
Endangered (2022) การสอบสวนภัยคุกคามต่อนักข่าวในสหรัฐอเมริกาและต่างประเทศ ตั้งแต่การข่มขู่ไปจนถึงการใช้ความรุนแรงทางร่างกาย

การสำรวจภัยคุกคามต่อนักข่าวทั้งในสหรัฐอเมริกาและต่างประเทศ ตั้งแต่การข่มขู่จนถึงความรุนแรงทางร่างกาย
มุมมองที่สะท้อนให้เห็นถึงการเสื่อมสลายของประชาธิปไตยและเสรีภาพของสื่อมวลชนทั้งในสหรัฐอเมริกาและต่างประเทศ
สารคดีเรื่องนี้พูดถึงประเด็นสำคัญอย่างการโจมตีสื่อมวลชนทั้งทางตรงและทางอ้อมโดยนักการเมืองที่กระหายอำนาจและผู้คนที่ง่ายต่อการถูกชักจูง ข้อเสียของหนังคือการขาดเสียงบรรยายที่จะช่วยร้อยเรียงคลิปวิดีโอที่กระจัดกระจายเข้าด้วยกัน สำหรับฉันแล้ว รู้สึกเหมือนหนังทำขึ้นเพื่อฉายให้ผู้สื่อข่าวดูเฉพาะกลุ่ม เป็นเหมือนภาพยนตร์สร้างความสามัคคี อย่างไรก็ตาม หนังยังคงตอกย้ำถึงความรุนแรงที่นักการเมืองและกลุ่มคนต่างๆ ใช้ข่มขู่และทำลายชื่อเสียงนักข่าว ตัวอย่างเช่น โบลโซนาโร อดีตประธานาธิบดีบราซิล กล่าวถึงนักข่าวหญิงคนหนึ่งว่า 'เธอใช้รูของเธอ (sic) ในการหาข่าว'
เมื่อภาพยนตร์เรื่อง 'Endangered' (ฉายปี 2022; ความยาว 90 นาที) เริ่มต้น เราจะได้รู้จักกับแพทริเซีย เมลโล นักข่าวจากหนังสือพิมพ์ฟอลญา เด ซาน ปาโล สื่อชั้นนำของบราซิล ในปี 2020 เธออยู่ท่ามกลางการชุมนุมของประธานาธิบดีโบลโซนาโร ที่ตะโกนว่า 'เราต้องทำลายสื่อหลักและกำจัดนักข่าวพวกนี้ซะ' (ฟังคุ้นไหม?) ไม่นานหลังจากนั้น เขาก็โจมตีเมลโลโดยเอ่ยชื่อตรงๆ... นี่คือฉากเปิดเรื่องใน 10 นาทีแรก ความคิดเห็นส่วนตัว: นี่คือผลงานล่าสุดของนักทำสารคดีมืออาชีพอย่างเรเชล กราดี และ ไฮดี อิวิง ('12th & Delaware', 'One of US') พวกเขาติดตามชีวิตนักข่าว 4 คนตลอด 1 ปีเต็ม ในสหรัฐฯ 2 คน บราซิล 1 คน และเม็กซิโก 1 คน ในยุคที่สื่อหลักถูกคุกคามและโจมตีอย่างหนักจากผู้นำที่พยายามเลียนแบบปูติน อย่างโบลโซนาโร ในบราซิล, อังเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์ ในเม็กซิโก และที่ขาดไม่ได้คือ 'ผู้พ่ายแพ้และจอมโกหกตัวพ่อ' ที่ชอบกล่าวหาว่าสื่อหลักคือ 'ศัตรูของประชาชน' ไม่ครับท่าน คุณต่างหากที่เป็น ต้องยอมรับว่าเมื่อเริ่มดูสารคดีเรื่องนี้ ฉันไม่ได้คาดหวังอะไรมาก เพราะรู้อยู่แล้วว่าต้องเจออะไร แต่ถึงเนื้อหาหลักจะเป็นไปตามคาด (มีผู้ให้สัมภาษณ์กล่าวถูกต้องว่า 'ไม่มีประชาธิปไตยโดยปราศจากเสรีภาพสื่อ') ฉันก็ยังตื่นตะลึงกับภาพจริงที่เห็น และยิ่งประทับใจความกล้าหาญและความเป็นผู้นำของนักข่าวเหล่านี้ คำว่า 'ความกล้าหาญและความเป็นผู้นำ' นี่แหละที่จอมโกหกตัวพ่อไม่เคยเข้าใจ แม้แต่พื้นฐาน อย่างที่การไต่สวนคณะกรรมาธิการ 6 มกราคม ได้พิสูจน์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่เรื่องอันธพาลและไร้กฎหมายนั่นเขารู้ดี! หมายเหตุ: คะแนนรวมของภาพยนตร์ใน IMDb (5.7 จากผู้ชม 115 คน) นั้นไม่สะท้อนความจริง เพราะถูกดึงลงโดยพวกสนับสนุนทรัมป์ที่ยังไม่ดูเรื่องนี้เลย แต่แค่อิจฉาประชาธิปไตยและเสรีภาพสื่อ ส่วนรีวิวทั้งหมดที่โพสต์จริงให้คะแนน 9 หรือ 10 เต็ม 'Endangered' เริ่มสตรีมบน HBO Max เมื่อไม่กี่วันก่อน ถ้าคุณสนใจสารคดีดีๆ เกี่ยวกับความกล้าหาญของนักข่าวที่ต่อต้านแรงกดดันเพื่อนำความจริงมาให้เรา ฉันแนะนำให้ลองดูและตัดสินใจเอง เพราะสุดท้ายแล้ว 'ประชาธิปไตยตายในความมืด' (สโลแกนของวอชิงตันโพสต์)
แม้สารคดีเรื่องนี้จะโฟกัสที่การรายงานข่าวภาคพื้นดินในสหรัฐฯ แต่ความจริงก็เป็นแบบเดียวกันกับนักข่าวอิสระหรือนักข่าวภาคสนามในปัจจุบัน ที่ถูกกดขี่และทำให้เงียบโดยรัฐบาล แม้แต่สำนักข่าวใหญ่เองก็มีส่วน... บัญชีโซเชียลมีเดียของพวกเขาถูกฟ้องร้องโดยสำนักข่าวโทรทัศน์ เพียงเพราะเปิดโปงความจริงอันสกปรกของสื่อใหญ่และความสนิทสนมกับรัฐบาลผู้มีอำนาจ...
ว้าว! หนังสารคดีเรื่องนี้ให้มุมมองดีๆ เกี่ยวกับชีวิตอันเหนื่อยหนักของนักข่าว พวกเขาถูกทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจ แต่ยังสู้ต่อไม่ยอมหยุด เราน่าจะโชคดีที่ยังมีนักข่าวที่ยอมฝ่าฟันความยากลำบากแบบนี้ เพื่อให้คนรวยและผู้มีอำนาต้องรับผิดชอบกับการกระทำของตัวเอง
เป็นภาพยนตร์ที่ไม่จำเป็นและสร้างความแบ่งแยกในประเทศ นำเสนอเพียงด้านเดียวแต่บังคับให้ทุกคนดู เพื่อเพิ่มความเกลียดชังนาทีต่อนาที ปล่อยให้มันจบหายไปตามกาลเวลาเถอะ
โฆษณาชวนเชื่อแบบนี้ถึงสตาลินยังต้องอิจฉา ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมยังมีคนเชื่อข่าวจากสื่อฮอลลีวูดหรืออื่นๆ... ยุคครอนไคต์ที่ข่าวเสนอแค่ข้อเท็จจริงแล้วให้ผู้ชมตัดสินใจเองหายไปไหนแล้ว?
สารคดีที่ถ่ายทำอย่างประณีต เปิดเผยอันตรายที่นักข่าวต้องเผชิญในยุคที่โซเชียลมีเดียแพร่กระจายข้อมูลเท็จ วิเคราะห์อย่างสะเทือนใจถึงการล่มสลายของสื่อสิ่งพิมพ์และหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ภาพยนตร์ติดตามชีวิตช่างภาพข่าว 2 คนและนักข่าว 2 คนในริโอเดจาเนโร เม็กซิโกซิตี้ ไมอามี และวอชิงตัน ดีซี พวกเขาต้องเผชิญการคุกคามจากตำรวจ นักการเมืองที่ทำให้พวกเขากลายเป็นเป้าเกลียดชัง และคนกลุ่มหนึ่งที่ยึดติดความคิดตัวเอง ภาพยนตร์ที่ถ่ายทำและตัดต่อได้สมบูรณ์แบบ เต็มไปด้วยความตื่นเต้น น่าติดตาม และกระตุ้นให้ขบคิด เป็นเรื่องที่ต้องดู!
สารคดีเรื่องนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของปัญหาที่เกิดขึ้นในวงการข่าวและสื่อสมัยใหม่ ที่ไม่สามารถนำเสนอความจริงได้อย่างตรงไปตรงมา แต่มักจะโอนเอียงไปทางซ้ายหรือขวา เพื่อปลูกฝังอุดมการณ์ให้กับเยาวชน นี่คือการโฆษณาชวนเชื่อ
5.5

Diary of the Dead (2007) ไดอารี่แห่งความตาย