรกบนจอใหญ่ในปี 2001—ภาพยนตร์แอนิเมชัน 3D ที่ทุกคนตื่นเต้นจนแทบคลั่ง อวยว่ายิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา แต่สำหรับฉันมันไม่ได้น่าประทับใจขนาดนั้น เหมือนฉันเป็นคนเดียวบนโลกที่รู้สึกแบบนี้ ฉันไม่ค่อย 'เข้าถึง' 'เชร็ก' แม้ตอนนี้ก็ยังไม่ และด้วยเหตุผลบางอย่าง ฉันก็ไม่ค่อย 'เข้าถึง' 'ตามหาเนโม' เช่นกัน แม้จะเป็นแอนิเมชัน 3D เรื่องต่อมาที่ถูกประกาศว่าเป็น 'สุดยอดหนังแอนิเมชัน' ทั้งที่ฉันพยายามเต็มที่ที่จะปล่อยใจให้สนุกกับมัน เอาจริงๆ มันก็น่ารักและสีสันสดใส แนวคิดพ่อปลาการ์ตูน (ชื่อมาร์ลิน) ที่เดินทางข้ามมหาสมุทรเพื่อตามหาลูกชาย (ชื่อเนโม แปลกดี) ก็เป็นไอเดียที่ดี แต่มีบางอย่างที่ทำให้ฉันรู้สึกไม่สะใจโดยไม่รู้เหตุผล โดยรวมถือเป็นผลงานที่ควรค่าแก่การอยู่ในคลังของพิกซาร์ ภาพสวยงามและมีช่วงเวลาสำคัญบางส่วน แต่จริงๆ พวกเขาทำได้ดีกว่านี้ ปัญหาหลักอยู่ที่โครงเรื่องที่กระจัดกระจายและไม่ต่อเนื่อง สำหรับฉัน มันรู้สึกเหมือนเกมหลายด่านมากกว่าเรื่องราวในหนัง แค่เห็นมาร์ลินว่ายน้ำไปเรื่อยๆ และหลบสัตว์ทะเลดุร้ายตัวแล้วตัวเล่า เราได้พบตัวละครน่าสนใจมากมายระหว่างทาง แต่โครงเรื่องทำให้พวกเขาหายไปภายในไม่กี่นาที เช่น ฉลามสามตัวที่พยายามกินผัก (แต่สมองช้า) ที่ได้เวลาออกแบบน้อยกว่าที่预告片暗示ไว้ และไม่ได้มีบทบาทมากไปกว่ามุขตลกเติมเวลา ส่วนนกกระทุงไนเจล (พากย์โดยเจฟฟรีย์ รัช) ก็เป็นตัวละครเรียบๆ แม้เสียงจะสดใส แต่เหตุผลที่ช่วยปลาถูกปล่อยไว้ไม่ชัดเจน (เขาก็เป็นสัตว์นักล่าเหมือนกัน) ส่วนเต่าซอร์ฟนั้นน่ารำคาญหน่อย (โดยเฉพาะลูกเต่า—เรียกฉันว่าใจดำก็ได้!) ข้อเสียอีกอย่างคือทั้งมาร์ลินและเนโมไม่น่าสงสารเหมือนตัวละครก่อนหน้าอย่างวูดดี้หรือซัลลี มาร์ลินบ่นเก่งเกินไป ส่วนเนโมก็ไม่ได้รับการพัฒนาตัวละครเท่าที่ควร สคริปต์ก็ไม่คมเหมือนผลงานก่อนของพิกซาร์ มีฉากหนึ่งในห้องรอหมอฟันที่ฮาจริง แต่เท่านั้นแหละ ที่เหลือคือมุขอ้างอิงหนังอื่นๆ แบบที่เห็นในแอนิเมชันของดรีมเวิร์กส์ ซึ่งใช้การล้อเลียนแทนอารมณ์ขันจริงๆ ปกติพิกซาร์จะเหนือกว่าคู่แข่งในจุดนี้ แต่คราวนี้พวกเขาก็ตกหลุมพรางนี้ไปด้วย ถึงอย่างนั้น 'ตามหาเนโม' ก็ยังมีส่วนที่ฉันชอบ เช่น โดรี ปลาทองสมองทอง (พากย์โดยเอลเลน ดีเจนเนอเรส) ที่ความจำสั้นแต่กลับน่ารักไม่น่าเชื่อ อาจเป็นเพราะการพากย์ที่เยี่ยมยอด หรือการที่ตัวละครตลกหญิงได้เป็นเพื่อนชายแบบไม่มีโรแมนติก ส่วนตัวละครที่น่าสนใจที่สุดคือ กิลล์ (พากย์โดยวิลเลม เดโฟ) ที่มีประวัติ hinted แบบลึกลับ แต่ถูกเล่าแบบเงียบๆ ฉาก 'แก๊งตู้ปลา' บางส่วนก็ดูไม่เข้ากับเรื่อง แต่บทพูดระหว่างกิลล์กับเนโมก็เพิ่มความลึกให้หนังที่ฉันรู้สึกว่าเว้าว่างเกินไป นอกจากนี้ ฉากปลาตกเบ็ดกับแว่นตาดำน้ำก็ดูมีเสน่ห์ แม้จะสงสารปลานั้นก็ตาม! สรุปแล้ว 'ตามหาเนโม' ไม่ใช่หนังแย่ ตรงกันข้ามมันดีมาก แต่พิกซาร์เคยทำเรื่องอื่นที่เหนือกว่านี้ มันน่ารักและสนุกดี แต่ก็ยังติดคำว่า 'ถูกประเมินสูงเกิน' ไปหน่อย คะแนน: B
ฉันไม่ได้ดูหนังเรื่องนี้จนกว่ามันจะออกดีวีดี ครอบครัวของฉันและฉันไม่ค่อยได้ไปดูหนังในโรงบ่อยนัก ส่วนใหญ่เพราะไม่มีอะไรน่าดู แต่หนังเรื่องนี้สมบูรณ์แบบทุกอย่าง! นักพากย์เสียงก็เยี่ยมมาก เสียงของนีโมคือ Alexander Gould ซึ่งตอนนี้อายุ 11 ปีแล้ว ฉันเห็นรูปของเขาแล้วชอบรอยยิ้มของเขามาก "Finding Nemo" เป็นภาพยนตร์คลาสสิก มันติดลิสต์หนังที่ฉันชอบที่สุด และเป็นหนังที่ทุกคนควรดู ไม่เหมือนหนังประมาณ 96% ที่ออกมา หนังเรื่องนี้ได้เรตติ้ง 'G' และเหมาะสำหรับเด็กทุกวัย อาจมีบางช่วงที่ดู 'น่ากลัว' แต่ไม่นานก็กลายเป็นความตลก ลองดู "Finding Nemo" แล้วฉันคิดว่าคุณจะมีความสุขขึ้นเมื่อหนังจบ! คะแนนของฉัน: 10/10
ภาพยนตร์เรื่องนี้ใช้ตัวละครแบบเดิมๆ น่าเบื่อเพื่อเล่าเรื่องปลาตัวน้อยที่พลัดหลงกับพ่อขี้กลัวผู้ตามหาเขา บางตัวละคร (เช่นตัวที่เล่นโดย Ellen DeGeneres) ตอนแรกก็ตลก แต่ถูกใช้ซ้ำๆ จนเกินไป หลังจากนั้นก็เริ่มน่าเบื่อ Pixar ทำออกมาเหมือนภาพยนตร์สำหรับเด็ก แต่ฉากฉลามน่ากลัวยิ่งกว่า Jaws อาจจะเหมาะกับวัยรุ่น แต่ไม่เหมาะกับเด็กเล็ก
8.3

Up (2009) ปู่ซ่าบ้าพลัง
8.1

Ratatouille (2007) ระ-ทะ-ทู-อี่ พ่อครัวตัวจี๊ด หัวใจคับโลก
8.3

Toy Story (1995) ทอย สเตอรี่
8.1

Inside Out (2015) มหัศจรรย์อารมณ์อลเวง
8.3

Toy Story 3 (2010) ทอย สตอรี่ 3
8.4

WALL-E (2008) หุ่นจิ๋วหัวใจเกินร้อย
8.5

The Lion King เดอะ ไลอ้อน คิง
7.2

Finding Dory (2016) ผจญภัยดอรี่ขี้ลืม
8.1

How to Train Your Dragon (2010) อภินิหารไวกิ้งพิชิตมังกร
3.7

The Commitment (2004) อาถรรพ์แก้บนผี
5.8

Ooops! Noah Is Gone (2015) อุ๊ปส์ ก๊วนซ่าป่วนมันสิ้นโลก
6.3

The Beekeeper (2024) นรกเรียกพ่อ
5.1

Test (2025) เกมวัดใจ
7.1

The Frighteners (1996) สามผีสี่เผ่าเขย่าโลก
6.7

The Gift (2000) ลางสังหรณ์วิญญาณอำมหิต
6.2

Christmas Land (2015)
5.8

Breaking and Re entering (2024) ปล้นย้อนศร
7.6

Gone Baby Gone (2007) สืบลับเค้นปมอันตราย
6.1

Somebody (2022) แอปรัก แอบฆ่า
5.9

Bong Srolanh Oun (2015) บองสรันโอน
4.7

Rainbow (2022) สายรุ้ง