
Disconnect The Wedding Planner (2023) ต่อไม่ติด วิวาห์พาวุ่น ภาพยนต์โรแมนติกคอมแมนดี้ฟีลกู๊ด กับเรื่องราวของชายหนุ่มที่ต้องเนรมิตรงานวิวาห์นอกสถานที่ด้วนจี้ ก่อนที่ตัวเองจะสะดุดรักเข้าให้ระหว่างเตรียมงาน

หลังจากถูกหลอกลวง ชายผู้สิ้นหวังต้องแข่งขันกับเวลาที่จะวางแผนงานแต่งงานสุดหรูในต่างแดนให้กับนักลงทุนสำคัญ
หนุ่มผู้สิ้นหวังหลังถูกโกง พยายามวางแผนทริปแต่งงานสุดหรูให้นักลงทุนคนสำคัญ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ต้องแข่งกับเวลา
ไม่ต้องพูดถึงว่าผมไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดี้จากเคนย่าปี 2022 เรื่อง 'Disconnect: The Wedding Planner' มาก่อนเลยตอนที่เริ่มดูในปี 2023 แต่ถึงจะไม่เคยรู้จักมาก่อน ผมก็เชื่อในการให้โอกาสภาพยนตร์ทุกเรื่อง จึงตัดสินใจนั่งดูผลงานของ David 'Tosh' Gitonga นี้จนจบ เนื้อเรื่องที่เขียนโดย Brian Ghettuba กลับไม่สามารถดึงดูดความสนใจหรือความชอบของผมได้เลย แถมยังรู้สึกทรมานตอนดูเพราะไม่มีอะไรน่าสนใจให้ติดตาม ส่งผลให้ผู้กำกับ David 'Tosh' Gitonga ไม่มีอะไรนำเสนอบนจอ ไม่เพียงแต่บทและโครงเรื่องที่เรียบเฉยและน่าเบื่อเท่านั้น ตัวละครต่างๆก็ถูกพัฒนามาไม่ดี ทั้งบทที่อ่อนเปลี้ยและตัวละครที่ไม่มีมิติแบบนี้ ทำให้ประสบการณ์การดูหนังแย่ลงไปอีก ผมไม่คุ้นหน้าคุ้นตานักแสดงในเรื่องนี้เท่าไหร่ แต่ดูเหมือนพวกเขามีพรสวรรค์อยู่บ้าง 只可惜บทบาท ตัวละคร และบทพูดที่ได้รับมาไม่ช่วยให้พวกเขาได้แสดงศักยภาพ ในฐานะหนังโรแมนติกคอมเมดี้ 'Disconnect: The Wedding Planner' กลับล้มเหลวทั้งสองด้าน ถ้าคุณคิดจะดูหนังเรื่องนี้ 106 นาทีที่ได้อาจไม่คุ้มค่าเลย ให้คะแนนแบบใจกว้างที่ 3 เต็ม 10
ภาพยนตร์เรื่องนี้เริ่มต้นขึ้น 4 ปีหลังเหตุการณ์ในภาคก่อน โดย "เซลีน" (เบรนด้า แวริมุ) ยังคงมีความสัมพันธ์รักโรแมนติกกับ "ริชาร์ด" (ไบรอัน โอโกลา) ชายที่เธอหลงรักหลังจากที่ "จอช" (นิค มุตูมา) เพื่อนสนิทเลือกสร้างความสัมพันธ์กับ "เบลินดา" (อิลยา แฟรงค์) ลูกค้าทางธุรกิจแทนเธอ แม้เซลีนและริชาร์ดจะรักกันแต่ก็เกิดความขัดแย้งขึ้นจนต้องเข้ารับการบำบัดคู่รักเพื่อแก้ปัญหา ในช่วงเวลานี้ "โอติส" (พัสศัล ทโกดิ) เพื่อนของพวกเขาได้เสนอไอเดียจัดงานแต่งงานในสถานที่แปลกใหม่และชวนทั้งคู่มาช่วยเตรียมงาน พร้อมกับเชิญ "เดเล" (โทเป เทเดลา), "ที.เค." (แคทเธอรีน กามัว) และ "จูดี้" (แพทริเซีย คิโฮโร) มาร่วมด้วย แต่ละคนต่างมีปัญหาเฉพาะตัวที่ยิ่งเลวร้ายลงเพราะการจัดการแย่ๆ ของโอติส โดยรวมแล้ว แม้ภาพยนตร์จะถูกระบุว่าเป็นคอมเมดี้แต่กลับให้ความตลกน้อยมาก บางฉากยังดูขาดความต่อเนื่องและไม่ลื่นไหลเท่าที่ควร ถึงจะไม่ใช่หนังแย่ แต่ก็ให้ความบันเทิงได้ไม่เต็มที่ จัดอยู่ในระดับปานกลางค่อนข้างต่ำ
ภูมิใจมากกับหนังเรื่องนี้ ตลอดเวลาที่ดูฉันยิ้มไม่หาย เพราะบทเขียนได้ถ่ายทอดชีวิตในไนโรบีได้ชัดเจน (สปอยล์ - ถ้าไม่คุ้นกับวัฒนธรรมท้องถิ่นอาจไม่ชอบเท่าไร เพราะอาจไม่รู้สึกเชื่อมโยง) ระหว่างดูก็มีหลายอย่างที่บอกตัวเองว่า 'ใช่ ฉันเคยเจอเรื่องแบบนี้!' ทั้งเรื่องตำรวจ ความกลัวที่จะรัก เซ็กซ์หลังอกหัก... พูดได้เลยว่าในที่สุดเราก็มีหนังที่เป็นของเราจริงๆ แม้จะมีชาวไนจีเรียมาร่วมแสดง แต่ยังคงเอกลักษณ์เคนยาไว้ได้อย่างเต็มเปี่ยม อีกอย่างที่ชอบคือได้เห็นแบรนด์เคนยาบนจอ รู้สึกดีที่แบรนด์ท้องถิ่นให้การสนับสนุนและร่วมมือกับคน talent ในประเทศสร้างผลงานระดับทอง ขออีกเยอะๆนะคะ!!!
6.2

The Attraction Test (2022)