
Viva La Vida (2024) จะฝ่าไปให้ถึงตะวัน คนแปลกหน้าสองคนที่ป่วยหนักระยะสุดท้ายและมีเวลาอีกไม่มากนัก ต่างหันมาช่วยกันตามหารักและความหมายของชีวิตในช่วงเวลาบั้นปลายที่เหลืออยู่

หญิงสาวที่ต้องการการปลูกถ่ายไตตัดสินใจแต่งงานกับผู้ที่สามารถบริจาคไตให้เธอได้ และเธอก็ได้พบกับชายหนุ่มที่เป็นโรคทางสมอง
คนแปลกหน้าสองคนที่ป่วยหนักระยะสุดท้ายและมีเวลาอีกไม่มากนัก ต่างหันมาช่วยกันตามหารักและความหมายของชีวิตในช่วงเวลาบั้นปลายที่เหลืออยู่
ตอนแรกเมื่ออ่านเรื่องย่อก็กังขาว่าหนังจะเล่าเรื่องการแพทย์แค่ 5 นาที แล้วที่เหลือคือเรื่องรักน้ำเน่า 2 ชั่วโมง แต่กลับถูกใจที่หนังทำให้ฉันประหลาดใจในทางที่ดี หนังไม่เคยหยุดแสดงให้เห็นว่าปัญหาสุขภาพกำหนดชีวิตตัว heroine ตลอดเวลา เหมือนที่ผู้ป่วยเรื้อรังไม่มีวันหยุดพักจากโรคภัย มันแสดงให้เห็นทั้งตัวเธอและคนรอบข้างทรุดหนัก ครอบครัวพังทลาย เพื่อนๆ ห่างเหิน สุขภาพย่ำแย่ลงเรื่อยๆ เรื่องราวของคู่รักวัย青年ที่ป่วยและใกล้ตาย ระหว่างสาวแกร่งกับหนุ่มตลกอาจดูเสี่ยงที่จะกลายเป็นดราม่าเศร้าน้ำเน่า แต่สุดท้ายแล้วเนื้อเรื่องยังคงความเป็นผู้ใหญ่และทรงพลังจนจบ นี่คือทุกอย่างที่ The Fault in Our Stars พยายามจะเป็นแต่ทำไม่สำเร็จ ให้ 9/10
ภาพยนตร์จีนที่ใช้ชื่อภาษาสเปนเรื่องนี้ไม่เหมาะกับคนที่ควบคุมอารมณ์ได้ไม่ดี เพราะอาจทำให้รู้สึกสะเทือนใจอย่างหนัก เรื่องราวเล่าถึงคู่รักที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ที่ต่างเผชิญโรค危及ชีวิตในรูปแบบคอมเมดี้โรแมนติกที่ไม่เหมือนใคร นักแสดงนำวัย jeunes ทำได้ดี แต่จุดจบที่คาดเดาได้และข้อบกพร่องด้านเครื่องแต่งกายในบางช่วงถือเป็นจุดอ่อนเล็กน้อย ส่วนด้านอื่นๆ ใกล้เคียงความสมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะการกำกับของ Yan Han และบทโดยทีมนักเขียนที่สดใหม่ แม้จะมีข้อความเปิดเรื่องว่า "ดัดแปลงบางส่วนจากสารคดี The Most Pragmatic Marriage Transaction, The Most Emotional Eternal Agreement" ตัว女主角เป็นศูนย์กลางของเรื่อง เราเห็นโลกผ่านมุมมองของหลิงหมิน (Gengxi Li) สาวป่วยโรคไตวายที่รอผู้บริจาคไต เธอแสดงได้สมจริงทั้งความเย็นชาและความสิ้นหวังของชีวิตที่พังก่อนเริ่ม เมื่อโพสต์คลิปขอแต่งงานแลกไตแล้วลบออก ทันใดนั้นชายหนุ่มสุดน่ารำคาญก็ตาม聯繫เธอ ตั้งแต่ตรงนี้ (ประมาณนาทีที่ 20) หนังก็เปลี่ยนโทนเป็นคอมเมดี้โรแมนติกที่แปลกใหม่ ภาพยนตร์เรื่องนี้โดดเด่นด้วยการผสมผสานองค์ประกอบต่างๆ อย่างลงตัว ทั้งการถ่ายทำที่ให้ความรู้สึกธรรมชาติโดย Da Jiang (Zhang Jiang) การตัดต่อที่พลิ้วไหวโดย Li Yakun และข้อมูลทางการแพทย์ที่ละเอียดถูกต้องจากที่ปรึกษา 5 ท่าน ห้ามพลาดหนังเรื่องนี้!
Viva La Vida เป็นภาพยนตร์ตอนที่สามและตอนสุดท้ายของฉบับพิเศษที่ว่าด้วยชีวิตและความตายจากผู้กำกับ Yan Han ซึ่งถือเป็นผลงานที่ดีที่สุดของเขาเท่าที่เคยมีมา เนื้อเรื่องอาจดูซ้ำซากเพราะเคยมีเรื่องราวเกี่ยวกับโรคมะเร็งและโรคไตวายถูกนำเสนอมาหลายครั้ง แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้โดดเด่นด้วยการแสดงสุดปราณีตของสองนักแสดงหน้าใหม่ Yuchang Peng และ Gengxi Li นอกจากนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องราวของ Tu Luu ที่พยายามบริจาคไตเพื่อช่วยชีวิต Min Ling คู่รักของเขาเท่านั้น แต่ยังเป็นเรื่องของสอง "ผู้บกพร่อง" ที่เผชิญความตายร่วมกัน และลุกขึ้นมาจากจุดต่ำสุดได้สำเร็จ ภาพยนตร์ดำเนินเรื่องอย่างเป็นธรรมชาติและนุ่มนวล จนผู้ชมรู้สึกเชื่อมโยงกับตัวละครได้ง่าย อารมณ์ความรู้สึกระหว่างตัวละครกับผู้ชมถูกถ่ายทอดออกมาอย่างสมจริง ผู้กำกับพยายามลดเทคนิคการแสดงลง เพื่อให้เรื่องราวดูจริงใจมากขึ้น แก่นหลักไม่ใช่ความน่ากลัวของโรคภัย แต่คือความกล้าหาญและความปรารถนาที่จะก้าวต่อไป น้ำตาไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัวเมื่อได้เห็นความสุขที่ได้มาอย่างยากลำบากของทั้งคู่ กระบวนการต่อสู้กับความเจ็บป่วยและการสนับสนุนซึ่งกันและกันทำให้ผู้ชมรู้สึกมีส่วนร่วม โดยเฉพาะฉากบทสนทนาบนดาดฟ้าในตอนจบ—ไม่มีความกลัวเมื่ออยู่ข้างคนที่รัก การแสดงที่ยอดเยี่ยม หวังว่าจะได้เห็นผลงานแบบนี้อีก
The Godfather of Northeast China (2022) เจ้าพ่อเดือด