
All India Rank (2024) เรื่องราวที่เกิดขึ้นในยุค 90 ของวิเวก เด็กหนุ่มวัย 17 ปี ผู้ต้องจากบ้านไปเข้าโรงเรียนกวดวิชาติวเข้ม เพื่อลงสนามสอบเข้าสถาบันเทคโนโลยีแห่งอินเดียที่แข่งขันกันอย่างดุเดือด

เรื่องราวในปลายทศวรรษ 1990 เกี่ยวกับวิเวก เด็กหนุ่มวัย 17 ปี ที่ถูกส่งตัวออกจากบ้านไปเรียนในโรงเรียนกวดวิชาเพื่อเตรียมสอบเข้าสถาบันไอไอที (สถาบันเอ็มไอทีแห่งอินเดีย) การสอบที่แข่งขันสูงยิ่ง
เรื่องราวที่เกิดขึ้นในยุค 90 ของวิเวก เด็กหนุ่มวัย 17 ปี ผู้ต้องจากบ้านไปเข้าโรงเรียนกวดวิชาติวเข้ม เพื่อลงสนามสอบเข้าสถาบันเทคโนโลยีแห่งอินเดียที่แข่งขันกันอย่างดุเดือด
All India Rank เป็นภาพยนตร์คอมเมดี้-ดราม่า กำกับโดย Varun Grover เป็นหนังที่น่ารักและซึ้งใจ ยุค 90s ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างสวยงาม ทั้งงานผลิตและงานศิลป์ที่ทำได้ดีมาก บทภาพยนตร์ใช้แอนิเมชันหลากหลายเพื่อเพิ่มความสดใหม่ให้การเล่าเรื่อง ส่วนเพลงนั้นผมชอบมาก โดยเฉพาะเพลงประกอบ ชีวิตวัยรุ่นก็ดูสมจริง แต่ปัญหาคือทุกอย่างถูกนำเสนอแบบผิวเผิน ทั้งปัญหา ความตึงเครียด และทางแก้ที่ไม่เคยถูกเจาะลึก อารมณ์ความรู้สึกก็ขาดหายไป ผลคือคุณอาจจะรู้สึกเฉยๆ ว่ามันก็พอได้อยู่ ส่วนซับพลอตเกี่ยวกับเด็ก PCO หยาบคายนั้นไม่มีการอธิบาย ทำให้ผมไม่เข้าใจเลย หนังเล่าเรื่องเกี่ยวกับชีวิตว่ามันไม่ได้สุ่มๆ ไปหมด แต่ผมยังคงต้องการอะไรที่มากกว่านี้
เป็นหนังที่ดีมาก เหมือนได้รับอากาศสดชื่นจากเรื่องราวที่แตกต่าง คุณอาจนึกว่าเป็นหนังแนวเดียวกับ 3 ไอดิโอต หรือ 12th แฟล แต่ไม่ใช่! เรื่องนี้แสดงความลำบากของเด็กชายที่กำลังก้าวสู่ผู้ใหญ่และพยายามทำตามความฝันของพ่อแม่ (ที่ฝันแทนเขา) แต่เนื้อเรื่องยังสอดแทรกหลายแง่มุม - มิตรภาพ ความฝันและความเป็นจริง ความสัมพันธ์กับพ่อแม่ การเรียน การแข่งขัน การหักหลัง ความรัก - ในรูปแบบเรียบง่าย เนื้อเรื่องดึงดูดให้คุณย้อนนึกถึงความทรงจำเก่าๆ และมีทุกอารมณ์ตั้งแต่หัวเราะจนถึงเศร้า สรุปคือเป็นหนังที่ทำออกมาได้ดี และทิ้งบทเรียนสำคัญในชีวิตไว้ให้คิดต่อเมื่อจบ พีเอส: ฉันชอบนักแสดงคนนี้ เคยเห็นเขาในปาตาล โลก ด้วย เป็นคนที่น่าจับตามองในอนาคต!
หนังเริ่มต้นด้วยการพาคุณย้อนกลับไปในอดีต โดยเฉพาะถ้าคุณเคยเป็นนักเรียนเตรียมวิศวะแบบฉัน แม้แต่คนที่มาจากสายอื่นๆ หนังเรื่องนี้ก็จะทำให้ความทรงจำสมัยเรียนในโรงเรียนหรือมหา'ลัยกลับมาแวบๆ เนื้อเรื่องเรียบง่ายและสั้นกระชับ ไม่พยายามยัดเยียดแนวคิดใดๆ ให้ผู้ชม ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี ไม่มีฉากรักยืดเยื้อให้เสียเวลา เป็นหนังสั้นๆ น่ารักและไม่มีบทสรุปชัดเจน ทำให้ตีความได้ตามใจชอบ
ถ้า Kota Factory แสดงให้เห็นชีวิตเด็กชนชั้นกลางในโกต้า All India Rank ก็ควรจะเล่าเรื่องราวคล้ายๆ กันสำหรับเด็กชนชั้นกลางระดับล่าง แต่สิ่งที่ได้กลับเป็นเรื่องเล่าที่น่าเบื่อของเด็กคนหนึ่งกับเพื่อนๆ/ครอบครัว มุมมองครอบครัวทำได้ดีเพราะนักแสดงเล่นดี ส่วนเพื่อนๆ ในเรื่องไม่ได้ทิ้งรอยประทับมากนัก จุดสว่างเพียงอย่างเดียวของหนังคือ Sheeba Chaddha ที่เปล่งประกายบนจอ ส่วนที่เหลือของหนังดูน่าเบื่อสุดๆ วารุน โกรเวอร์เป็นกวีที่ดีและสแตนด์อัปของเขาก็น่าดู... แต่ไม่จำเป็นว่าทุกคนจะเก่งไปหมดทุกอย่าง ในความเห็นส่วนตัว แนะนำให้ข้ามเรื่องนี้ไปดู Kota Factory แทน!
ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่มีข้อคิดสอนใจใดๆ ไม่มีโครงเรื่องที่ชัดเจน ตอนจบไม่น่าพอใจ โดยรวมแล้วหนังดูเหมือนเป็นการผสมผสานระหว่างหนังโรงเรียนเก่าๆ แต่การเล่าเรื่องยังไม่สมบูรณ์ แสดงการต่อสู้ของนักเรียนและผู้ปกครองแบบครึ่งๆ กลางๆ วารุน โกรเวอร์ พยายามทำให้หนังเรื่องนี้เป็นหนังนوستัลเจียแต่ล้มเหลวทุกด้าน ไม่เหมาะกับครอบครัวเนื่องจากมีภาพผู้หญิงเปลือยในนิตยสารที่แสดงเป็นระยะใกล้ หากต้องการดูหนังที่ดีกว่าที่มีทุกอย่างที่หนังเรื่องนี้ขาดหาย แนะนำให้กลับไปดู '3 Idiots' อีกครั้ง เพราะหนังเรื่องนี้คือความผิดหวังอย่างสิ้นเชิง
ภาพยนตร์เรื่อง "All India Rank" พาเราย้อนกลับไปสู่ช่วงปลายทศวรรษ 1990 ด้วยบรรยากาศและรายละเอียดยุคสมัยที่ถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างแม่นยำ เรื่องราวเบาๆ แต่มุ่งสำรวจชีวิตของ "วิเวก" วัย 17 ปี ที่ต้องฝ่าฟันการเรียนในโรงเรียนกวดวิชาเพื่อสอบเข้า IET การแข่งขันที่ทั้งโหดและเคร่งครัด ผ่านมุมมองที่ทั้งอบอุ่นและฮาสุดขีด การเล่าเรื่องของ Varun Grover เต็มไปด้วยมิติที่สมดุล ระหว่างความกดดันทางวิชาการกับความสับสนวุ่นวายในวัยรุ่น ตัวละครใกล้ตัวพร้อมบทพูดฉลาดๆ ทำให้เรื่องนี้เป็นดราม่าคอมเมดี้ชีวิตที่ทุกคนที่เคยผ่านสนามสอบแข่งขันต้องร้องตาม! การกำกับของ Grover และการใส่ใจรายละเอียดยุค 90 ทำให้เรื่องเติบโตของวัยรุ่นเรื่องนี้มีเสน่ห์เฉพาะตัว แถมยังแฝงแง่คิดเกี่ยวกับการตามหาความฝันและความสำคัญของความสัมพันธ์ไว้อย่างแนบเนียน
หนังเรื่อง 'All India Rank' ติดกับดักสูตรเดิมๆ ที่น่าเบื่อ กับเรื่องราวเด็กจากครอบครัวชนชั้นกลางที่ถูกส่งไปเรียนกวดวิชาที่โคตา แล้วก็ต้องเจอสาวฉลาดที่สนใจเขาแบบที่เดากันได้ ไม่มีอะไรใหม่หรือน่าตื่นเต้นในโครงเรื่องที่เห็นมาจนชิน ตัวละครไม่มีมิติลึกซึ้ง การพัฒนาตัวละครดูแข็งกระด้างและเหมารวม เส้นทางของพระเอกจากความไม่สนใจไปจนถึงความรักกับสาวเก่งก็ไม่ได้ช่วยให้เรื่องน่าสนใจขึ้น จุดอ่อนที่สุดของหนังคือการขาดความเป็นต้นฉบับ เดินตามสูตรและคลิชเการ้อยเรื่อยที่เคยเห็นมาแล้วในหนังอื่นๆ จนทำให้ผู้ชมลืมมันได้ง่ายๆ การจบแบบห้วนๆ ยิ่งเพิ่มความผิดหวัง ราวกับมีศักยภาพแต่ทำไม่ถึง ทั้งหมดทั้งมวล 'All India Rank' คือโอกาสที่เสียไปในการนำเสนออะไรใหม่ๆ ไม่แนะนำให้ดูเว้นแต่คุณจะคลั่งหนังแนวเรียนกวดวิชาผสมโรแมนติกแบบสูตรสำเร็จ
หนังไม่มีพล็อตเรื่องเลย รู้สึกไม่พอใจ เสียเวลาอย่างมาก จบแบบไหนก็ไม่รู้? เขาสอบผ่านหรือเปล่า งานของพ่อเป็นยังไงต่อ... ทำไมพวกเขาถึงทำหนังแบบนี้ออกมา... สิ่งสำคัญที่สุดคือเนื้อเรื่อง ที่มีเริ่มต้น กลาง และจบ ให้ตายสิ มันไม่มีตอนจบเลย แย่สุดๆ รู้สึกเหมือนเสียเวลาไปชั่วโมงครึ่งกับเรื่องนี้ ไม่แนะนำให้ดูครับ เสียเงินเสียเวลาเปล่าๆ จบรีวิวที่นี่ แค่ก็อปปี้วางให้ครบ 500 คำ หนังไม่มีพล็อตเรื่องเลย รู้สึกไม่พอใจ เสียเวลาอย่างมาก จบแบบไหนก็ไม่รู้? เขาสอบผ่านหรือเปล่า งานของพ่อเป็นยังไงต่อ... ทำไมพวกเขาถึงทำหนังแบบนี้ออกมา... สิ่งสำคัญที่สุดคือเนื้อเรื่อง ที่มีเริ่มต้น กลาง และจบ ให้ตายสิ มันไม่มีตอนจบเลย แย่สุดๆ รู้สึกเหมือนเสียเวลาไปชั่วโมงครึ่งกับเรื่องนี้ ไม่แนะนำให้ดูครับ เสียเงินเสียเวลาเปล่าๆ จบรีวิวที่นี่ แค่ก็อปปี้วางให้ครบ 500 คำ
ทำไมเราต้องมาเล่าเรื่องนี้อีกในเมื่อผู้กำกับหลายคนเคยนำเสนอได้ดีกว่าและสวยงามกว่ามาก หนังเรื่องนี้ไม่มีอะไรที่แตกต่างหรือใหม่เลย แถมยังไม่มีช่วงไหนที่คนดูจะต้องลุ้นหรือรอคอย การแสดงของนักแสดงก็ธรรมดาๆ ไม่มีจุดไหนโดดเด่น เป็นแค่หนังที่ทำขึ้นเพราะอยากทำ ทำไมเราต้องมาเล่าเรื่องนี้อีกในเมื่อผู้กำกับหลายคนเคยนำเสนอได้ดีกว่าและสวยงามกว่ามาก หนังเรื่องนี้ไม่มีอะไรที่แตกต่างหรือใหม่เลย แถมยังไม่มีช่วงไหนที่คนดูจะต้องลุ้นหรือรอคอย การแสดงของนักแสดงก็ธรรมดาๆ ไม่มีจุดไหนโดดเด่น เป็นแค่หนังที่ทำขึ้นเพราะอยากทำ
ภาพยนตร์เรื่อง 'All India Rank' ของ Varun Grover ถือเป็นเรื่องราวสดใหม่ที่แตกต่างจากแนวทางการเล่าเรื่องแบบเดิม ๆ เกี่ยวกับการไล่ตามความสำเร็จทางการศึกษา เช่น ในซีรีส์ 'Kota Factory' ของ TVF แม้ทั้งคู่จะพูดถึงความกดดันของการสอบแข่งขัน แต่ 'All India Rank' เลือกโฟกัสไปที่ความสัมพันธ์ภายในครอบครัวที่ซับซ้อน แทนการยึดติดอยู่แค่ตัวผู้สอบต่างจากภาพลักษณ์ความฝันเกี่ยวกับ IIT ในสื่อทั่วไป หนังของ Grover นำเสนอนักศึกษา IIT ในฐานะมนุษย์ที่มีข้อบกพร่อง ไม่แบ่งขาว-ดำระหว่างตัวละคร ตัวละครทุกคนล้วนมีมิติและพัฒนาการที่เป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องใช้การเปรียบเทียบเทียมGrover แสดงความเชี่ยวชาญในการเล่าเรื่องผ่านการเดินพล็อตที่ทรงตัว ไม่ใช้ลูกเล่นฉูดฉาด แต่เลือกบรรยากาศที่เรียบร้อยและไตร่ตรอง หนังไม่สร้างภาพความฝันเกี่ยวกับ IIT ให้เลอค่าหรือเลวร้าย แต่สร้างสมดุลที่สะท้อนความไม่มั่นคงของครอบครัวชนชั้นกลางจุดแข็งของหนังคือการดึงดูดผู้ชมโดยไม่ยัดเยียด แทนที่จะเสนอเรื่องราวชนะเสมอไป 'All India Rank' กลับโอบรับความเปราะบางและความผิดหวังที่มาพร้อมการตามหาความสำเร็จต่างจากหนังอย่าง '12th Fail' ที่อาจทำให้ความฝันเกี่ยวกับ IIT ดูเกินจริง หนังเรื่องนี้เลือกนำเสนออย่างมีมิติและสมเหตุสมผล พร้อมความอบอุ่นและลึกซึ้งที่ทำให้มันไม่ใช่แค่เรื่องความทะเยอทะยานสำหรับคนที่หาประสบการณ์หนังที่แตกต่างจากสูตรสำเร็จ 'All India Rank' คือเรื่องราวที่ตราตรึง ไม่ว่าคุณจะคุ้นเคยกับเนื้อหาแนวนี้หรือไม่ การไปดูผลงานกำกับครั้งแรกของ Grover ที่โรงภาพยนตร์ก็คุ้มค่าอย่างแน่นอน
เสียเวลาเปล่าไร้ประโยชน์ - บทแสดง นักแสดง วิธีการเล่าเรื่อง เนื้อเรื่องทั้งหมดเละเทะ ไม่มีอะไรน่าดู มีแต่กระแสที่คนสร้างขึ้นมาเอง เอาเมืองระดับบีมาใส่ ตัวละครหน้าตาธรรมดาแบบไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน เต็มไปด้วยเพลงแร็ป 2 นาทีที่ถูกยัดเข้าไปแบบงุ่มง่าม แล้วก็ออกมาเป็นสูตรสำเร็จของซีรีส์หรือหนังใหม่ เนื้อเรื่องเกี่ยวกับเด็กชายวัย 17 ปีชื่อวิเวก (นักแสดงทำให้เขาดูเหมือนเด็กหนุ่มจากยูพีซึ่งดูตลกไม่น่าเชื่อถือ) ถูกส่งไปเรียนกวดวิชาในเมืองอื่นเพื่อเตรียมสอบเข้า IIT ที่มีการแข่งขันสูง โดย IIT ได้รับการยอมรับว่าเทียบเท่าหรือดีกว่า MIT ในสหรัฐอเมริกา ช่วยยกระดับชีวิตผู้ที่สอบติด แต่พ่อแม่วิเวกฝากความหวังไว้ทั้งหมดที่การสอบนี้ ส่วนวิเวกกลับมีแผนอื่นของตัวเอง เนื้อเรื่องวนเวียนอยู่กับปัญหาของเขาในฐานะนักเรียน หนังเรื่องนี้ไม่ได้ใกล้เคียงกับ '12th Fail' เลย ไว้ขอบคุณทีหลังได้ที่ช่วยประหยัดเวลาคุณไว้
ภาพยนตร์เรื่อง "All India Rank" กำกับโดย Varun Grover เป็นเรื่องราววัยรุ่นแนวคอมเมดี้-ดราม่าในยุค 90 ที่พยายามสะท้อนความเคร่งเครียดของการสอบเข้า IIT แรงกดดันจากผู้ปกครอง และความหมกมุ่นกับความสำเร็จ แม้พยายามถ่ายทอดบรรยากาศยุคสมัย แต่ก็มีจุดอ่อนหลายด้าน โดยเฉพาะการคัดนักแสดงที่ไม่ค่อยโดดเด่น ยกเว้น Bodhisattva Sharma ในบท Vivek Singh, Sheeba Chaddha บท Kalpana Bundela และ Geeta Agrawal Sharma บทแม่ของ Vivek ที่แสดงได้น่าประทับใจ ส่วนนักแสดงคนอื่นทำได้ไม่ดีนัก จนลดทอนอารมณ์เรื่องลงไป นอกจากนี้การดำเนินเรื่องที่เชื่องช้ายังทำลายความน่าติดตาม หลายช่วงรู้สึกยืดเยื้อไม่ก่อให้เกิดความตื่นเต้น ส่วนตอนจบที่หักมุมแบบกะทันหันก็ทำให้เรื่องราวหลายจุดขาดความสมบูรณ์ แม้พยายามแตะประเด็นแรงกดดันจากครอบครัว ภาวะการเงิน และการเปลี่ยนแปลงของอินเดียยุคเปิดเสรี แต่ก็ไม่เจาะลึกพอ สรุปแล้ว "All India Rank" อาจทำให้คนที่เคยผ่านยุคติวเข้ม IIT ในยุค 90 รู้สึกคิดถึงวันวาน แต่สำหรับคนทั่วไป อาจได้แค่เรื่องราวผิวเผินที่ขาดทั้งความลึกและความประทับใจ
วิเวก สิงห์ ถูกส่งเข้าเรียนที่สถาบันกวดวิชาเพื่อเตรียมสอบเข้า IIT ซึ่งเป็นความฝันของพ่อที่ยอมเสียสละทุกอย่างเพื่อให้ลูกชายสอบติด ส่วนแม่ของวิเวกที่ชอบกินของหวานจนคอเลสเตอรอลสูง แต่ก็เป็นแม่ที่รักและดูแลทั้งสามีกับลูกชายสุดหัวใจ เรื่องราวFollowsความเหงาและความสับสนในชีวิตของวิเวกที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไรจริงๆ เขาได้พบเพื่อนอย่างสาริกา เด็กเรียนเก่ง จันทาน ที่แกล้งทำเป็นไม่สนใจ IIT และรินคู เพื่อนซื่อบื้อ ประสบการณ์การใช้ชีวิตกับเพื่อนและการตระหนักถึงการเสียสละของพ่อแม่จะช่วยเตรียมความพร้อมให้เขาก้าวต่อไปในชีวิตอย่างไร เป็นส่วนที่เหลือของเรื่อง ต้องยอมรับว่าเรื่องแนวนี้มีออกมาเยอะ แต่วารุน โกรเวอร์ ผู้กำกับมือใหม่ก็พยายามถ่ายทอดเรื่องนี้ด้วยความตั้งใจสูง ด้วยการย้อนยุคไปปี 1997 ที่ดึงความนัวเนียวยุค 90s มาใช้ได้ดี พร้อมคงความบริสุทธิ์ของวิเวกไว้ ขณะเดียวกันก็สอดแทรกเรื่องราวของพ่อแม่ที่พ่อเป็นผู้นำครอบครัวแต่มีความสัมพันธ์อันอบอุ่น แม้จะเจอวิกฤตเงินทองหรือถูกรบกวนจากคนแปลกหน้า การเชื่อมโยงทุกเหตุการณ์เข้ากับสมการออยเลอร์ถือเป็นจุดเด่น แม้จะไม่ใช่เรื่องใหม่แต่ก็ทำออกมาอย่างจริงใจ นักแสดงก็ทุ่มเต็มที่ อาจจะสนุกกว่านี้ถ้าออกมาตอนที่ซีรีส์ TVF ยังฮิตอยู่

On the Come Up (2022)