
Fenced In (2022) สงครามข้ามรั้ว หลังจากปัญหารุมเร้าจนสติแตก วอลเตอร์ตัดสินใจทิ้งเมืองไปอยู่ชนบท แต่ความฝันที่จะได้ใช้ชีวิตอย่างสงบกลับพังทลาย เมื่อเขาต้องรับมือกับเพื่อนบ้านเสียงดังที่เปิดสงครามข้ามรั้ว

หลังประสบภาวะเครียดหนัก วอลเตอร์ตัดสินใจย้ายจากเมืองใหญ่ไปใช้ชีวิตในชนบท แต่ความฝันที่จะอยู่อย่างสงบสุขกลับพังทลาย เมื่อเขาต้องเผชิญกับเพื่อนบ้านเสียงดังที่สร้างความวุ่นวายตลอดเวลา
หลังจากปัญหารุมเร้าจนสติแตก วอลเตอร์ตัดสินใจทิ้งเมืองไปอยู่ชนบท แต่ความฝันที่จะได้ใช้ชีวิตอย่างสงบกลับพังทลาย เมื่อเขาต้องรับมือกับเพื่อนบ้านเสียงดังที่เปิดสงครามข้ามรั้ว
หนังเรื่องนี้มีฉากตลกอยู่เพียบ แต่กลับเชื่อมโยงกันไม่เป็นเรื่องราวสักที บางครั้งก็มีอารมณ์ขันแบบเด็กๆ (ด้วย CGI การ์ตูนล้นจอ!) แต่บางฉากก็เต็มไปด้วยมุกและบทพูดเกี่ยวกับเรื่องเพศแบบยาวเหยียด รู้สึกเหมือนผู้สร้างยังไม่ตัดสินใจว่าเล่าเรื่องให้กลุ่มผู้ชมวัยไหนดูพอดี แม้หนังจะวาดภาพเพื่อนบ้านขัดแย้งให้ดูทั้งน่ารักและน่ารำคาญในเวลาเดียวกันได้ดี แต่บุคลิกตัวละครและความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขากลับเปลี่ยนไปตามอารมณ์ความตลกแบบสุดเหวี่ยง ตัวละครสองตัวอาจด่าทีกันสุดแรงในฉากหนึ่ง แต่พอฉากต่อไปกลับคุยกันเหมือนเพื่อนซี้แบบไม่มีสะดุด!
หนังเรื่องนี้พยายามจะเป็นอะไรที่มันไม่ใช่ วางตัวเป็นคอมเมดี้แต่ไม่ตลกซะทีเดียว อย่างมากก็นับว่าตลกไม่เต็มตัว วอลเตอร์เป็นตัวละครชายธรรมดาๆ ที่ตัดสินใจย้ายไปอยู่ชนบทเพราะคิดว่าชีวิตในเมืองเต็มไปด้วยความเครียด (โดยเฉพาะกับเสียงดนตรีเฮฟวี่เมทัลที่เขาคิดว่านางชีไม่ชอบ!) แต่แล้วความสงบของเขาก็ถูกรบกวนโดยเพื่อนบ้านใหม่ผู้เสียงดังและน่ารำคาญ แม้บทสรุปจะจบแบบหอมปากหอมคอตามแบบฉบับหนังคอมเมดี้ แต่ก็ไม่ค่อยมีจุดไหนที่ตลกแบบสะใจ การแสดงของนักแสดงถือว่าพอใช้ได้ในกรอบของหนังแนวนี้ บางช่วงก็มีมุกที่ทำให้ขำปนยิ้มได้บ้าง แต่โดยรวมถ้ามีฉากตลกๆ เพิ่มอีกนิดคงจะดีกว่า สรุปคือเป็นหนังที่ดูเพลินๆ ได้ แม้ไม่ใช่คอมเมดี้ขั้นเทพ
Bloody Innocent (2010) เพื่อนรัก เพื่อนแค้น