
In the Name of God A Holy Betrayal (2023) ศรัทธาลวง ซีรีส์สารคดีจากเรื่องจริงสะเทือนขวัญตีแผ่โฉมหน้าของผู้นำทางศาสนาชาวเกาหลี 4 คนที่อ้างตนว่าเป็นผู้มาโปรดโลก และด้านมืดของศรัทธาที่งมงายไร้ข้อกังขา

สารคดีชุดนี้สำรวจเรื่องจริงอันน่าสะพรึงของผู้นำ 4 คนในเกาหลีที่อ้างตัวเป็นศาสดา เผยให้เห็นด้านมืดของการเชื่อฟังโดยไม่ตั้งคำถาม
สารคดีชุดนี้สำรวจเรื่องจริงอันน่าสะพรึงของผู้นำ 4 คนในเกาหลีที่อ้างตัวเป็นศาสดา เผยให้เห็นด้านมืดของการเชื่อฟังโดยไม่ตั้งคำถาม
สารคดีชุดนี้เป็นเรื่องน่าสนใจมาก แต่ก็ทำให้น่าเศร้ามากเช่นกัน เพราะพูดถึงกรณีการละเมิดต่างๆ ที่ผู้นำศาสนาในเกาหลีใต้ก่อขึ้น แทบทุกคนอ้างตัวเป็นพระเจ้าบ้างก็ในบางช่วงเวลา และเกือบทั้งหมดล้วนทำร้ายสมาชิกในกลุ่มของตน แม้แต่ผู้นำที่ผสมผสานการเทศน์ผ่านโทรทัศน์แบบอเมริกันเข้ากับแนวคิดไซเอนทอลีก็มี บางคนจบชีวิตด้วยการเสียชีวิตหรือติดคุก แต่บางคนก็รอดพ้นข้อหาแม้จะมีผู้เสียชีวิตในกลุ่มก็ตาม แม้ผมจะสนใจประเด็นอาชญากรรมในนามศาสนามาโดยตลอด แต่คนส่วนใหญ่มักรู้จักเฉพาะเรื่องที่เกิดขึ้นในอเมริกา เพราะสื่อที่เล่าเรื่องเหล่านี้มักมาจากที่นั่น ตอนอยู่เกาหลีใต้ปีหนึ่ง แม้รู้ว่าคริสตจักรที่นั่นเข้มแข็ง แต่กลับไม่รู้เลยว่ามีกลุ่มลัทธิแบบนี้ดำเนินอยู่ตอนนั้น สารคดีนี้น่าจะเป็นบทเรียนดีสำหรับคนในชุมชนศาสนาทั้งในเกาหลีและต่างประเทศ แต่น่าเสียดายที่คนที่ติดกับกลุ่มแบบนี้อาจไม่มีโอกาสได้ดูจนกว่าทุกอย่างจะสายเกินไป ทุกกลุ่มในสารคดีนี้แยกตัวจากคริสต์ศาสนา จึงน่าจะน่าสนใจหากมีการพูดถึงการละเมิดในชุมชนทางศาสนาที่มีชื่อเสียงในเกาหลีด้วย ไม่ว่าจะเป็นคริสต์หรือศาสนาอื่น
เมื่อตอนที่ 1 ของซีรีส์ 'In the Name of God: A Holy Betrayal' (ผลิตปี 2023 จากเกาหลีใต้ ความยาว 8 ตอนรวม 390 นาที) เริ่มต้น เราได้รู้จักกับ 'JMS' ชื่อย่อของลัทธินิกายหนึ่งและผู้นำลัทธิ แมปเปิล สตรีวัย 20 กว่าๆ อดีตสมาชิก JMS บอกเล่าเรื่องราวเจ็บปวดว่าหลงเชื่อคำสอนจนถูกผู้นำลัทธิล่วงละเมิดทางเพศ น่าตกใจที่มีแม้กระทั่งเสียงบันทึกการล่วงละเมิดครั้งหนึ่ง ต่อมาสารคดีย้อนไปช่วงต้นยุค 80 ที่ JMS เริ่มก่อตั้ง... นี่เป็นเพียง 10 นาทีแรกของตอนแรก! ต้องบอกว่าเรื่องนี้ท้าทายผู้ชมหลายด้าน หนึ่งคือเนื้อหาครอบคลุมลัทธิถึง 4 แห่งในเกาหลี: JMS (3 ตอน 150 นาที), Five Oceans (1 ตอน 70 นาที), Baby Garden (2 ตอน 80 นาที) และ God of Manmin (2 ตอน 85 นาที) ลัทธิเหล่านี้มีรูปแบบคล้ายกันชวนขนลุก ทั้งล้างสมองผู้ติดตามและปกป้องผู้นำไม่择手段 (ไม่เลือกวิธี) เพราะเนื้อหาหนักหน่วง ฉันต้องหยุดพักเป็นสัปดาห์ระหว่างดูแต่ละลัทธิ (ปล่อยสหรัฐต้นมี.ค. เพิ่งดูจบสัปดาห์นี้) แต่ถือว่าคัดกรองข้อมูลดี น่าชมเพื่อเตือนใจว่าใครหลายคนถูกหลอกให้เชื่อว่ามันคือ 'การกลับมาของพระเจ้า' จนติดกับดักลัทธิ ทั้ง JMS และ Baby Garden ถึงขั้นฟ้อง Netflix ในศาลเกาหลีเพื่อหยุดการเผยแพร่ (แต่ไม่สำเร็จ) หากสนใจประเด็นลัทธิ ต้องลองดูแล้วตัดสินเอง แต่อย่าคิดว่าเป็นเรื่องดูเพลินๆ!
สารคดีสะเทือนใจ 'In the Name of God: A Holy Betrayal' เปิดโปงการทำงานของลัทธิอันตรายและผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสมาชิก เรื่องราวนี้เปรียบเสมือนสัญญาณเตือนถึงภัยของความเชื่อที่มืดบอด และวิธีที่คนเปราะบางถูกครอบงำทางความคิดผ่านการล้างสมอง สารคดีนำเสนอสัมภาษณ์สุดตราตรึงจากอดีตสมาชิกที่กล้าเปิดเผยประสบการณ์การถูกทารุณและควบคุม โดยทีมผู้ผลิต นักตรวจสอบ และสมาชิกต่อต้านลัทธิที่ร่วมสร้างงานนี้ได้ทำหน้าที่อย่างน่าชมเชย ในการตีแผ่ความจริงและให้ความรู้สาธารณชนเกี่ยวกับกลวิธีของกลุ่มลัทธิ เรื่องราวนี้คือเครื่องเตือนใจสำหรับผู้ที่อาจตกเป็นเหยื่อของลัทธิ พร้อมย้ำให้สังคมตื่นตัวกับภัยคุกคามจากความคิดสุดโต่ง และความสำคัญของการติดตามข้อมูลอย่างมีสติ โดยรวมแล้ว 'In the Name of God: A Holy Betrayal' คือสารคดีที่ต้องไม่พลาด ช่วยให้เห็นมุมมองอันน่าสะพรึงของความคลั่งไคล้ในศาสนา และเป็นแหล่งความรู้สำคัญสำหรับผู้ต้องการเข้าใจและต่อต้านอิทธิพลลัทธิต่างๆ ในสังคม
ผมยังจำตอนเรียนมหาวิทยาลัยได้ ช่วงที่ชีวิตเต็มไปด้วยความสับสนและความไม่มั่นใจ ผู้หญิงไม่เคยสนใจผมเลย ตอนนี้ผมอายุมากขึ้น เดินทางรอบโลกในฐานะนักดนตรี ดูแลร่างกายให้ฟิตแอนด์เฟิร์ม และมั่นใจในตัวเองมากขึ้น แต่ผู้หญิง...ก็ยังไม่สนใจผมเหมือนเดิม ฮ่าๆ พูดจริงๆ นะ คนแบบเขานี่หลอกง่ายน่าดู เพราะความมั่นใจเขาพุ่งเกินระดับดาวอังคารเสียอีก สิ่งที่ขาดไปคือการให้ความรู้ประชาชน ไม่ใช่แค่การสอนคิดวิเคราะห์หรือเข้าใจสื่อ แต่ต้องรวมถึงกลยุทธ์สกปรกที่พวกปีศาจแบบนี้ใช้ด้วย ปัญหาของการสอนคิดวิเคราะห์ เช่น การตรวจสอบข้อเท็จจริง วิเคราะห์ข้อโต้แย้ง หรือเข้าใจเทคนิคการบิดเบือนข้อมูล คือมันไปขัดกับระบบการเมืองและศาสนาในเชิงหลักการ (ไม่รวมปรัชญาแบบพุทธหรือเต๋าที่เกิดก่อนจะมีเทพเจ้า) เพราะผู้มีอำนาจและคนที่ผูกพันทางอารมณ์กับระบบเดิมๆ ย่อมต่อต้านการศึกษาที่ฝึกให้เยาวชนคิดอย่างมีเหตุผล นั่นแหละ...เราต้องเรียนรู้ตรรกะและการโต้วาทีด้วยตัวเอง ตรวจสอบความคิดตัวเองด้วยการหาข้อโต้แย้งที่ดีๆ มาพิจารณา คุยกันแบบตรงไปตรงมา และช่วยให้เยาวชนเรียนรู้วิธีคัดกรองข้อมูล เพื่อแยกแยะว่าอะไรมีประโยชน์จริงๆ – อะไรที่ตรงกับความเป็นจริง – กับอะไรที่ควรโยนทิ้ง บางทีรุ่นหลังอาจมองการครอบงำขององค์กรสกปรกเป็นเรื่องโบราณไปเลย ลองคิดดู...เรื่องร้ายๆ ในโลกที่แก้ได้ถ้าคนมีเครื่องมือทางความคิดมากพอ ตอนนี้ก็ได้แต่หวังว่าสารคดีนี้จะเปิดตาให้คนเห็นว่า cult บุคลิกแบบนี้เป็นอย่างไร และคนควรตระหนักว่าเรื่องแบบนี้ไม่ใช่แค่คนคนเดียว
ความพยายามอันยิ่งใหญ่ในการเปิดโปงตัวตนที่แท้จริงของลัทธิและคำให้การของเหยื่อ เราทุกคนควรรู้จักโลกแห่งความเป็นจริงและตื่นตัวจากคำหลอกลวงของผู้นำชั่วร้ายและเท็จเหล่านี้ ฉันเห็นถึงความมุ่งมั่นและทำงานหนักของผู้กำกับ... ขอบคุณมากครับ/ค่ะ! นอกจากนี้ ฉันอยากสนับสนุนให้ผู้สร้างภาพยนตร์ทำผลงานแบบนี้ต่อไปเพื่อคนทั้งโลก เพราะมันช่วยชีวิตคนได้มากจริงๆ ฉันขออธิษฐานให้ 'Baby garden' ได้ถูกเผยแพร่บน Netflix เพื่อให้更多人รู้ความจริงและตระหนักถึงอันตรายของลัทธิแบบนี้ จริงๆ แล้วความรู้ที่หลงผิดทำให้หลายคนตกเป็นเหยื่อของคนชั่วร้าย ภาพยนตร์ทั้งหมดนี้ดีและสำคัญ และไม่ควรถูกเซ็นเซอร์
ดูแล้วรู้สึกแย่มาก แต่ความจริงเหล่านี้ต้องถูกเปิดเผย บางทีอาจช่วยป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก แม้ว่าในความเป็นจริงฉันสงสัยมากเพราะคนแบบนี้มักรอดพ้นผิดเสมอ แม้สังคมจะรู้ความจริงก็ตาม ไม่อยากสปอยล์เรื่องแต่ต้องบอกว่าความโหดร้ายในซีรีส์นี้ทำเอาฆาตกรต่อเนื่องหรือฆาตกรหมู่ในชีวิตจริงดูเป็นมิตรไปเลย อยากให้เจาะลึกเบื้องหลังตัวละคร (หรือจะเรียกสัตว์ประหลาดดี) รวมถึงประวัติช่วงเริ่มต้นมากขึ้น บางเรื่องในชีวิตจริงยังไม่จบ ทำให้ซีรีส์มีตอนจบเปิด บางทีฆาตกรอาจดูแล้วจัดการตัวเองซะเลย เพราะปัญหาคลาสสิกคือความไม่สามารถของตำรวจ หรือไม่ก็ปกปิดกันเองแบบใน 'The Keepers' ที่คนระดับสูงร่วมวงเพาะภัย ทั้งตำรวจ ผู้พิพากษา นักบิน แพทย์ จิตวิทยา ต่างสมรู้กับเครือข่ายล่วงละเมิด จนการสืบสวนไม่ไปไหน น่าตกใจที่สถาบันศาสนายังดำรงอยู่แบบเดิม ทั้งที่ประวัติศาสตร์เต็มไปด้วยอาชญากรรม ผู้ปกครองยังฝากลูกไว้โดยไม่สงสัย? ในฝรั่งเศส 50 ปีมานี้มีเด็กถูกทำร้าย 350,000 ราย (แค่ที่บันทึกไว้) ตัวเลขจริงน่าจะมากกว่านี้สิบเท่า แต่ใครสน? ชาติตะวันตกยังมีเวลามาทำสงครามในอัฟกานิสถานเพื่อ 'ส่งเสริมการศึกษา' แถมยังมีองค์กรรักเด็กแบบ NAMBLA (สมาคมรักระหว่างชายและเด็กผู้ชายแห่งอเมริกาเหนือ) ที่ถูกกฎหมายในสหรัฐ สูตรสร้างฆาตกรต่อเนื่องมี 3 องค์ประกอบ: ความรุนแรงในวัยเด็ก + การล่วงละเมิดทางเพศ + ความป่วยทางจิต ถ้าไม่มีหนึ่งในนี้ตั้งแต่เล็ก โตไปก็ไม่เป็นฆาตกรหมู่
4.5

Shehzada (2023)
5.9

My Oxford Year (2025) อ็อกซ์ฟอร์ดในฝันของสาวอเมริกัน
5.6

Candy Cane Lane (2023)
5.9

Metamorphosis (2019) ปีศาจเปลี่ยนหน้า
7

Marley & Me (2008) จอมป่วนหน้าซื่อ
5.4

Foe (2023) อมิตร
6.6

I Love You Phillip Morris (2009) รักนะ…นายมอริส
6.7

Black Storm พายุทมิฬ (2024)
5.7

Spaceman (2024) สเปซแมน
3.8

Code Name Banshee (2022)
6.8

From the World of John Wick Ballerina (2025) จักรวาลของ จอห์น วิค บัลเลรินา แค้นกว่านรก
5.4

Unwelcome (2022)