
Dirty Games (2022) ลูซี่เข้าสู่รายการทีวีเรียลลิตี้รายการใหม่ ซึ่งผู้เข้าร่วมที่ตื่นเต้นจะแข่งขันกันเพื่อชิงรางวัลเงินสดโดยทำตามความท้าทาย ดูออนไลน์ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง โดยผู้ชมที่ส่งคำขอเพื่อเพิ่มเงินรางวัลได้ สิ่งที่เริ่มต้นจากประสบการณ์ที่สนุกสนานและเต็มไปด้วยสีสัน เช่น การเล่นเกม การแลกเปลี่ยนคู่หู และการรับเงินรางวัล ในไม่ช้าก็กลายเป็นเรื่องเลวร้าย เมื่อคำขอของผู้ดูกลายเป็นสิ่งที่ผิดวิสัยและอันตรายมากขึ้น

รายการเกมที่ดูเหมือนจะธรรมดาแต่กลับไม่เป็นเช่นนั้น
กลุ่มผู้เข้าแข่งขันที่เต็มไปด้วยความหวังถูกเชิญเข้าร่วมรายการเกมที่เร่าร้อน... แต่ทุกอย่างไม่เป็นไปอย่างที่คิด เมื่อสถานการณ์พลิกผันนำไปสู่หายนะร้ายแรง!
...ที่รัก...มาคุยกันเรื่องคุณกับฉันดีกว่า...มาคุยเรื่องดีๆ ทั้งหมด...ถ้าคุณไม่รู้จักเพลงของ Salt & Peppa คุณอาจสงสัยว่าผมมาทำอะไรอยู่ตรงนี้... (ไม่ได้เล่นคำนะ) หนังเรื่องนี้มีฉากร้อนแรงด้วย (ไม่แน่ใจชื่อตอนฉายในประเทศคุณ)...แต่ไม่น่าใช่เหตุผลหลักที่จะดูเรื่องนี้ ถ้าอยากดูแบบจัดเต็มคงต้องหาหนัง X3 แทน ส่วนเนื้อหาที่พยายามสอดแทรกข้อคิดสังคม...ก็จมอยู่ท่ามกลางฉาก 'เร้าใจ' เยอะเกิน (แล้วแต่คุณจะตัดสินว่าร้อนแรงแค่ไหน) สรุปคือไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น...ข้ามไปได้ถ้าไม่อยากเสียเวลา
ผมยังจำตอนที่รายการ 'บิ๊กบราเธอร์' ฉายครั้งแรกในอังกฤษปี 2000 ได้ มันใหม่ สดใส และแตกต่างจากสิ่งที่ผู้ชมเคยเห็นมาก่อน ทุกคนตกอยู่ในกระแส แล้วทั่วโลกก็ตามมา บางคนบอกว่ารายการนี้ปลุกกระแส 'เรียลลิตี้โชว์' ขึ้นใหม่... แต่พอมาดู 'Dirty Games' (2022) หนังอังกฤษที่เล่าเรื่องกลุ่มวัยรุ่นหน้าตาดีในบ้านหลังเดียวกัน ถูกถ่ายทอดสด 24 ชั่วโมง และเสี่ยงถูกโหวตออกโดยผู้ชม... กลับทำได้แย่ทั้งการเล่าเรื่องและบทบาทนักแสดง ถ้าคิดว่าหนังจะต่างจากเรียลลิตี้โชว์ทั่วไปก็คิดผิด! นอกจากฉากรุนแรงหรือเซ็กซ์ที่อาจดึงดูดบางกลุ่ม ผมว่าเห็นในรายการทีวียังจัดเต็มกว่าเสียอีก ส่วน 'ความลับ' ที่หนังพยายามยัดเยียดก็มาเปิดเผยทีเดียวตอนจบ เรียกว่าแทบดูคลิปรายการเรียลลิตี้ยาว 2 ชั่วโมง! แม้พลอตจะมีหักมุมบ้าง แต่พอเจอการแสดงของนักแสดงทั้งหมดก็หมดสนุก... ไม่ใช่แค่เสียวไส้เพราะบทพูด แต่ทุกคนแสดงได้แข็งทื่อราวนักเรียนเล่นละครมัธยม แถมพิธีกรสาวที่พูดสำเนียงอเมริกันแบบไม่ชัดจนน่าตกใจ (ไม่รู้ว่าเธอมาจากรัฐไหน!) สรุปแล้ว Dirty Games คือตัวอย่างหนังที่ถ่ายทำไม่ยาก แต่ขาดความสดใหม่ ถ้าออกสมัยปี 2000 อาจดังได้ แต่ในยุคนี้มีหนังแนวเดียวกันที่ทำได้ดีกว่าเยอะ (แนะนำ 'Dead Set' ซีรีส์สุดเจ๋งที่ผสมผสานเรียลลิตี้กับซอมบี้!)
ตั้งแต่ฉากเปิดเรื่องที่ลูซี่ (เอมิลี่ อีตัน) กำลังเลือกเครื่องสำอาง ก็รู้ได้ทันทีว่านี่คือจุดเริ่มต้นของภาพยนตร์เร้าอารมณ์ การใช้มุมกล้องที่ให้คำมั่นสัญญาถึงสิ่งที่กำลังจะตามมา อย่างที่คาดไว้ ลูซี่ถูกเลือกให้เป็นส่วนหนึ่งของเกมออนไลน์ และไม่นานหลังจากนั้นก็มีร่างกายที่โป๊เปลือยมากมาย ความสัมพันธ์ที่ก่อตัวขึ้น การจูบ และอื่นๆ อีกมากมาย ฉันเปลี่ยนใจตลอดว่าคู่ไหนจะกลายเป็นคู่รักกัน จากนั้นพอหนังเดินทางมาถึงครึ่งเรื่องที่เกิดการพลิกผัน (ไม่สปอยล์) สิ่งต่างๆ ก็ตึงเครียดและตื่นเต้นจนตามไม่ทัน คาดเดาแทบไม่ออกว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป ตอนจบที่พลิกผันอย่างไม่คาดคิด ทำให้ฉันสงสัยว่าตัวเองจะทำอย่างไรในสถานการณ์แบบนั้น แนะนำให้ดู!
ในฐานะแฟนตัวยงของซีรีส์ Big Brother หนังเรื่องนี้ตอบโจทย์ทุกอย่างสำหรับฉัน ทั้งความสวยงามของนักแสดง บทสนทนา และจุดพลิกผันมากมาย เกมต่าง ๆ ในเรื่องก็เป็นจุดเด่น ส่วนมุมมองการถ่ายทอดสดก็เพิ่มความน่าสนใจให้พล็อตเรื่อง ฉันเชียร์ตัวละครหลักอย่างลูซี่ (Emily Eaton-Plowright) มาก และหวังว่าเธอจะได้จบกับเจมส์ (Daniel Godfrey) เธอแสดงได้ดีมาก เป็นผู้หญิงแข็งแกร่งที่ตัดสินใจเองตลอดเกม จุดไฮไลท์สำหรับฉันคือเมื่อกล้องให้ความสำคัญกับเรือนกายผู้ชาย บ่อยครั้งที่หนังมักจะเอาใจผู้ชมผู้ชาย แต่เรื่องนี้ตอบโจทย์ทุกคน แถมยังมีทวนหมัดเรียงรายตลอดเรื่อง ดึงความสนใจคนดูได้จนจบ ไม่ทำให้失望 แถมตอนจบก็โดนใจ...ไม่สปอยล์นะ!
Kuttey (2023)