
The Moonhunter (2001) 14 ตุลา สงครามประชาชน 14 ตุลา สงครามประชาชน (อังกฤษ: The Moonhunter) เป็นภาพยนตร์ไทยที่ออกฉายในปี พ.ศ. 2544 กำกับโดย บัณฑิต ฤทธิ์ถกล เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับชีวประวัติของเสกสรรค์ ประเสริฐกุล อดีตผู้นำนักศึกษา ในช่วงเหตุการณ์ 14 ตุลา พ.ศ. 2516 และจิระนันท์ พิตรปรีชา ภรรยา ที่ต้องหนีภัยจากการกวาดล้างของรัฐบาลไทย เข้าป่าไปร่วมงานกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย จนกระทั่งออกจากป่าในปี พ.ศ. 2524 โดย เสกสรรค์ ประเสริฐกุล ลงมือเขียนบทภาพยนตร์ด้วยตนเอง เพื่อให้คนรุ่นหลังได้รับรู้ ถึงเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ทางการเมืองในยุคนั้น ภาพยนตร์เรื่องนี้ เป็นเรื่องราวที่สร้างจากเรื่องจริงของชีวิตทั้งคู่ ทำให้ ผู้กำกับ บัณฑิต ฤทธิ์ถกล ใช้เวลาเฟ้นหานักแสดงนำที่มีรูปร่าง หน้าตาเหมือน เสกสรรค์-จีระนันท์ มากที่สุด ทำให้ขั้นตอนในการคัดเลือกนักแสดง ในของภาพยนตร์เรื่อง 14 ตุลา สงครามประชาชน ต้องใช้เวลาในการคัดเลือกกว่า 6 เดือน ซึ่งในที่สุด ก็ได้สองนักแสดงหน้าใหม่ ที่ได้รับการลงความเห็นจากทุกฝ่ายว่า มีความเหมือน เสกสรรค์ ประเสริฐกุล และ จีระนันท์ พิตรปรีชา มากที่สุด

ภาพยนตร์ '14 ตุลา สงครามประชาชน' บอกเล่าเรื่องจริงของนักปฏิวัติหนุ่มสาวไทย 2 คน 'เสกสรรค์ ประเสริฐกุล' ผู้นำนักศึกษาผู้ไม่เกรงกลัว ผู้บัญชาการการชุมนุมครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ไทยสมัยใหม่เมื่อตุลาคม 2516 เหตุการณ์นี้นำไปสู่การลุกฮือของประชาชนจนล้มล้างเผด็จการทหารและฟื้นฟูประชาธิปไตย ชีวิตของเขาและแฟนสาว 'จิรนันท์ พิตรปรีชา' สาวแนวหน้าของมหาวิทยาลัย...
เหตุการณ์ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2516 ซึ่งเกิดจากพลังแรงกล้า ของการใฝ่หาเสรีภาพ โดยการนำของนิสิตนักศึกษา ได้สร้างภาพยิ่งใหญ่ตราไว้ในประวัติศาสตร์ของชาติ ตั้งแต่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ถึงตลอดแนวถนนราชดำเนิน จากผู้คนเรือนล้านที่ออกจากบ้านและสถานศึกษา
ภาพยนตร์ 'The Moonhunter' (ชื่อภาษาอังกฤษ) ใช้เทคนิคสลับเล่าเรื่องสองเส้นเวลา คู่ขนานกันระหว่างเหตุการณ์ชุมนุมนักศึกษาเดือนตุลาคม 2513 (ถ่ายทำแบบขาวดำคล้ายภาพข่าวสารเก่า) กับชีวิตส่วนตัวของ 'เสกสันต์' หนึ่งในแกนนำนักศึกษาในช่วงปี 2514-2523 เทคนิคนี้ชวนให้ผู้ชมตั้งคำถามสำคัญท้ายเรื่องว่า: การต่อสู้ปี 2513 เพียงพอแล้วจริงๆ หรือจำเป็นต้องเดินหน้าต่อ? คำตอบของคำถามนี้คือ 'การปฏิวัติคอมมิวนิสต์' ซึ่งหลายคนเลือกเดินทางต่อด้วยการหลบขึ้นป่าไปจัดตั้งขบวนการติดอาวุธในลาวและภาคเหนือ สิ่งที่หนังเสนอได้ดีคือการฉายภาพ 'ความขัดแย้งภายใน' ของฝั่งสังคมนิยม ที่เริ่มต้นด้วยอุดมการณ์ดีๆ แต่จบด้วยการยึดติด dogma (หลักการตายตัว) ของผู้นำพรรค ทั้งการถกเถียงไม่มีที่สิ้นสุดเรื่องแนวทางพรรค ไม่ว่าจะหนุนจีน สนับสนุนรัสเซีย หรือตามเวียดนาม - เสกสันต์ตัวเอกของเรื่องก็เริ่มเห็นว่าแนวคิดเหล่านี้เป็นเพียงวาทกรรมว่างเปล่า เขาเลือกเชื่อใน 'สังคมนิยมประชาธิปไตยแบบไทย' แม้รายละเอียดอาจยังคลุมเครือ แต่กลับทำให้ผู้ชมเข้าถึงตัวละครได้ง่ายขึ้น หลายคนอาจมองว่าภาพยนตร์มองการเมืองแบบเรียบง่ายเกินไป แต่สำหรับฉัน หนังเล่าได้น่าสนใจทั้งประวัติศาสตร์การเมืองไทยและ драмаชีวิตคน behind the scene เหตุการณ์สำคัญ น่าดูสำหรับคนชอบประวัติศาสตร์! ให้ 7/10
Marcel the Shell with Shoes On (2021)