
Ballerina (2023) ร่ายระบำฆ่า เมื่อเพื่อนรักเผชิญสถานการณ์ที่บีบคั้นจนตัวตาย อดีตบอดี้การ์ดที่ไม่มีอะไรจะเสีย จึงออกตามล่าคนที่เป็นตัวการ แม้ต้องทำทุกอย่างเพียงลำพังก็ตาม

หลังสูญเสียเพื่อนสนิทที่เธอปกป้องไม่ไหว อดีตบอดี้การ์ดผู้ทุกข์ทรมานจึงออกตามหาความปรารถนาสุดท้ายของเพื่อนรัก... การแก้แค้นอันสาสม
หลังเจ็บปวดจากการสูญเสียเพื่อนซี้ที่เธอช่วยปกป้องไว้ไม่ได้ อ๊กจู อดีตบอดี้การ์ดจึงเดินหน้าทำตามความปรารถนาสุดท้ายของเพื่อนรัก... ด้วยแผนการแก้แค้นที่สาสมใจ
อย่าคาดหวังให้เหมือน 'My Name', 'Kill Boksoon' หรือ 'John Wick' เพราะไม่มีฉากต่อสู้ซับซ้อนตื่นเต้นเกินจริง ตัวเอกของเรามีปืนเก่าและจำนวนกระสุนจำกัด กระสุนอาจจะหมด เธอถูกทำร้ายและต้องพึ่งความช่วยเหลือจากผู้อื่น นี่คือมุมมองสมจริงมากขึ้นของหนังแนวแก้แค้น ซึ่งไม่ใช่เรื่องแย่เลย! เรื่องดำเนินเร็วและสนุกจนไม่ทันรู้ตัวว่าหมดเกือบแล้ว พล็อตเรียบง่ายแต่เจาะลึกประเด็นมืดหม่นที่ทำให้คุณสะเทือนใจได้บางช่วง การแสดงเด็ดมาก หลังจาก 'The Call' Jeon Jong Seo ยังคงทำผลงานได้เปรี้ยงในบทนางเอก แม้บทนี้จะมีบทพูดน้อย แต่เธอใช้ภาษากายและสีหน้าสื่ออารมณ์ ความคิด และองค์ประกอบการเล่าเรื่องได้อย่างเหนือชั้น แบบที่ไม่ต้องพึ่งคำพูดเลย ประทับใจสุดๆ! โดยรวมเป็นหนังที่ดีสำหรับคืนวันศุกร์ ลองดูแล้วจะติดใจ!
หนังเน้นหนักไปที่ประเด็นการล่วงละเมิดและการหลอกลวง เนื้อหาเล่าถึงหญิงสาวที่ตามล่าผู้ชายคนหนึ่งเพื่อแก้แค้นให้เพื่อนสนิท ก่อนจะพบว่าเธออาจไม่ใช่เหยื่อคนเดียวที่ต้องทนทุกข์จากความโหดร้ายของเขา ผมชอบงานภาพยนตร์มาก บางฉากทำให้นึกถึง OldBoy ต้นฉบับ โดยเฉพาะฉากต่อสู้ในห้องโถงยาว หนังมีหลายช่วงที่ทำให้ขำออกมาเพียงเพราะสถานการณ์ของตัวละครหลักมัน absurd แบบไม่ตั้งใจ แทบไม่ใช่แนวตลกเลย ส่วนใหญ่แล้วเนื้อหาค่อนข้างมืดหม่นและอึดอัดบ้างเป็นระยะ ฉากต่อสู้ดุเดือดเลือดพล่านที่คาดไม่ถึง แต่ทำออกมาได้ดีและน่าตื่นเต้น เพลงประกอบเหมาะเจาะกับบรรยากาศทุกช่วง ถ้าจะให้ดีผมอยากให้หนังยาวขึ้นอีกหน่อย เพราะรู้สึกว่าบางส่วนเร่งรีบเกินไป แต่การดำเนินเรื่องเร็วก็ช่วยให้ไม่รู้สึกเบื่อ แถมยังตื่นตัวตลอดเวลา
ต้องบอกก่อนว่าผมเป็นคนคลั่งหนังเกาหลี หลายปีที่ผ่านมาผมเขียนไว้ว่าภาพยนตร์เกาหลีนั้นดีไม่แพ้หรืออาจจะดีกว่าหนังฮอลลีวูดที่ทำออกมาในปัจจุบัน โดยเฉพาะในแนวแอ็คชั่น หนังเรื่องนี้คือตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด เป็นหนังแอ็คชั่นดิบๆ เกี่ยวกับหญิงสาวผู้มีความสามารถ lethal แต่ไม่เต็มใจที่จะใช้มัน ต้องลุกขึ้นมาแก้แค้นให้เพื่อนสนิทที่ชื่อ 'บัลเลอรีน่า' หนังใช้ประเด็นการค้าประเวณีและการถ่ายภาพลามกอนาจารเป็นพื้นหลังที่มืดมนเพื่อสร้างแรงผลักดันให้เกิดแอ็คชั่นในเรื่อง นักแสดงนำทำได้ดี แม้บางครั้งอาจดูเกินจริงไปบ้าง ฉากแอ็คชั่นและการต่อสู้ทำได้ดี ส่วนการใช้ปืนนั้นเด็ดกว่าท่าเตะต่อย ความสัมพันธ์ระหว่างบัลเลอรีน่ากับตัวเอกมีความละเอียดอ่อนและน่ารักมาก นี่คือพื้นฐานสำคัญที่ทำให้หนังเรื่องนี้แข็งแรง คุณสามารถดูแบบพากย์ภาษาอังกฤษได้ แต่ผมแนะนำให้ดูแบบเสียงเกาหลีพร้อมซับไตเติลอังกฤษจะดีกว่า
หนังธริลเลอร์แก้แค้นที่มืดหม่นพร้อมตัวละครที่น่าประทับใจ ชื่นชอบการแสดงของ Jeon Jong-seo ในบทนักฆ่าแกร่งผู้ล้างแค้นให้เพื่อนสนิท แม้โครงเรื่องจะเรียบง่ายแบบหนังแก้แค้นทั่วไป แต่การถ่ายทำที่สดใสและเพลงประกอบสุดมันส์ทำให้หนังดูสดใหม่ น่าติดตาม พร้อมท่วงท่าการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยม แม้จะไม่มีฉากแอคชั่นสุดเหวี่ยงมากนัก แต่การทำงานของกล้องที่เฉียบขาดก็ทำให้ทุกฉากดูสมจริงและสวยงาม การจัดเกรดสี ภาพ visuals และเพลงประกอบคือจุดชนะหลักของหนัง สีสันสดใสดึงดูดให้ผู้ชมติดหน้าจอ ส่วนเพลงประกอบที่แปลกใหม่เพิ่มพลังให้หนังยิ่งขึ้น พร้อมการแสดงและแอคชั่นที่ตรงไปตรงมา Jeon Jong-seo ยังคงร้อนแรงต่อเนื่องจากผลงานอย่าง Burning, The Call, Mona Lisa และล่าสุดกับเรื่องนี้ การได้เห็นเธอในบทแอคชั่นนำถือเป็นความฟินระดับหนึ่ง แถมยังตอกย้ำว่ารสชาติแห่งการล้างแค้นนั้นชัดเจนและเฉียบขาดที่สุด! ตั้งแต่ฉากเปิดเรื่อง แอคชั่นถูกถ่ายทอดมาอย่างเนี๊ยบ ส่วนเนื้อเรื่องแม้ไม่ใหม่แต่ก็สนุกได้ไม่ยาก แม้จะเห็นทางเรื่องมาแล้วบ้าง แต่ความบันเทิงก็ยังเต็มเปี่ยม!
ฮอลลีวูดส่วนใหญ่หมกมุ่นอยู่กับการผลิตงานแบบสำเร็จรูปที่ป้อนให้กับแพลตฟอร์มสตรีมมิง ในทางตรงข้าม เกาหลีใต้ยังส่งเสริมความเป็นเอกลักษณ์และความคิดสร้างสรรค์ของผู้กำกับอยู่ แถมวงการภาพยนตร์เกาหลียังโดดเด่นในด้านหนังรักตลกและหนังระทึกขวัญแนวล้างแค้นที่เรียกได้ว่าดีที่สุดในโลก! หลายคนอาจวิจารณ์ 'Ballerina' ว่าเน้นศิลปะเกินไป ดำเนินเรื่องช้าในช่วงกลาง และใช้การย้อนอดีตบ่อยครั้ง แต่ถึงจะมีจุดอ่อนแบบนี้ มันก็ยังเป็นหนังระทึกขวัญที่ยอดเยี่ยมที่สุดเรื่องหนึ่งของปี! หากสังเกตดีๆ จะพบว่าโครงเรื่องคล้ายกับ 'Equalizer 3' ทั้งการเปิดตัวที่ดุเด็ด เต็มไปด้วยความช้าในตอนกลาง และตอนจบที่สะใจจนต้องลุ้น! (ผู้รีวิวนี้ได้รับการยอมรับว่าเป็น 'IMDb Top Reviewer' ตามลิสต์ '167+ หนังเกือบสมบูรณ์แบบ (รวมอนิเมะและมินิซีรีส์) ที่ควรดูซ้ำได้ไม่เบื่อ (ตั้งแต่ปี 1932 ถึงปัจจุบัน)' ของผมได้เลย)
ภาพยนตร์เรื่องนี้พยายามจะเป็นหนังแอ็คชั่นแก้แค้นธรรมดาๆ แต่ล้มเหลวอย่างหนักในการเล่าเรื่อง เนื่องจากขาดบทสนทนาที่ช่วยขับเคลื่อนเนื้อหา มีเพียงแค่ฉากแฟลชแบ็กเท่านั้นที่สื่อสารเรื่องราวได้ชัดเจน การดำเนินเรื่องย่ำแย่และเร็วเกินไป ส่วนหนึ่งเพราะความยาวของหนังที่สั้นเกินไป ทุกฉากที่ไม่ใช่แอ็คชั่นหรือแฟลชแบ็กถูกตัดผ่านแบบเร็วๆ โดยไม่มีการขยายความหรือพัฒนาอะไรเลย ผู้ชมรู้สึกเบื่อและไม่สนใจ แม้จะมีฉากต่อสู้ที่พอใช้ได้กับช่วงเวลาที่แปลกใหม่บางช่วงไม่สามารถช่วยบทที่ขาดการเจรจาและโครงสร้างพร่องๆ ให้น่าสนใจขึ้นได้
ถ้าคุณกำลังมองหาภาพยนตร์ระดับตำนานแบบ 'เดอะก็อดฟาเธอร์' หรือ 'อันยูชวล ซัสเปกส์' ที่เต็มไปด้วยบทอันชาญฉลาด รับรองว่าต้องหันไปดูชีวิตทางอื่นแล้ว! 'Ballerina (2023)' คือหนังแอ็กชันระทึกใจ ที่มาพร้อมทีมนักแสดงฝีมือดีและโครงเรื่องเรียบง่าย แต่ไม่น่าเบื่อ แอ็กชันดุเด็ดเลือดพล่าน แบบที่คนชอบแนวนี้ต้องถูกใจ! การแสดงก็สุดสมบทบาท โครงเรื่องแก้แค้นเพื่อนซี้ที่จากไปอาจดูซ้ำๆ แต่ก็คุ้มค่ากับเวลาที่เสียไป ตัวร้ายน่าเกลียดขนาดนี้ ยิ่งทำให้อยากเชียร์นางเอกสุดแกร่ง! ฉลาดล้ำด้วยแผนลับๆ ไล่ล่าจัดการคนร้ายแบบไม่มีชิ้นดี ชอบมากที่ตัวนางเอกถูกพัฒนาให้มีมิติและคิดมาอย่างรอบคอบ ส่วนปมอดีตที่ถูกซ่อนไว้อาจเดาได้ แต่ก็ให้อภัยได้เพราะหนังสนุกเกินห้ามใจ!
Ballerina พยายามสร้างเอกลักษณ์ในแนวแอ็กชันแก้แค้น โดยแตกต่างจากฉากต่อสู้สุดอลังการที่เราคุ้นเคย หนังเล่าเรื่องด้วยแนวทางสมจริง เน้นบรรยากาศหม่นมืดและความรู้สึกเข้มข้น จุดแข็งของหนังคือการดำเนินเรื่องเร็ว เปลี่ยนผ่านจากฉากหนึ่งไปอีกฉากอย่างรวดเร็ว คุณจะเข้าสู่จุด高潮ได้โดยไม่ทันตั้งตัว แม้เนื้อเรื่องจะเรียบง่ายแต่ Ballerina แตะประเด็นมืดมนที่กระตุ้นอารมณ์ได้จริง เพลงประกอบก็ช่วยเสริมอารมณ์ได้ดี แม้บางช่วงรู้สึกเร่งรีบ แต่จังหวะที่คึกคักทำให้คุณลุ้นไม่วางตา จอนจอง-ซอ นักแสดงนำหญิงที่เคยโดดเด่นใน The Call (หนังสุดโปรดของผมเมื่อไม่นานนี้) กลับมาทำได้ดีอีกครั้ง แม้บทพูดจะน้อย แต่การแสดงอารมณ์ผ่านภาษากายและสีหน้าของเธอน่าชมเชย ฉากแอ็กชันและต่อสู้ทำได้ดี แต่ความรุนแรงจากปืนกลับโดดเด่นกว่าท่าเตะต่อย ความสัมพันธ์อันละมุนระหว่างบัลเล่รีน่าตัวเอกคือหัวใจทางอารมณ์ของเรื่อง Ballerina เจาะลึกประเด็นอื้อฉาวอย่างการล่วงละเมิดและการหลอกลวง เน้นการตามหาความยุติธรรมของหญิงสาวและความทุกข์ทรมานของเพื่อน แม้บางฉากจะขำด้วยความเกินจริง แต่โดยรวมยังคงความมืดหม่นและอึดอัดคู่ไปกับฉากต่อสู้ ข้อเสียคือหนังให้ความสำคัญกับภาพสวยตระการตามากกว่าเนื้อหา รู้สึกขาดความลึกซึ้ง แม้มีแอ็กชันเด็ดและธีมมืด แต่ก็ไม่สามารถตราตรึงนัก แม้จุด高潮จะทำได้ดี ในแวดวงหนังเกาหลีใต้ Ballerina อาจไม่ถึงขั้นสุดยอด แต่ด้วยภาพสไตล์เท่ แอ็กชันดุเด็ด และการแสดงนำเด่น ทำให้มันเป็นตัวเลือกดีสำหรับหนังวันศุกร์ที่ต้องการมุมมองใหม่ในแนวแอ็กชันแก้แค้น แต่อาจทำให้บางคนรู้สึกว่าเนื้อเรื่อง平平และเน้นแอ็กชันเกินไป จนลืมพัฒนาความลึกของเรื่อง
เฮ้อ! รอคอยหนังเรื่องนี้มานานมาก ตั้งความหวังไว้สูงสุดกู่ แต่ทุกอย่างกลับไม่เป็นอย่างที่หวังเลย เนื้อเรื่องและตัวละครพัฒนาไม่เต็มที่ ฉากแอ็กชั่นก็ไม่ได้ดุเดือดอย่างที่ควรเป็น น่าจะทำให้หนังยาวกว่านี้แล้วใช้เวลาเจาะลึกตัวละครกับพล็อตเรื่องมากกว่านี้ ชอบจุน จอง-เซoอยู่แล้วนะ เธอเป็นนักแสดงดาวรุ่ง ดูมีศักยภาพ ทำบทแอ็กชั่นได้ดีในอนาคตแน่ๆ แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เลย ทีมงานทำเธอเสียหาย ส่วนคิม จี-ฮุนน่าจะสร้างตัวร้ายที่หลอนและอันตรายได้อีกมาก แต่ก็พัฒนาไม่เพียงพออีกเช่นกัน ไม่ได้บอกว่าหนังแย่นะ แค่รู้สึกว่าถ้ามีโอกาสพัฒนาเต็มที่ คงสู้กับ Kill Bill ได้เลย
นี่คือภาพยนตร์แอ็คชั่นธริลเลอร์แห่งปี! เป็นที่พิสูจน์แล้วว่าภาพยนตร์แอ็คชั่นธริลเลอร์เกาหลีทำได้ดีตั้งแต่ ‘เดอะ แมนฟรอมโนแวร์’ จนถึง ‘โนเมอร์ซี่’ ส่วน ‘Ballerina’ สร้างอารมณ์ร่วมกับตัวละครได้เร็วและตามด้วยแอ็คชั่นดุดันต้นฉบับที่สมจริง แถมนักแสดงนำยังมีเสน่ห์และความสดุดตาจนดูไม่วางตา เรียกว่าเป็นหนังบันเทิงเร้าใจที่ไม่ยาวเหยียด เหมาะกับคนชอบความเร็ว ส่วนความรุนแรงนั้นจัดเต็มถึงขั้นคนติดแอ็คชั่นตัวยงยังต้องทึ่ง! ท่าเตะต่อสู้ถูกออกแบบมาอย่างเฉียบคม พร้อมยกความดีความชอบให้นักแสดงนำที่ขับเรื่องได้สุด级 โดยเฉพาะ ‘จอง จอน-ซอ’ สาวแกร่งลุคโมเดิร์นที่เข้ากับบทได้พอดี ส่วน ‘คิม จีฮุน’ ยังคงครองบทตัวร้ายได้น่าประทับใจเหมือนใน ‘Flower of Evil’ แฟนๆ ‘ลุค เบสสัน’ อาจถูกใจแม้เรื่องนี้จะให้ความบันเทิงแบบตรงไปตรงมาและไม่เน้นมุขตลกเหมือนสไตล์เขา
ฉันดูหนังเรื่องนี้โดยไม่รู้เรื่องราวมาก่อนและไม่คาดหวังอะไรเลย คู่สมรสของฉันเป็นคนเลือกเพราะอยู่ในลิสต์หนังที่อยากดู และกดเล่นก่อนที่ฉันจะได้อ่านสรุปเนื้อหา เราดูแบบพากย์ภาษาอังกฤษแทนคำบรรยาย เพราะกำลังทานข้าวเย็นด้วยกัน (ปกติเราชอบดูแบบซับไตเติลมากกว่าพากย์) หนังเรื่องนี้คาดการณ์ง่ายไปหน่อยไหม? ใช่ค่ะ แต่มันสนุกไหม? สนุกแน่นอน และเราได้เห็นการแก้แค้นที่สมใจ? เรียกว่าได้ครบทุกอย่างเลย ฉันประหลาดใจที่มีบทพูดน้อยมากแต่เต็มไปด้วยแอคชัน แต่จริงๆ แล้วการแสดงและแอคชันก็ทำให้เรื่องดำเนินได้ดี แม้บทพูดจะไม่มากแต่ก็เล่าเรื่องได้เข้าใจ ตามความเห็นของฉันนะ
เวลาพูดถึงหนังเกาหลีใต้ ส่วนใหญ่ฉันมักจะติดใจ ประทับใจ และหลงใหลมาก แต่บางเรื่องก็คงไม่ได้ดีที่สุดเหมือนกันนะ คิดว่านะ อย่าง Ballerina นี่แหละที่ดูแล้วไม่ถูกใจเลย...หนังมีไลท์ติ้งเท่ๆ ฉากแอคชั่นเจ๋งๆ และงานกล้องระดับเทพ นี่คือสิ่งที่ชอบจริงๆ ส่วนพล็อตเรื่องไม่สมเหตุสมผลและดูโง่ๆ ฉันไม่รู้สึกเห็นใจหรือใส่ใจตัวละครตัวไหนเลย ส่วนใหญ่ดูแล้วยืดเยื้อ และเหมือนหนังไม่รู้ว่าจะเดินเรื่องไปทางไหน ผ่านไปครึ่งเรื่องหรือมากกว่านั้น ฉันยังงงว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น 20 นาทีสุดท้ายเป็นส่วนที่ดีที่สุดของหนัง ต้องให้เครดิตตรงนี้ ถ้าอยากดูหนังเกาหลีใต้ดีๆ ไปหาอย่างอื่นดูเถอะ Ballerina ไม่ได้ดีขนาดนั้น คุณไม่พลาดอะไรมากถ้าไม่ได้ดู
ภาพยนตร์ที่ดัดแปลงจากคดีล่วงละเมิดทางเพศในชีวิตจริง กำกับและเขียนบทโดย ลี ชุง-ฮยอน ผู้เคยร่วมงานกับ จอน จง-ซอ ในภาพยนตร์เรื่อง 'The Call' เล่าเรื่องราวการล้างแค้นของอดีตนักคุ้มกันที่ออกตามล่าทวงคืนความยุติธรรมให้เพื่อนสนิทผู้จากไป จอน จง-ซอ รับบท จาง ออก-จู นักแสดงสาวแกร่งที่เก็บความทรงจำดีๆ ไว้กับเพื่อนรัก 'ชเว มิน-ฮี' (พัก ยู-ริม) แบลเลอรีนาผู้ล่วงลับ ซึ่งถูกเปิดเผยผ่านภาพย้อนอดีต ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เชื่อมโยงได้อย่างสมจริงจากเคมีบนจอของนักแสดงคู่นี้ ช่วยเพิ่มน้ำหนักให้เนื้อเรื่องเมื่อพบว่าการตายของชเว มิน-ฮี เกี่ยวข้องกับเครือข่ายค้ามนุษย์ทางเพศของ 'โชยอง' (คิม จี-ฮุน) ตัวร้ายที่ฉายแววความโหดเหี้ยมได้อย่างน่าประทับใจ สิ่งนี้กลายเป็นเชื้อไฟให้จาง ออก-จู ก้าวเข้าสู่สงครามล้างบางด้วยฉากแอ็กชันดุดัน ตัดต่อเร็วคม ประกอบมุมกล้องศิลป์และสตันต์โหดที่จอน จง-ซอ ลงมือทำเอง เสริมพลังให้เรื่องราวเข้มข้นขึ้น 'บัลเลอรีนา' มาพร้อมสไตล์ภาพยนตร์ที่สวยเฉียบ งานภาพระดับพรีเมียม และซาวด์แทร็กสุดทรงพลังโดย Gray ( debut ในฐานะผู้กำกับเพลง) ที่ช่วยเติมเต็มเรื่องราวแม้บทอาจไม่สมบูรณ์แบบ แต่ก็สร้างอารมณ์ร่วมได้ไม่เหมือนใคร IG: thecinephilereviews
The Witch Part 1 The Subversion (2018)
Matriarch (2018)