
Cold Eyes (2013) โคลด์ อายส์ หนังเรื่องนี้เป็นหนังแนวอาชญากรรมไล่ล่า ของเหล่าผู้เชี่ยวชาญในการเฝ้าระวัง ที่คอยไล่ล่าองค์กรที่กระทำความผิด โดยที่พวกเขาไม่ทิ้งหลักฐานเอาไว้ และปกปิดตัวตนที่แท้จริงของตัวเองไว้ โดยมีคำพูดไว้ว่า

ทีมสอดแนมของตำรวจที่ใช้เทคโนโลยีสูงพยายามปราบแก๊งปล้นแบงค์ที่โหดเหี้ยม
ฮา ยุน-จู สมาชิกใหม่ของหน่วยอาชญากรรมพิเศษในกรมตำรวจเกาหลีที่เชี่ยวชาญการสอดแนมอาชญากรระดับสูง เธอร่วมมือกับ ฮวัง ซัง-จุน หัวหน้าหน่วยมือเก่า เพื่อตามล่าเจมส์ จอมโหดผู้นำองค์กรอาชญากรรมติดอาวุธ
‘Eye in the Sky’ คือหนังฮ่องกงปี 2007 ที่ถูกพูดถึงน้อยเกินไป แม้จะเป็นผลงานระทึกขวัญเข้มข้นจากค่าย Milkyway Image ของผู้กำกับระดับตำนาน จอห์นนี่ ท่อ พร้อมการแสดงชั้นยอดของนักแสดงประจำค่ายอย่าง ไซม่อน ยัม และ โทนี่ เลี่ยง ภายใต้การกำกับครั้งแรกของ ลอว์ หวิงเชียง ผู้ช่วยผู้กำกับคนสนิทของท่อ โชคดีที่ ‘Cold Eyes’ ไม่ได้เป็นหนังรีเมคที่ทำลายชื่อเสียงต้นฉบับ แต่ตรงกันข้าม ผู้กำกับ โช อูี-ซอก และ คิม บยอง-ซอ กลับสร้างผลงานที่เข้มข้นไม่แพ้กัน โดยยังคงเคารพต้นฉบับแต่ก็เติมความคิดสร้างสรรค์จนโดดเด่นได้ด้วยตัวเอง ความสำเร็จของหนังอยู่ที่การผสมผสานองค์ประกอบจากต้นฉบับเข้ากับแนวคิดใหม่ เปลี่ยนเมืองจากฮ่องกงเป็นโซลโดยยังคงเอกลักษณ์ของเมืองและแนวคิดระดับสูงของ Milkyway ได้อย่างครบถ้วน เหมือนต้นฉบับ ‘Cold Eyes’ เริ่มต้นด้วย ยุน-จู (ฮัน ฮโย-จู) สมาชิกใหม่ทีมสืบสวนที่ได้รับมอบหมายให้ตามรอยชายวัยกลางคนซึ่งเธอไม่รู้ว่าเขาคือใคร ที่แท้ชายคนนั้นคือ หวัง (ซอล คยอง-กู) หัวหน้าทีมที่กำลังทดสอบทักษะของเธอผ่าน ‘ภารกิจลับ’ แม้เปลี่ยนจากรถรางฮ่องกงเป็นรถไฟใต้ดินโซล แต่รายละเอียดยังเหมือนเดิมทุกประการ—หวังทิ้งหนังสือพิมพ์ ชนผู้หญิง เข้าตู้โทรศัพท์ ขีดเขียนในสมุด แล้วนั่งรอเธอที่คาเฟ่ ทุกการกระทำล้วนเป็นบททดสอบที่ยุน-จูต้องจับตาให้ได้ ระหว่างที่หวังทดสอบยุน-จู กลุ่มโจรนำโดยเจมส์ (จอง อู-ซอง) ก็ลงมือปล้นธนาคารกลางเมืองโซลอย่างเฉียบขาด หลบหนีตาตำรวจได้ด้วยแผนเบี่ยงเบนความสนใจ เจมส์ในเวอร์ชันนี้ไม่ใช่เจ้ามือเหมือนต้นฉบับ แต่เป็นมือปืนรับจ้างที่ทำงานให้กับนายหน้าลึกลับ (คิม บยอง-อก) ซึ่งเป็นตัวละครใหม่ที่เพิ่มเข้ามา ในช่วงชั่วโมงแรก หนังเน้นสร้างความลุ้นระท้วยามทีมสืบสวนต้องรอคอยจังหวะโจมตี พร้อมๆ กับพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างหวังกับยุน-จู ให้เห็นทั้งความเข้มงวดและความอบอุ่นของหวัง ที่สำคัญคือเคมีระหว่าง ซอล คยอง-กู และ ฮัน ฮโย-จู ที่สื่อถึงความผูกพันธ์แบบพ่อลูกได้น่าประทับใจไม่แพ้ต้นฉบับ แม้จะเน้นพัฒนาตัวละคร แต่ผู้กำกับยังควบคุมจังหวะได้แน่นหนา ตั้งแต่ฉากเปิดตัวที่ตื่นเต้น ไปจนถึงการถ่ายทอดรายละเอียดการทำงานของทีมสืบสวน ทั้งการแฝงตัว กิจวัตร และเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น เมื่อยุน-จูแหกกฎเพื่อช่วยหญิงถูกชิงทรัพย์ ครึ่งหลังของหนังเข้มข้นขึ้นเมื่อทีมตามรอยโจรไปพบเครือข่าย แม้เจมส์จะยังคงหลบซ่อนได้อย่างแนบเนียน แต่การไล่ล่าผ่านตรอกแคบและการเบียดเสียดบนถนนโซลก็ดุเดือดจนใจหาย ขยายความตื่นเต้นด้วยงบประมาณที่มากขึ้น ทั้งการไล่ล่าด้วยรถยนต์และปะทะดุเดี่ยบบนทางด่วน ที่น่าสนใจคือผู้กำกับยังคง保留转折结局เกี่ยวกับหลักกรรมแบบต้นฉบับ แม้จะไม่สะท้อนในชื่อภาษาอังกฤษ ส่วนคนที่ยังไม่ดูต้นฉบับ—บอกได้แค่ว่ามันเกี่ยวข้องกับคำสอนของพุทธศาสนา! ความเคารพต้นฉบับของโชเห็นได้ชัดในทุกรายละเอียด แม้แต่ชื่อเล่น ‘ลูกหมู’ ของยุน-จูขณะปฏิบัติการ หรือการเชิญ ไซม่อน ยัม มาร่วมแสดง Cameo สั้นๆ ในตอนจบ ไม่ว่าจะเป็นหนังรีเมคหรือผลงานเดี่ยว ‘Cold Eyes’ ก็คือหนังระทึกขวัญระดับพรีเมียมที่ใช้จุดแข็งของแนวคิดดั้งเดิม สร้างความตื่นเต้นเร้าใจได้ไม่หยุดยั้ง ไม่แปลกที่หนังทำรายได้ถล่มทลายในเกาหลี และด้วยการมาเยือนของดาวต้นฉบับอย่างยัม ก็ทำเราแทบรอไม่ไหวที่จะเห็นภาคต่อ!
"Cold Eyes" เป็นหนังธริลเลอร์สุดเข้มข้นที่ตอกย้ำความเหนือชั้นของเกาหลีใต้ในวงการหนังแนวนี้ เรื่องราวของหน่วยสอดแนมชั้นยอดของตำรวจเกาหลี นำโดยฮวัง ซังจุน/ฟอลคอน (ซอล คยอง-กู) ที่ตามล่าขบวนการโจรกรรมสุดโหดภายใต้การนำของเจมส์ (จอง วู-ซอง) พร้อมกันนั้น เจ้าหน้าฝึกใหม่อย่างฮา ยุน-จู/พิกเล็ต (ฮัน ฮโย-จู) ก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับทีม "Cold Eyes" เป็นหนังธริลเลอร์ที่ดำเนินเรื่องแน่น ละเอียดลึก และเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ทุกฉากถ่ายทอดรายละเอียดการทำงานของทีมสอดแนมได้อย่างแม่นยำ ทำให้ผู้ชมได้สัมผัสทั้งความสามารถและบุคลิกของตัวละครผ่านการลงมือแก้ปัญหา ตัวละครส่วนมากเฉียบแหลมและมีไหวพริบ สร้างสมดุลในเกมไล่ล่าที่ดุเดือด แม้รายละเอียดเล็กๆ ในฉากหนึ่ง อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในฉากต่อไปได้แบบไม่คาดคิด เหมือนหนังธริลเลอร์ดีๆ ทั่วไปที่ทำให้เราหมดใจรอสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น หนังดึงความสนใจผู้ชมตั้งแต่ต้นด้วยฉากเปิดตัวที่ยอดเยี่ยม ทั้งแนะนำตัวละครหลักและแฝงเบาะแสปริศนา เราได้เห็นหญิงสาวในรถไฟใต้ดินที่ดูเหมือนกำลังทำภารกิจลับ ขณะที่ชายกลางคนธรรมดาๆ ในตู้เดียวกันก็แฝงนัยไม่ปกติ ทั้งคู่ต่างจับตาสิ่งรอบตัวแต่ก็ระวังไม่ให้ตัวเองเป็นจุดสนใจ "Cold Eyes" เป็นหนังรีเมคจาก "Eye in the Sky (2007)" ของฮ่องกง โดยมีจอห์นนี่ ท่อ ผู้กำกับต้นฉบับมาแสดงคาเมโอ เรียกว่าเป็นตัวอย่างการรีเมคที่สมบูรณ์แบบ ทั้งคงเอกลักษณ์เกาหลีและเพิ่มลูกเล่นให้เข้มข้นขึ้น 7.8/10
ผมไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนเลย แต่พอดีวันนี้หาหนังแอคชั่นดีๆดู แล้วดันมาเจอเรื่องนี้เข้าเพราะชอบหนังเกาหลี ต้องบอกว่าเป็นงานบันเทิงชั้นเยี่ยม หนังเริ่มด้วยการปล้นที่ตื่นเต้นสุดๆ โดยแก๊งค์ติดอาวุธที่ทำทุกอย่างตามแผนอย่างแม่นยำ ภายใต้การควบคุมของชายลึกลับที่ดูเหมือนไม่อยากลงมือเอง (แต่ผมเข้าใจผิดไปเลย!) เขาคอยสั่งการจากที่สูงราวกับเป็นผู้บงการหลัก ส่วนฝ่ายตรงข้ามคือทีมตำรวจไฮเทคที่คัดสรรคนเข้า unit อย่างเข้มงวด เพราะงานนี้ต้องใช้ทั้งความเก่งและไหวพริบ การไล่ล่าหน้าเสียวจึงเริ่มต้นขึ้น! หนังเรื่องนี้พูดง่ายๆ คือการไล่ล่าตลอด 3 วัน (ถ้าจำไม่ผิด) ทั้งสอดส่อง ตามรางวัล และลักลอบติดตั้งอุปกรณ์เพื่อระบุตัวสมาชิกแก๊งค์ปล้นแบงก์ที่กำลังวางแผนปล้นครั้งใหญ่ยิ่งกว่าเดิม ผู้กำกับควบคุมจังหวะได้แน่น ให้ความรู้สึกเหมือนเวลาใกล้จะหมด หรือเหมือนกำลังทำเรื่องเสี่ยงๆ แล้วหวังให้รอดไปได้ แถมยังเจาะลึกตัวร้ายที่สวมบทได้เด่นมาก ทั้งความฉลาดแบบขั้นเทพและทักษะการต่อสู้ ที่ทำให้เขานำหน้าตำรวจไปตลอดทาง ส่วนเรื่องเทคนิคต้องชมงานกล้องและตัดต่อที่ถ่ายทอดทุก细节ได้ครบถ้วนแม้ในฉากแอคชั่นดุเดือ็ด สรุปแล้วเป็นหนังตำรวจVSโจรที่สนุกเฮือก มีทั้งความตื่นเต้นและต่อสู้สไตล์จัดเต็ม ให้คะแนน 7.5/10
Cold Eyes (2013) พาผู้ชมติดตามปฏิบัติการของทีมสอดส่องที่ล่าตัวเหล่าอาชญากรหมายหัวของเกาหลีใต้ เรื่องนี้ตามติด 'พิกกี้' สมาชิกใหม่ผู้มีความสามารถพิเศษด้านความจำแบบถ่ายภาพ ที่พิสูจน์ฝีมือตั้งแต่การทดสอบแรกจนถูกส่งลงสนามจริง เธอและทีมงานใช้ทั้งเทคโนโลยีล้ำสมัย ทักษะวิเคราะห์ขั้นเทพ และการทำงานแบบเน้น細節 โดดเด่นทุกมิติจนคนดูต้องทึ่ง! หลายฉากตื่นเต้นซุ่มโจมตีแบบเส้นยาแดงผ่าแปดให้รู้สึกใจหายใจคว่ำ แถมยังมีช่วงที่เหนื่อยแทนจนต้องกลั้นหายใจรอผลลัพธ์สำคัญ บอกเลยว่าดูแล้วไม่ปล่อยมือถือแน่นอน! ล่าสุดดูหนังเกาหลีมาเรื่อยๆ และทุกเรื่องก็ทิ้งรอยประทับไว้ไม่รู้ลืม Cold Eyes ก็เป็นอีกหนึ่งหนังระทึกขวัญที่ทั้งกระชับ ดุเดือด และเข้มข้นจนนั่งติดหนึบตั้งแต่ต้นจนจบ ถ้ามีโอกาส ต้องไปดูให้ได้!
Cold Eyes เป็นหนังอาชญากรรมที่ดำเนินเรื่องเร็ว เริ่มต้นด้วยสาวน้อยคนหนึ่งบนรถไฟฟ้าที่ดูเหมือนผู้โดยสารทั่วไปท่ามกลางคนอื่นๆ ฮโย-จู ฮา นักแสดงนำของเรื่อง คือดาวเด่นที่น่าจับตามองด้วยความงามธรรมชาติที่คุณไม่อาจละสายตาได้ เธอปรากฏตัวเป็นตำรวจลับที่กำลังติดตามเหล่าอาชญากร ต่อมาเธอได้ร่วมมือกับตำรวจคนอื่นๆ ซึ่งทั้งหมดเป็นผู้ชาย เพื่อตามจับกลุ่มโจรที่โหดเหี้ยมหลังปล้นธนาคาร หนังส่วนใหญ่เกิดขึ้นในห้องใหญ่ที่เต็มไปด้วยจอภาพแสดงพื้นที่ต่างๆ ของเมืองในเกาหลี เรื่องราวดำเนินไปอย่างรวดเร็ว พร้อมด้วยนักแสดงที่แข็งแกร่งและโครงเรื่องที่ดึงดูดใจ ตอนจบอาจไม่ได้แปลกใหม่ แต่โดยรวมแล้วหนังเรื่องนี้ดีกว่าค่าเฉลี่ยทั่วไป
ฉันโชคดีที่ได้เข้าร่วมงานฉายรอบปฐมทัศน์ของ Cold Eyes โดยที่ไม่มีคาดหวังหรือความรู้มาก่อนเลย แต่หนังดึงดูดฉันเข้าไปภายใน 10 นาทีแรก! ไม่ขอสปอยล์เรื่องให้เสียสนุก แต่ถ้าคุณชอบหนังระทึกขวัญสุดเข้มข้นแบบเกาหลีอย่าง ‘ผู้ชายคนนั้นจากไม่มีที่ไหน’ หรือ ‘The Chaser’ รับรองว่า Cold Eyes เป็นหนังที่คุณไม่ควรพลาดแน่นอน ตัวละครมีชีวิตชีวา action สุดตื่นเต้นและเร้าใจ ฉากต่อสู้ถูกออกแบบมาอย่างดีและสมจริง ส่วนการไล่ล่ากันระหว่างนักสืบกับเหล่าอาชญากรจะทำให้คุณลุ้นระทึกไม่วางตา แถมมุกตลกที่แทรกเข้ามาก็ธรรมชาติและน่าขำ ถูกแทรกเข้ามาในจังหวะที่เหมาะสมของเรื่อง ให้ทั้งลุ้นและฮาเป็นระยะๆ รับรองว่าไม่น่าเบื่อ! รีบไปดูกันได้เลย คุ้มค่ากับเวลาแน่นอน ส่วนฮอลลีวูดนี่เตรียมตัวให้ดีเลยละ เพราะหนังเกาหลีกำลังมาแรงแบบนี้ ฮอลลีวูดต้องระวังแล้วล่ะ!
ฉากเปิดตัวที่น่าประทับใจ ภาพถ่ายยอดเยี่ยม ภาพสวยงามตระการตา เรื่องราวน่าติดตาม แอ็คชั่นแน่นและคาดเดาไม่ได้ คุณจะต้องการอะไรอีกในภาพยนตร์แอ็คชั่นธริลเลอร์? เรื่องราวเกี่ยวกับกลุ่มตำรวจมืออาชีพที่เก่งที่สุดในสาขาของพวกเขา และสุดยอดอาชญากรที่เก่งกาจไม่แพ้กัน ที่ต่างพยายามคิดเกมเหนือกัน เขาถูกจ้างมาเพื่อขโมยของชิ้นเฉพาะ และไม่เคยหลงทางจากแผนที่วางไว้ จอง อู-ซอง รับบทโจรไร้ความปราณีได้อย่างสมบทบาท
ตอนแรกที่เริ่มดูไม่ได้คาดหวังอะไร ห้านาทีแรกยังรู้สึกสับสนและไม่สนใจ แต่พอผ่านไปสิบนาทีก็เริ่มอินขึ้นมา ทันใดนั้นก็รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นส่วนหนึ่งในหนัง เป็นส่วนหนึ่งของทีม (ฝ่ายคนดี) ที่ตามล่าโจรและ "เงา" อย่างลุ้นระทึก โดยที่ไม่มีการใช้ CGI เลย! การตามจับคนร้ายไม่เคยให้ความบันเทิงขนาดนี้มานาน ตัวละครไม่ต้องตะโกนเสียงหลงหรือวิ่งชนคนบนถนนจนล้มระเนระนาด แต่กลับทำได้แนบเนียนเหมือนทีมสอดแนมในชีวิตจริง "Cold Eyes" เป็นหนังที่ทำได้สมคำร่ำลือ แอคชั่นไม่เวอร์จนเกินไป อาจไม่ถูกใจคนที่ชอบสไตล์ฮอลลีวูด แต่สิ่งที่ขาดไปอย่างระเบิดหรือการไล่ล่าแสนดุเดือด ก็ถูกชดเชยด้วยตัวละครและสถานการณ์ที่ทำให้เราติดตามอย่างลุ้น! ถ้าชอบหนังระทึกขวัญแอคชั่นเน้นリアリズム แนะนำให้ดูหนังเกาหลีเรื่องนี้เลย!
จะเรียกว่าการรีเมคหรือแรงบันดาลใจก็ได้ แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้ให้ความรู้สึกคล้ายกับ 'Eye in the Sky' ของไซม่อน หยัม และมีกลิ่นอายของ 'Infernal Affairs' เล็กน้อย ซึ่งยืนยันได้เมื่อไซม่อน หยัม ปรากฏตัวในตอนจบ หนังเกาหลีเรื่องนี้ถ่ายทำได้อย่างสไตล์ โดยเฉพาะรูปลักษณ์ของตัวละคร ความตื่นเต้นเร้าใจผสมผสานกับอุปกรณ์ไฮเทคที่ใช้สอดแนมอาชญากร ทำให้เห็นภาพนักสืบสมัยใหม่ชัดเจน เรื่องเริ่มต้นด้วยการพลิกมุมตั้งแต่ช่วงเปิดเรื่องผ่านฉากสัมภาษณ์รับสมัครงาน เป็นเรื่องราวของทีมข่าวกรองเกาหลีที่ร่วมมือกันสกัดกั้นกลุ่มโจรปล้นธนาคาร 'ลูกหมู' คือชื่อเล่นของตำรวจสาวมือใหม่ที่ถูกดึงตัวเข้าทีมสืบสวน ด้วยทักษะการสังเกตอันเฉียบคม เธอได้ร่วมปฏิบัติการสำคัญทันที และ很快ได้รับมอบหมายให้ติดตามสมาชิกแก๊งโจรเป็นครั้งแรก เรื่องราวระทึกใจของ 'Cold Eyes' พาผู้ชมติดตามการทำงานของ 'ลูกหมู' และทีมภายใต้การนำของ 'ลี' ในการตามล่าหมู่นักโจรใจเด็ด หนังโฟกัสที่การปะทะกันระหว่างสองกลุ่มเท่านั้น ราวกับโลกภายนอกไม่อาจมองเห็นเกมไล่ล่าแบบแมวจับหนูระหว่างตำรวจกับโจรได้ เป็นภาพยนตร์ที่สนุกครบรส แม้เคยดู 'Eye in the Sky' มาแล้วหรือไม่ก็ตาม เพราะเรื่องนี้ยืนได้ด้วยตัวเอง มีเพียงฉากแอ็คชั่นสั้นๆ ไม่เน้นความดุเด็ด แต่ตอบโจทย์แนวสอดแนมได้อย่างมีสไตล์และน่าประทับใจ
เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับปฏิบัติการของทีมสอดแนมและกลุ่มโจรที่นำโดยบุคคลลึกลับ เนื้อเรื่องพอใช้ได้และฉากแอคชั่นอยู่ในระดับปานกลาง ทั้งเรื่องมุ่งเน้นไปที่การซ่อนแอบระหว่างสองกลุ่มโดยไม่มีตัวละครอื่นมายุ่งเกี่ยว ภาพยนตร์ขาดการ交代ภูมิหลังของผู้นำลึกลับหรือตัวละครเงา แรงจูงใจและปัญหาของเขากับผู้จัดการยังไม่ชัดเจน บางฉากตามติดเป้าหมายดูยังไม่สมบูรณ์และน่าจะพัฒนาได้อีก แต่โดยรวมเนื้อเรื่องและงานภาพถือว่าดี
คนเกาหลีทำได้อีกแล้ว นี่คือตัวอย่างของหนังธริลเลอร์ที่ดีควรเป็น กำกับได้ดีและเต็มไปด้วยความตื่นเต้นตลอดทั้งเรื่อง พูดได้เต็มปากว่าเกาหลีใต้ทำหนังอาชญากรรมธริลเลอร์ได้ดีกว่าฮอลลีวูดมาก
สร้างบรรยากาศได้ดีมากจนถึงช่วงที่ 'พระอาทิตย์ขึ้น'...หลังจากนั้นฉันว่าผู้เขียนบทน่าจะเมาหิ้ว!
ภาพยนตร์เรื่องนี้ตอบโจทย์ทุกมุมของหนังสายสืบสวนทีมเฝ้าติดตามแก๊งโจร แต่ไม่เกินความคาดหวังนัก เนื้อหาหลักคือการตามรอยมือใหม่ในทีมที่พัฒนาได้ดี และตัวละครหลักถูกเจาะลึกในระดับพอเหมาะ แต่โครงเรื่องหลักยังปลอดภัยเกินไป ต่างจากหนังตะวันตกที่มักใส่ใจการทำให้ผู้ร้ายดูมีมิติมนุษย์จนเข้าใจแรงจูงใจบ้าง แต่ที่นี่ตัววายร้ายคือคนอันตราย ไร้ความปราณี และเห็นแก่ตัวสุดๆ (ซึ่งจองอูซอง รับบทนี้ได้ดีมาก) แม้จะมีหนังเกาหลีแนวตื่นเต้นสืบสวนที่ดีกว่า แต่เรื่องนี้ก็ยังน่าดู และแตกต่างจากหนังแก๊งอาชญากรรมทั่วไป แสดงได้เข้มข้น ตื่นเต้นตลอด จับจังหวะได้เนิบๆ แต่ไม่น่าเบื่อ
Veteran (2015) ขอโทษที! ปืนพี่มันลั่น!
Glitch (2022) กลิตช์