
Escape (2024) หนีให้พ้นนรก เรื่องราวสุดเข้มข้น เมื่อ “อิมกยูนัม” (อีเจฮุน) ทหารเกาหลีเหนือตัดสินใจหลบหนีจากชีวิตในค่ายทหารที่เปรียบเสมือนนรกบนดิน เพื่อมุ่งหน้าสู่ชีวิตใหม่ในแดนเกาหลีใต้ ทว่าปฏิบัติการหนี ครั้งนี้กลับไม่ง่ายดายเมื่อเขาต้องเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงสุดโหดอย่าง “รีฮยอนซาง” (คูคโยฮวาน) ท่ามกลางเส้นทางการหนีในเขตชายแดนที่ทุกย่างก้าวคือความตาย การไล่ล่าสุดระห่ำที่มีชีวิตเป็นเดิมพันจึงเริ่มต้นขึ้น

เรื่องราวการต่อสู้ของจ่าสิบเอกเกาหลีเหนือผู้ถูกนายทหารผู้โหดเหี้ยมไล่ล่าหลังจากเขาหนีออกมา
ทหารเกาหลีเหนือผู้ใฝ่หาอิสรภาพคิดแผนการหนีท้ามัจจุราชขึ้นมา ทว่าเจ้าหน้าที่จากหน่วยข่าวกรองผู้หนึ่งพร้อมทำทุกวิถีทางเพื่อขวางไม่ให้เขาข้ามพรมแดนเขตปลอดทหารไปได้
เรื่องราวตื่นเต้นจนลืมหายใจ ดูง่ายและเชื่อถือได้ แต่พอถึงช่วงกลางเรื่อง ก็เริ่มมีเหตุการณ์ที่ไม่น่าเป็นไปเกิดขึ้น แต่อาจคุ้มค่าเพราะทำให้ผู้ชมเปลี่ยนโฟกัสจาก "การกระทำ" ไปสู่ "จิตใจ" ของตัวละครแทน จิตเภทกลายเป็นแก่นเรื่องหลัก ส่วนความปรารถนาที่จะเป็นอิสระ (ที่ดูยัดเยียด!) กลับกลายเป็นเรื่องรอง เราเห็นเงาของรักเดียวใจเดียวจากตัวละครหลักตัวหนึ่ง แต่ความสัมพันธ์ก็ไม่เคยถูกนิยามชัดเจน ตัวละครที่รักอย่างหมดใจพยายามเก็บสิ่งที่เขาหลงใหลไว้ใกล้ตัว แต่การปฏิเสธครั้งนี้รุนแรงจนต้องทำลาย "สัตว์เลี้ยง" อัปลักษณ์นั้นทิ้งไปให้จบเรื่อง พอถึงตอนจบ เรื่องเริ่มไม่น่าเชื่อจนเกือบตลก! แต่ถ้าตั้งใจจับทางจิตวิทยา – แยกมันจากความเป็นจริงให้หมด – เรื่องนี้ก็ยังพอทานได้
เกาหลีเหนือยังคงดึงดูดความสนใจได้อย่างน่าประทับใจ จากภาพยนตร์ที่ถูกสร้างโดยฝ่ายตรงข้ามอย่างเกาหลีใต้ งานของผู้กำกับลี จง-พิล ที่ดัดแปลงบทภาพยนตร์ของควอน ซอง-ฮี และคิม วู-กึน กลับจบลงในพื้นที่ที่คลุมเครือ เรื่องราวนำเสนอการหลบหนีของทหารเกาหลีเหนือที่ใช้เวลารับราชการทหารมาทศวรรษก่อนตัดสินใจข้ามไปยังเกาหลีใต้ พร้อมกับการไล่ล่าของเจ้าหน้าที่ความมั่นคงเกาหลีเหนือที่โหดเหี้ยม สร้างความตึงเครียดได้ในระดับหนึ่ง การย้อนอดีตเพื่อเพิ่มบริบทช่วยเติมเต็มเรื่องเล่าแนวไล่ล่าเส้นตรง แม้บางครั้งจะตัดจังหวะความดราม่าและทำให้เกิดคำถามถึงความลึกซึ้งและความต่อเนื่องของโครงเรื่อง จนทิ้งความรู้สึกว่าเรื่องราวยังไม่สมบูรณ์ ท่อนแรกของภาพยนตร์น่าติดตามมาก เมื่อเราได้รู้จักจ่าสิบเอกลิม กยู-นัม (ลี จี-ฮุน) ทหารเกาหลีเหนือผู้มีความมุ่งมั่นสูง ที่แอบออกจากค่ายทหารใต้ความมืด หลบการ์ดยาม และวางเครื่องหมายตามเส้นทางไปยังเส้นแบ่งเขตทหาร เขาฝ่าดินแดนระเบิดจริงทุกคืนเพื่อเข้าใกล้เป้าหมายมากขึ้น แต่เมื่อกลับถึงฐาน เขาต้องเผชิญกับสิ่งเตือนใจให้รีบออกเดินทาง ทหารอีกคนอย่างคิม ดง-ฮยอก (ฮง ซา-บิน) ผู้เต็มไปด้วยความกังวล ได้เห็นการออกไปลับๆ ของลิมและอยากหลบหนีไปเกาหลีใต้ด้วย โดยให้เหตุผลว่า "พรุ่งนี้เป็นวันเกิดแม่ ผมคิดถึงแม่มาก" เขาพยายามหลบหนีตามลำดับแบบขาดสติ และทำให้ลิมถูกจับขณะพยายามช่วยเขา ณ จุดนี้คิมรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว และเรื่องราวหลังจากนี้ต้องไปดูต่อในภาพยนตร์ แม้ภาพยนตร์จะดูสนุก มีช่วงแอ็กชันและมีการแสดงที่ดี แต่ช่วงครึ่งหลังของเรื่องกลับกลายเป็นเรื่องที่ขาดความต่อเนื่อง มีซับพล็อตมากมายที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข จนลดทอนประสบการณ์การรับชมโดยรวม
จ่าหน้าที่ชายแดนเกาหลีเหนือผู้เฉียบคม วางแผนหลบหนีออกจากฐานทัพอย่างละเอียดลออ ผ่านทุ่งระเบิดไปยังเกาหลีใต้ เขาสำรวจเส้นทางตอนกลางคืน สร้างแผนฉลาด วาดแผนที่ซ่อนไว้พร้อมของใช้จำเป็น แต่แล้ววันหลบหนีทุกอย่างก็พังทลาย! แทนที่จะถึงเป้าหมาย กลับดันตกไปอยู่ในงานปาร์ตี้ลับของเหล่าทหารระดับสูงที่เต็มไปด้วยการ์ดหนาแน่น แม้สถานการณ์จะบีบคั้น แต่เขายังคงสู้ต่อ ดิ้นรนผ่านวิกฤตสุดหินแบบไม่รู้จบ หนังเลี้ยวลดดุจเจมส์ บอนด์ ทั้งสถานการณ์คาดไม่ถึงและวิธีแก้ปัญหาแสนหลักแหลม ที่สำคัญคือตัวร้ายผู้ตามล่าก็ฉลาดไม่แพ้กัน! ทั้งคู่เคยรู้จักกันมาก่อน แถมตอนแรกยังอยากช่วยเขาอีกต่างหาก สนุกกับมุกขำดำและเกมต่อสู้ด้วยสมองที่เข้มข้น แต่ทำไมถึงได้แค่ 8 ดาว? ตอนจบเริ่มมีบางช่วงที่ดูฝืนๆ พฤติกรรมตัวละครเปลี่ยนกะทันหัน บวกความหวานเกินเหตุ เหมือนเปลี่ยนนักเขียนบทช่วงท้ายให้งานตกรุ่นไปหน่อย ถึงอย่างนั้นก็ยังเป็นหนังแอ็คชั่นสมองใสที่ดูเพลินจนน่าลอง!
Harbin (2024)
6.4

Snake and Crane Arts of Shaolin (1978) ศึกบัญญัติ 8 พญายม