
Doraemon Nobita’s Sky Utopia (2023) ฟากฟ้าแห่งยูโทเปียของโนบิตะ โดราเอมอน โนบิตะ และเพื่อนๆ เดินทางไปค้นหายูโทเปีย ดินแดนที่สมบูรณ์แบบบนท้องฟ้าที่ทุกคนใช้ชีวิตอย่างมีความสุข โดยใช้เรือเหาะที่มีฟังก์ชั่นย้อนเวลา

โดราเอมอน โนบิตะ และผองเพื่อนออกตามหายูโทเปีย ดินแดนในอุดมคติบนท้องฟ้าที่ทุกคนใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ด้วยเรือเหาะไทม์เซ็พเพอลินที่สามารถเดินทางข้ามเวลาได้
ถ้าเกิดว่ามีแดนสวรรค์ที่ทุกอย่างเป็นจริงได้เหมือนฝันอยู่ที่ไหนสักแห่งแล้วล่ะก็? การผจญภัยบนเกาะยูโทเปียลอยฟ้ากำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว! โนบิตะพบเกาะรูปพระจันทร์เสี้ยวปริศนาบนฟ้า และยืนกรานว่านั่นคือยูโทเปียในตำนาน พวกเขาจึงออกเดินทางด้วยเรือเหาะไทม์เซ็พเพอลินเพื่อตามหาดินแดนนี้ในยุคสมัยต่างๆ จนพบกับ 'พาราดาเปีย' สวรรค์ล้ำยุคที่ทุกคนสามารถเป็นเวอร์ชันเพอร์เฟคต์ของตัวเอง! แต่ระหว่างทำความรู้จักโซเนีย หุ่นยนต์แมวเพอร์เฟค ผู้คอยดูแลดินแดนนี้ พวกเขากลับพบความลับมหาศาลที่ถูกซ่อนไว้...การผจญภัยครั้งนี้จะช่วยไขปริศนาของสวรรค์ลึกลับแห่งนี้ได้หรือไม่?
ต้องบอกเลยว่านี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้ดูภาพยนตร์โดราเอมอน ไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีภาคต่ออีกเพียบ! วันหนึ่งเห็นตัวอย่างแล้วเหมือนโดนย้อนความทรงจำ แค่ดูก็รู้สึกเหมือนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง (ครั้งแรกที่ดูโดราเอมอนตอน 7-8 ขวบ) หนังให้ความรู้สึกเบาสบาย มีทั้งความสนุก ตลก บางช่วงก็ซึ้ง แถมขาดไม่ได้กับพลังแห่งมิตรภาพแบบฉบับอนิเมะ แม้หนังจะเหมาะกับเด็กๆ แต่สำหรับผู้ใหญ่อย่างผมก็ถือว่าดีมาก ไม่ได้สมบูรณ์แบบ แต่ตอบโจทย์ความคิดถึงสุดๆ เนื้อเรื่องดำเนินไปดี มีบางจุดที่รู้สึกซ้ำๆ แบบเดิมบ้าง ถ้าอยากฟินละก็ลองพาน้องชาย น้องสาว ลูกๆ ไปดูกันได้ เป็นจุดเริ่มต้นดีๆ ของการเข้าสู่วงการอนิเมะเลยล่ะ!
ในฐานะแฟนตัวยงของโดราเอมอนตั้งแต่เด็ก (ประมาณ 10 ขวบ) ต้องบอกว่าหนังเรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งผลงานที่ยอดเยี่ยม! เกริ่นสั้นๆ: เหมือนทุกครั้ง ที่โนบิตะเจอเรื่องราวมหัศจรรย์จากจินตนาการ เมื่อเขาได้รู้จักกับ 'อุทยานสวรรค์' สถานที่ในตำนานที่ผู้คน 'สมบูรณ์แบบ' และใช้ชีวิตอย่างสงบสุข ด้วยความท้อแท้จากชีวิตประจำวันที่วุ่นวาย เขาจึงขอให้โดราเอมอนหาอุปกรณ์เพื่อตามหาสถานที่แห่งนี้ การผจญภัยจึงเริ่มต้นขึ้น! ความคิดเห็นส่วนตัว: หนังเรื่องนี้มีช่วง эмоцийที่เด่นชัดมาก ทั้งความเจ็บปวดเมื่อสูญเสียคนรัก, ความตื่นเต้นในการปกป้องสิ่งที่สำคัญ, มิตรภาพอันล้ำค่า, การทรยศ, มุมมองต่อสังคม และการตระหนักว่า 'ความไม่สมบูรณ์แบบ' ก็เป็นพรได้ ดนตรีในช่วงเหตุการณ์สำคัญก็เหมือนบทเพลงแห่งสันติที่กระตุ้นให้เรารู้คุณค่าของชีวิต โดยรวมถือเป็นหนังที่ซาบซึ้งและให้แง่คิด ชวนให้หยุดทบทวนตัวเองจริงๆ ต้องยอมรับว่าเป็นหนึ่งในภาพยนตร์โดราเอมอนที่ดีที่สุดอีกเรื่องเลย!
Nakprok (2008) นาคปรก